xs
xsm
sm
md
lg

อีซูซุ ย้ำลงทุน 5 ปี 32,000 ล้านบาท วอนรัฐช่วยส่งเสริมปิกอัพ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

บทสรุปคำสัมภาษณ์ของสื่อมวลชนที่ถามกับคณะผู้บริหารของ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด
เมื่อ วันที่ 22 ตุลาคม 2569 นำโดย



ฮิโรยาสุ ซาโต้ กรรมการผู้จัดการ 
มิชิมาสะ โคโนะ รองกรรมการผู้จัดการ 
ปนัดดา เจณณวาสิน ประธานที่ปรึกษา 
วิชัย สินอนันต์พัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ




Q: ภาพรวมตลาด ยอดขาย และการแนะนำเครื่องยนต์ใหม่ 2.2 Ddi MAXFORCE


A : ในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ ตลาดรถยนต์รวมในประเทศไทยเติบโตขึ้นประมาณ 18% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยการเติบโตหลักมาจากกลุ่มรถ SUV ส่วนตลาดรถกระบะยังคงทรงตัวอยู่ในระดับเดียวกับปีที่ผ่านมา ซึ่งบริษัทฯ คาดหวังว่าการเปิดตัวเครื่องยนต์ใหม่ 2.2 ลิตร (2.2 Ddi MAXFORCE) จะช่วยขยายฐานลูกค้าในหลายระดับและเพิ่มยอดขายได้มากขึ้น
ยอดขายรวมของอีซูซุในช่วง 9 เดือนแรกอยู่ที่ 52,829 คัน ตั้งเป้าหมายยอดขายรวมทั้งปีไว้ที่ประมาณ 70,400 คัน (เป็นยอดรวมทั้งรถปิกอัพและ PPV/LCV ทุกขนาด รวมถึงรุ่นเครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE Biturbo) บริษัทไม่มีการตั้งและประกาศเป้าหมายยอดขายแยกตามรุ่นย่อยอย่างเป็นทางการ เนื่องจากขึ้นอยู่กับการตัดสินใจซื้อของลูกค้าเป็นหลัก

Q: การเปรียบเทียบตัวเลขยอดขาย 9 เดือนแรกและยอดขายทั้งปีกับปีที่ผ่านมา รวมถึงสิ่งที่อยากฝากถึงรัฐบาลในการช่วยเหลืออุตสาหกรรมยานยนต์ไทย

A : ยอดขายรถอีซูซุ ช่วง 9 เดือนแรก 52,829 คัน ลดลง 1.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เป้าหมายยอดขายทั้งปีที่ 70,400 คัน ลดลงจากปีที่แล้วประมาณ 4%


สิ่งที่อยากฝากถึงรัฐบาล อยากมีมาตรการช่วยเหลือประชาชนเพื่อบรรเทาช่วยเหลือเรื่องภัยธรรมชาติ รวมถึงเน้นการกระตุ้นช่วยเหลือลูกค้ารถปิกอัพเป็นพิเศษ ซึ่งมีการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ (Local Content) สูงเกิน 90% ซึ่งมีส่วนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และสร้างห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ที่แข็งแกร่งของไทย พิจารณามาตรการกระตุ้นตลาดอย่างเป็นรูปธรรม อย่างไรก็ตามขอขอบคุณรัฐบาลสำหรับมาตรการที่ผ่านมา เช่น ผ่านบสย. หรือว่า Trade-in แต่ เสนอว่าจำเป็นต้องมีมาตรการเร่งด่วนที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการซื้อรถได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม อาจจะคล้าย ๆ แนวคิดของโครงการ "ชิมช็อปใช้" เช่น กำหนดให้นำเงินที่ซื้อรถปิกอัพ อย่างเช่น 100,000 บาท สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้ ซึ่งเป็นการส่งเสริมผู้ที่ต้องการใช้ปิกอัพและอยู่ในระบบภาษีโดยตรง


