xs
xsm
sm
md
lg

Bugatti คืนชีพ Veyron คันเดียวในโลก ตัวถังอะลูมิเนียมขัดเงาราวกระจก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



Bugatti นำ Veyron Grand Sport Vitesse หมายเลขตัวถัง 8.100 กลับมาบูรณะและคืนสภาพตามรูปแบบดั้งเดิม รถคันนี้ผลิตขึ้นเพียงคันเดียว โดดเด่นด้วยตัวถังอะลูมิเนียมขัดเงาแบบเปลือยผิว ตัดกับห้องโดยสารหนังสีแดง Carmine Red


ตัวถังอะลูมิเนียมขัดเงาไม่พ่นสี

Veyron Grand Sport Vitesse คันนี้ได้รับการสร้างขึ้นตามคำสั่งของลูกค้าที่ต้องการรถรูปแบบเฉพาะตัว โดยแทนที่จะพ่นสีตามปกติ Bugatti เลือกใช้อะลูมิเนียมขัดเงาเป็นพื้นผิวภายนอก ทำให้ตัวรถสะท้อนแสงคล้ายกระจกและเผยให้เห็นรูปทรงของตัวถังอย่างชัดเจน


การผลิตชิ้นส่วนตัวถังต้องนำบล็อกอะลูมิเนียมที่มีน้ำหนักมากถึง 20 ตัน ส่งไปยังโรงงานของ Bugatti ในเมืองโมลไซม์ ประเทศฝรั่งเศส ก่อนนำมาแปรรูปและขึ้นรูปเป็นชิ้นส่วนต่างๆ ไม่ได้หมายความว่าตัวรถมีน้ำหนัก 20 ตันแต่อย่างใด


ภายในตกแต่งด้วยหนังสีแดง Carmine Red ตัดกับคาร์บอนไฟเบอร์เปลือย อะลูมิเนียมขัดเงา และรายละเอียดที่ผลิตด้วยมือ โดย Bugatti บันทึกขั้นตอนการออกแบบและการผลิตรถคันนี้ไว้อย่างละเอียด เพื่อเก็บรักษาประวัติของรถหมายเลขตัวถัง 8.100


เครื่องยนต์ W16 กำลัง 1,200 แรงม้า

ภายใต้ตัวถังอะลูมิเนียมคือเครื่องยนต์เบนซิน W16 ขนาด 8.0 ลิตร Quad-Turbo ให้กำลังสูงสุด 1,200 แรงม้า และแรงบิด 1,500 นิวตันเมตร ซึ่งเป็นระบบขับเคลื่อนของ Veyron Grand Sport Vitesse รุ่นสมรรถนะสูง


Veyron Grand Sport Vitesse เคยสร้างสถิติรถเปิดประทุนที่ผลิตจำหน่ายจริงเร็วที่สุดในโลกเมื่อปี 2013 ด้วยความเร็ว 408.84 กม./ชม. ก่อนที่ Bugatti W16 Mistral จะทำลายสถิติดังกล่าวในปี 2024 ด้วยความเร็ว 453.91 กม./ชม.


ส่งต่อให้เจ้าของรายใหม่บนเฟรนช์ริเวียรา

หลังผ่านการบูรณะและรับรอง รถถูกส่งมอบให้ผู้ดูแลรายใหม่และปัจจุบันประจำอยู่บริเวณเฟรนช์ริเวียรา ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส แต่ Bugatti ไม่ได้เปิดเผยชื่อเจ้าของหรือมูลค่าของรถ


Motor1 รายงานว่า Fernando Alonso แชมป์โลก Formula 1 สองสมัย ถูกพบขณะขับ Veyron คันนี้บนถนนในโมนาโก อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าเขาเป็นเจ้าของรถ


Veyron Grand Sport Vitesse ตัวถังอะลูมิเนียมคันนี้จึงไม่ได้โดดเด่นเฉพาะความหายาก แต่ยังแสดงให้เห็นบทบาทใหม่ของ Bugatti ในการดูแลรถรุ่นเก่า ตั้งแต่การตรวจสอบประวัติและรับรองความแท้ ไปจนถึงการบูรณะให้กลับสู่สภาพตามแนวคิดเดิมของโรงงาน

ที่มา: Bugatti, Motor1