Tesla Roadster รุ่นใหม่เรียกความสนใจด้วยการขับกลับหัว กระโดดข้ามรถ และตีลังกากลางอากาศ พร้อมกำลังสูงสุด 1,341 แรงม้า ขณะที่ Tesla ประเทศไทยเปิดรับจองทั้งรุ่น Performance และ Thrust ส่วนรุ่น Rocket เหลือที่นั่งเดียวและจำกัดเฉพาะผู้ได้รับเชิญ
กลับมาอีกครั้งหลังรอเกือบ 9 ปี
Tesla เปิดตัว Roadster เจเนอเรชันใหม่ที่ศูนย์ทดสอบของ SpaceX ในเมืองแมคเกรเกอร์ รัฐเท็กซัส หลังจากเผยโฉมต้นแบบครั้งแรกเมื่อปี 2017 และเดิมวางแผนเริ่มผลิตในปี 2020
การสาธิตเริ่มจากรถขับกลับหัวบนทางลาดด้วยพัดลมสร้างแรงดูดใต้ท้องรถ ก่อนพุ่งออกจากทางลาดและใช้ชุดขับดันก๊าซเย็นหมุนตัวกลางอากาศ จากนั้นยังแสดงการกระโดดข้ามรถ Tesla หลายคันและตีลังกาอีกครั้ง
Elon Musk ระบุว่า Roadster จะเข้าสู่การผลิตในปี 2028 แต่บริษัทยังไม่เปิดเผยราคาจำหน่าย ขนาดแบตเตอรี่ และสเปกฉบับสมบูรณ์
กำลังสูงสุด 1,341 แรงม้า ขับเคลื่อนล้อหลัง
Roadster ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าสองตัวแยกขับเคลื่อนล้อหลังแต่ละข้าง พร้อมระบบควบคุมแรงบิดอิสระ รุ่นเริ่มต้นมีกำลังสูงสุด 1,073 แรงม้า ส่วนรุ่นสูงสุดเพิ่มเป็น 1,341 แรงม้า หรือมากกว่า 1 เมกะวัตต์
Tesla ระบุว่ารุ่น Thrust เคยทำอัตราเร่ง 0–96 กม./ชม. ได้เร็วสุด 0.81 วินาที และทำความเร็วได้มากกว่า 370 กม./ชม. ส่วนเป้าหมายที่ Elon Musk ต้องการไปให้ถึงคือประมาณ 616 กม./ชม. แต่ยังไม่ใช่ตัวเลขยืนยันของรถรุ่นผลิตจริง
วิ่งประมาณ 499–515 กม. ชาร์จ 10 นาที
Tesla ระบุว่า Roadster ใหม่วิ่งได้ประมาณ 499–515 กม. ต่อการชาร์จ ลดลงจากต้นแบบปี 2017 ที่เคยประกาศระยะทางไว้เกือบ 1,000 กม. อย่างไรก็ตาม บริษัทยังไม่ได้ระบุมาตรฐานที่ใช้ทดสอบหรือขนาดแบตเตอรี่
รถรองรับกำลังชาร์จสูงสุด 500 กิโลวัตต์ โดยผู้บริหาร Tesla ระบุว่าสามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 10–80% ได้ภายใน 10 นาที ตัวเลขทั้งหมดนี้ยังเป็นข้อมูลจากบริษัทและยังไม่มีผลทดสอบอิสระยืนยัน
มีสามรุ่น ความสามารถต่างกัน
Tesla แบ่ง Roadster ออกเป็นสามรุ่นตามจำนวนชุดขับดันและรูปแบบการใช้งาน
- Performance: รถสองที่นั่งสำหรับใช้งานบนถนน มีพัดลมสร้างแรงดูด ระบบ Active Aero และพื้นที่เก็บสัมภาระ แต่ไม่มีชุดขับดัน
- Thrust: รถสองที่นั่งสำหรับสนามแข่ง เพิ่มชุดขับดันด้านหลัง 4 จุด และผลิตจำนวนจำกัด
- Rocket: รถหนึ่งที่นั่งสำหรับผู้ได้รับเชิญ ติดตั้งชุดขับดัน 10 จุด เพื่อช่วยยกตัวและควบคุมทิศทางกลางอากาศ
Roadster ทุกรุ่นมีพัดลมสร้างแรงดูดใต้ท้องรถ ซึ่ง Tesla ระบุว่าสร้างแรงได้สูงสุด 2G ช่วยเพิ่มการยึดเกาะโดยไม่ต้องรอให้รถทำความเร็ว และมากพอที่จะยึดรถให้อยู่บนทางลาดในตำแหน่งกลับหัวได้
ชุดขับดันใช้ได้ประมาณ 5 วินาที
ชุดขับดันใช้แรงดันก๊าซแทนการเผาไหม้ โดยปล่อยก๊าซออกทางด้านหลังเพื่อช่วยเร่งรถโดยไม่ต้องส่งแรงผ่านยาง ส่วนหัวฉีดเพิ่มเติมในรุ่น Rocket ใช้ยกตัวและควบคุมทิศทางขณะอยู่กลางอากาศ
Lars Moravy รองประธานฝ่ายวิศวกรรมยานยนต์ของ Tesla ระบุว่า รุ่น Thrust ใช้ชุดขับดันได้รวมประมาณ 5 วินาที ก่อนต้องเติมก๊าซใหม่ โดยใช้ถังแรงดันความจุ 200 ลิตร
เติมไนโตรเจน 2–6 ชั่วโมง
ระบบต้นแบบที่ Tesla ใช้อยู่ในปัจจุบันต้องต่อเข้ากับแหล่งจ่ายไนโตรเจนแรงดันสูงภายนอก โดยใช้เวลาเติมถังของรุ่น Thrust ประมาณ 2–6 ชั่วโมง ขณะที่บริษัทตั้งเป้าลดเวลาให้เหลือต่ำกว่า 30 นาที