Q: มุมมองเรื่องการเลื่อนประกาศปรับอัตราภาษีสรรพสามิตนำเข้าใหม่ของกระทรวงการคลัง

A : เราอยากให้มีมาตรการปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ และการจ้างงานภายในประเทศเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เราไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะตอบเลขอัตราภาษี แต่เราอยากให้เกิดความเป็นธรรมทางภาษีระหว่างรถที่ผลิตในประเทศไทยกับรถที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ

Q : มีโอกาสในการนำรถรุ่น Trooper กลับมาทำตลาด หรือการลงเล่นในตลาด segment D-SUV หรือไม่

A : เราทราบว่า Trooper ได้รับความนิยมมาก ส่วน Segment PPV เราเพิ่งเปิด MU-X 2.2 Biturbo ไป เราจึงขอประเมินการตอบรับของลูกค้าระยะหนึ่งก่อน แล้วจึงพิจารณาตามเสียงเรียกร้องของลูกค้าอีกครั้ง

Q: ปัจจัยกดดันที่ทำให้ยอดขายลดลง และแนวโน้มเป้าหมายยอดขายในปีหน้า

A : ปัจจัยกดดันสำคัญคือ สงครามในตะวันออกกลางที่เริ่มขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลกระทบให้ราคาพลังงานทุกรูปแบบปรับตัวสูงขึ้น และกดดันกำลังซื้อของลูกค้าโดยตรง สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังมีความผันผวนสูง จึงยังไม่สามารถคาดการณ์ตัวเลขเป้าหมายยอดขายของปีหน้าได้แน่ชัด

Q : ราคาที่เพิ่มขึ้นประมาณ 42,000 บาท เป็นการสะท้อนต้นทุนของการ upgrade เป็นเครื่องยนต์ Biturbo หรือไม่

A : เรามุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงสำหรับรุ่นเครื่องยนต์ 2.2 Biturbo เราจึงเริ่มในรุ่น RS, V-Cross และ Hi-Lander ก่อน แล้วจึงดูความต้องการของตลาด
ส่วนต่างราคา 42,000 บาท ไม่ได้มาจากต้นทุนเครื่องยนต์เพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ตกแต่งทั้งภายนอกและภายในให้เหมาะกับแต่ละรุ่นด้วย
จึงไม่สามารถอนุมานว่ารุ่นอื่นในอนาคตจะปรับขึ้นราคา 42,000 บาทเท่ากัน เพราะแต่ละรุ่นมีจุดเปลี่ยนและอุปกรณ์ตกแต่งที่ไม่เหมือนกัน



Q : สัดส่วนยอดขายของแต่ละขนาดเครื่องยนต์ 2.2, 2.2 Biturbo และ 3.0L


A : เครื่องยนต์ 2.2 Biturbo เพิ่งเปิดตัว จึงยังอยู่ระหว่างการประเมินผลตอบรับของลูกค้า การทำตลาดก็แยกกลุ่มชัดเจน โดยเครื่องยนต์ 2.2 ลิตรเน้นกลุ่มใช้งานทั่วไป /ส่วนบุคคล ส่วนเครื่องยนต์ 3.0 ลิตรเน้นกลุ่มลูกค้าที่ต้องการบรรทุกหนัก
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเครื่องยนต์ 2.2 ลิตร (ธรรมดา) มีสัดส่วนยอดขายสูงถึงประมาณ 83% ส่วนเครื่องยนต์ 3.0 ลิตร มีสัดส่วนประมาณ 17%

Q : อนาคตของเครื่องยนต์ 1.9L

A : หลังจากเปิดตัวเครื่องยนต์ 2.2 พบว่าลูกค้าหันไปซื้อเครื่องยนต์ 2.2 เกือบทั้งหมด บริษัทจึงได้หยุดการผลิตเครื่องยนต์ 1.9 ลิตรสำหรับตลาดในประเทศไทยไปตั้งแต่ช่วงกลางปีที่ผ่านมา ดังนั้นตลาดประเทศไทยขณะนี้ จะมีเครื่องยนต์ 3 แบบ คือ 2.2, 2.2 Biturbo และ 3.0 Ddi MAXFORCE สำหรับเครื่องยนต์ 1.9 ลิตร ยังคงมีการผลิตเพื่อส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศอยู่

Q: ความคืบหน้ารถปิกอัพไฟฟ้า (EV) และแผนพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานทางเลือกใหม่อื่นๆ

A : ตลาดในประเทศไทยยังคงนิยมรถปิกอัพ เครื่องยนต์ดีเซลเป็นหลักมากกว่า เรายังเชื่อมั่นในเครื่องยนต์ดีเซลอยู่ และบริษัทฯ ก็เน้นพัฒนาเครื่องยนต์ดีเซลให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เช่น รองรับน้ำมัน B20
ที่อีซูซุมอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่นมีการพัฒนาพลังงานทางเลือกมากมายสำหรับรถเพื่อการพาณิชย์ และจะพิจาณาความเหมาะสมของแต่ละประเทศ ๆ ไป สำหรับประเทศไทย แผนด้านพลังงานทางเลือก อีซูซุได้มีการทดลองการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ในรถบรรทุกไฟฟ้าขนาดกลาง (2 ตัน) ร่วมกับลูกค้าในการใช้งานจริงในประเทศไทย แต่ยังไม่ได้กำหนดวันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ เพื่อรอช่วงเวลาที่เหมาะสมและไม่ให้ลูกค้าสับสน
ตลาดรถปิกอัพไฟฟ้าในประเทศผลิต และจำหน่ายเพียงเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องการ เนื่องจากสภาพการใช้งานปัจจุบันไม่ได้เหมาะกับการใช้รถปิกอัพไฟฟ้า แม้เราไม่ได้เน้นการโปรโมทรถปิกอัพไฟฟ้ามาก แต่เราก็ยังขายลูกค้าเฉพาะกลุ่มได้ ดังนั้นเรายังคงเดินหน้าการจำหน่ายรถปิกอัพไฟฟ้าต่อไป ส่วนเรื่องด้านการส่งออก รถปิกอัพไฟฟ้าได้รับการตอบรับที่ดีในบางประเทศ เช่น ในทวีปยุโรป



Q. เรื่อง Option ระบบความปลอดภัย (ADAS) ในรถรุ่นล่างๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน


A : อีซูซุให้ความสำคัญกับระบบความปลอดภัยมาโดยตลอด หากเทียบรุ่นต่อรุ่น ไม่ได้แพ้คู่แข่ง (เช่น ระบบ ESC, BA อีซูซุมีการติดตั้งมาก่อน) การเลือกใส่ Option ในรุ่นต่าง ๆ นั้น ขึ้นอยู่กับกำลังซื้อและความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าในแต่ละระดับ หากใส่อุปกรณ์มากเกินไปจะกระทบต่อราคาได้ หากตลาดมีความต้องการ บริษัทฯก็พร้อมที่จะติดตั้งเพิ่มเติมให้อย่างแน่นอน

Q : คาดการณ์ยอดขายตลาดรวมปีนี้ และสาเหตุที่ทำให้สัดส่วนยอดขายรถปิกอัพลดลง

A : คาดการณ์ยอดขายตลาดรถยนต์รวมทุกยี่ห้อปีนี้อยู่ที่ประมาณ 700,000 คัน
สัดส่วนรถปิกอัพในตลาดรวมลดลงเหลือประมาณ 20% (จากในอดีตมีสัดส่วนอยู่ที่ 30-40%)
สาเหตุหลักที่สัดส่วนปิกอัพลดลง:
1. กลุ่มลูกค้าหลัก (เกษตรกร พ่อค้าแม่ค้า พนักงานโรงงาน) ประสบปัญหาหนี้สินครัวเรือนสูง และติดเงื่อนไขการอนุมัติสินเชื่อที่เข้มงวดของสถาบันการเงิน
2. รถยนต์นั่ง/SUV มีราคาถูกลง มีตัวเลือกหลากหลาย และกลุ่มพนักงานที่มีเงินสามารถขออนุมัติสินเชื่อได้ง่ายกว่า
ยืนยันว่าลูกค้าหลักไม่ได้เปลี่ยนพฤติกรรมหนีจากปิกอัพ หากสถานการณ์หนี้สินและสินเชื่อผ่อนคลายลง กำลังซื้อจะกลับมา