ข้อมูลดังกล่าวยังต่างจากคำอธิบายของ Elon Musk ที่ระบุว่ารถจะเติมอากาศกลับเข้าถังได้เอง จึงยังไม่ชัดว่ารถรุ่นผลิตจริงจะใช้ไนโตรเจนจากภายนอกหรือระบบอัดอากาศภายในรถ ส่วนพัดลมสร้างแรงดูดทำงานด้วยไฟฟ้า จึงยังใช้งานได้แม้ก๊าซสำหรับชุดขับดันจะหมดลง
รุ่น Rocket เหลือที่นั่งเดียว และใช้บนถนนไม่ได้
Roadster รุ่น Rocket เพิ่มถังแรงดันขนาด 400 ลิตรในตำแหน่งเบาะผู้โดยสาร เมื่อรวมกับถังเดิมจึงมีความจุทั้งหมด 600 ลิตร และทำให้รถ เหลือที่นั่งสำหรับผู้ขับเพียงคนเดียว
Tesla เปิดให้ซื้อรุ่นนี้เฉพาะผู้ได้รับเชิญ พร้อมระบุชัดว่า ไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้บนถนนสาธารณะ ความสามารถในการยกตัวและเคลื่อนที่กลางอากาศจึงเป็นการสาธิตในพื้นที่ควบคุม ไม่ใช่การบินต่อเนื่องเหมือนอากาศยาน
ไม่ใช่รถเปิดประทุนเต็มรูปแบบ
แม้จะใช้ชื่อ Roadster แต่รถรุ่นใหม่ไม่ได้เป็นรถเปิดประทุนแบบดั้งเดิม เพราะประตูปีกนกกินพื้นที่เข้าไปในส่วนหลังคา ทำให้ไม่สามารถถอดหลังคาออกทั้งชิ้นได้
อย่างไรก็ตาม กระจกส่วนบนของประตูสามารถถอดออกได้ ทำให้มีรูปแบบใกล้เคียงหลังคา T-top แต่ Tesla ยังไม่ได้อธิบายว่าจะเก็บแผงกระจกที่ถอดออกไว้บริเวณใด โดยเฉพาะรุ่น Thrust และ Rocket ซึ่งพื้นที่ด้านหลังถูกใช้ติดตั้งถังแรงดัน
เอกสารจองไม่รับประกันว่าจะมีรถส่งมอบ
InsideEVs ตรวจสอบเงื่อนไขการจองในสหรัฐฯ พบว่า เงินที่ชำระเป็นเพียงการจองลำดับโดยประมาณ ไม่ใช่คำสั่งซื้อที่รับประกันว่าลูกค้าจะได้รับรถ
เอกสารระบุว่า Roadster ยังอยู่ระหว่างการพัฒนา Tesla จึงไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะส่งมอบรถเมื่อใด หรือจะสามารถส่งมอบได้หรือไม่ ส่วนราคา อุปกรณ์ และคุณสมบัติของรถยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ก่อนเริ่มผลิตจริง
สิทธิ์การจองไม่สามารถโอนให้ผู้อื่นได้ แต่ผู้จองสามารถขอเงินคืนได้ตามเงื่อนไขของ Tesla หากเปลี่ยนใจหรือบริษัทไม่สามารถส่งมอบรถได้
ประเทศไทยจองได้ทั้ง Performance และ Thrust
เว็บไซต์ Tesla ประเทศไทยเปิดให้ลูกค้าทั่วไปจอง Roadster ได้สองรุ่น โดยมีรายละเอียดดังนี้
- Performance: ชำระ 178,000 บาทในวันจอง และอีก 1,598,000 บาทภายใน 10 วัน รวมเงินจอง 1,776,000 บาท
- Thrust: ชำระ 178,000 บาทในวันจอง และอีก 8,695,000 บาทภายใน 10 วัน รวมเงินจอง 8,873,000 บาท
- Rocket: เปิดเฉพาะผู้ได้รับเชิญ จึงยังไม่เปิดให้ลูกค้าทั่วไปจอง
รุ่น Thrust มีจำนวนจำกัดและจองได้หนึ่งคันต่อผู้สั่งซื้อหนึ่งราย โดย Tesla สงวนสิทธิ์ยกเลิกการจองซ้ำที่ใช้หมายเลขโทรศัพท์ วิธีชำระเงิน หรืออีเมลเดียวกัน
เงินทั้งหมดเป็น เงินจอง ไม่ใช่ราคาจำหน่ายของรถ ขณะที่ราคา สเปกสำหรับประเทศไทย กำหนดส่งมอบ และรายละเอียดการจดทะเบียนใช้งานบนถนนยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ
Tesla Roadster ใหม่แสดงให้เห็นเทคโนโลยีที่แตกต่างจากรถสมรรถนะสูงทั่วไป แต่รายละเอียดสำคัญหลายส่วนยังไม่ชัดเจน ทั้งระบบเติมก๊าซ ความถูกต้องตามกฎหมาย ราคา และการส่งมอบ ผู้สนใจจึงควรตรวจสอบเงื่อนไขการจองควบคู่กับตัวเลขสมรรถนะและการสาธิตของ Tesla
หมายเหตุ : ผู้บริหารของ Tesla Thailand ระบุว่า ยังไม่มีรายละเอียดเงื่อนไขของผู้ที่จะมีสิทธิ์ได้รับเชิญ และยังไม่มีการประสานเรื่องการเชิญใดๆจากบริษัทฯ แม่
ที่มา: InsideEVs