Q : นอกจากปัจจัยเรื่องไฟแนนซ์ที่ตรีเพชร แจ้งมาโดยตลอดว่าเป็นปัจจัยที่ทำให้ยอดขายรถปิกอัพลดลง เท่ากับว่าเพื่อแก้ปัญหานี้ เราต้องไปเน้นตลาดส่วนบน แต่รถอาจจะมีความจูงใจลูกค้าน้อยไปหน่อยสำหรับลูกค้ากลุ่มบนซึ่งดูจากตัวเลขการขายเทียบกับคู่แข่งในเรื่องของ Option เมื่อเทียบกับ Spec ของรถอีซูซุที่ขายในต่างประเทศที่มี Option มากกว่า ตรีเพชรมีอำนาจต่อรองกับอีซูซุมอเตอร์น้อย หรือมีปัญหากันหรือเปล่า ทำไมรถที่ขายในประเทศไทยถึงมี Option ไม่เทียบเท่าคู่แข่ง

A : แน่นอนว่าไฟแนนซ์มีเงื่อนไขที่เข้มงวดมาก แต่สำหรับที่ลูกค้าที่พอมีกำลังซื้อก็ผ่านไฟแนนซ์ได้อยู่สำหรับลูกค้าที่มีความต้องการซื้อแน่นอน option ก็เป็นส่วนหนึ่ง เราเลือก option ที่เหมาะกับลูกค้า ลูกค้าที่มีกำลังซื้อซื้อสูง Marekt Share ส่วนนี้ของเราก็ไม่ได้น้อยเลย ถ้าลูกค้าในกลุ่มบนที่ต้องการ option ที่เพิ่มมากขึ้น เราสามารถที่จะไปเจรจาต่อรองกับอีซูซุมอเตอร์ได้ เราไม่ได้บอกว่าอำนาจต่อรองเราไม่มี ตรีเพชรและอีซูซุมอเตอร์ ทำงานร่วมกันในฐานะพาร์ทเนอร์ โดยเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ตามความต้องการของลูกค้าไทยเป็นหลัก เนื่องจากไทยเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุด เพราะฉะนั้นเราต่างคนต่างช่วยกันเพิ่มยอดขายโดยพิจารณาจากสิ่งที่เหมาะสมที่สุด รถปิกอัพที่ขายได้มากที่สุดก็คือรถปิกอัพในประเทศไทย เพราะฉะนั้นกลุ่มที่พัฒนาและออกแบบรถอีซูซุ ก็ให้ความสนใจและให้ความสำคัญกับประเทศไทยเสมอและมากด้วย



Q: แผนการส่งออกของ 2.2 Biturbo เป็นอย่างไร และเมื่อไร


A : เรามีแผนการส่งออกไปยังต่างประเทศแน่นอน ส่วนจะเมื่อไรนั้น ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของแต่ละตลาดเป็นหลัก

Q : แผนการลงทุนของอีซูซุเป็นอย่างไรบ้าง

A : Isuzu มีแผนลงทุนระยะ 5 ปี (ปี 2567-2571) มูลค่ารวม 32,000 ล้านบาท โดยเริ่มลงทุนไปแล้ว 15,000 ล้านบาทตั้งแต่เมษายน 2567 และมุ่งเน้นการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ (Local Content) สูงกว่า 90% มาโดยตลอด