BYD เปิดตัว Da Han EV ซีดานไฟฟ้าเรือธงรุ่นใหม่ในจีน วางตำแหน่งเหนือ Han รุ่นปัจจุบัน ทุกรุ่นใช้แบตเตอรี่ Blade Battery ขนาด 102.3 กิโลวัตต์-ชั่วโมง วิ่งไกลสุด 1,008 กม. ตามมาตรฐาน CLTC
เปิดตัว 3 รุ่น ราคาเริ่ม 1.18 ล้านบาท
BYD Da Han EV เปิดจำหน่ายในประเทศจีนทั้งหมด 3 รุ่น ราคา 235,900–275,900 หยวน หรือประมาณ 1.18–1.38 ล้านบาท โดยราคาจำหน่ายจริงต่ำกว่าราคาเปิดรับจองเดิมระหว่าง 14,000–24,000 หยวน
ราคาของแต่ละรุ่นมีดังนี้
- RWD LiDAR Premium: 235,900 หยวน หรือประมาณ 1,184,000 บาท
- RWD LiDAR Flagship: 249,900 หยวน หรือประมาณ 1,254,000 บาท
- AWD LiDAR Flagship: 275,900 หยวน หรือประมาณ 1,385,000 บาท
BYD ยังมอบสิทธิ์ใช้บริการ Flash Charging ฟรี 1 ปี พร้อมเงินสนับสนุนการนำรถเก่ามาแลกซื้อ 10,000 หยวนสำหรับเจ้าของรถ BYD และ 6,000 หยวนสำหรับเจ้าของรถแบรนด์อื่น
แบตเตอรี่ Blade รุ่นใหม่ วิ่งไกลสุด 1,008 กม.
Da Han EV ทุกรุ่นใช้ Blade Battery เจเนอเรชันที่ 2 ขนาด 102.3 กิโลวัตต์-ชั่วโมง รุ่นขับเคลื่อนล้อหลังวิ่งได้ไกลสูงสุด 1,008 กม. ส่วนรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อวิ่งได้ 880 กม. ตามมาตรฐาน CLTC
รุ่นขับเคลื่อนล้อหลังใช้มอเตอร์กำลัง 370 กิโลวัตต์ หรือ 496 แรงม้า ทำอัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ใน 4.9 วินาที ส่วนรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อเพิ่มมอเตอร์หน้าขนาด 200 กิโลวัตต์ มีกำลังรวม 570 กิโลวัตต์ หรือประมาณ 764 แรงม้า และลดเวลาอัตราเร่งลงเหลือ 3.3 วินาที
ชาร์จจาก 10–97% ภายใน 9 นาที
BYD ระบุว่า Da Han EV รองรับระบบ Flash Charging ซึ่งสามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 10–97% ได้ภายใน 9 นาที เมื่อใช้งานกับสถานีที่รองรับ แม้อยู่ในอุณหภูมิติดลบ 30 องศาเซลเซียส ระยะเวลาชาร์จจะเพิ่มขึ้นประมาณ 3 นาที
ช่วงล่างถุงลม DiSus-A แบบสองห้อง ระบบอ่านพื้นผิวถนนล่วงหน้า และระบบเลี้ยวล้อหลังเป็นอุปกรณ์มาตรฐานทุกรุ่น ช่วยให้รถซีดานขนาดใหญ่มีรัศมีวงเลี้ยวต่ำสุดเพียง 4.95 เมตร
ตัวถังยาวกว่า 5.2 เมตร
Da Han EV เป็นซีดานไฟฟ้าขนาดใหญ่แบบ 5 ที่นั่ง ตัวรถยาว 5,256 มม. กว้าง 1,999 มม. สูง 1,510 มม. และมีระยะฐานล้อ 3,130 มม. จึงมีขนาดใหญ่กว่า BYD Han รุ่นปัจจุบันอย่างชัดเจน
ตัวถังมีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ 0.197 ซึ่งช่วยลดแรงต้านขณะขับด้วยความเร็วและสนับสนุนระยะทางวิ่งของรถ
LiDAR และระบบช่วยขับขี่เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน
ทุกรุ่นติดตั้งระบบช่วยขับขี่ God’s Eye B ที่ทำงานร่วมกับ LiDAR และระบบ God’s Eye 5.0 รองรับระบบนำทางช่วยขับขี่บนถนนในเมืองและทางหลวง
ระบบดังกล่าวยังคงเป็นระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ผู้ขับต้องดูแลการควบคุมรถและพร้อมเข้าควบคุมตลอดเวลา ไม่ใช่ระบบขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบ
ภายในเน้นความสบาย พร้อมลำโพง 31 ตัว
ห้องโดยสารติดตั้งเบาะหน้า Zero Gravity สองตำแหน่ง หุ้มหนัง Nappa พร้อมระบบเสียง Devialet จำนวน 31 ลำโพง และประตูดูดไฟฟ้าครบทั้งสี่บาน
อุปกรณ์เหล่านี้สะท้อนตำแหน่งของ Da Han EV ในฐานะรถระดับบนของตระกูล Dynasty โดย BYD วางรถรุ่นนี้เหนือ Han และให้อยู่ในระดับเดียวกับ Da Tang SUV ซึ่งเปิดตัวไปก่อนหน้านี้
เข้ามาเสริมตลาดหลังยอดขาย Han ลดลง
การเปิดตัว Da Han EV เกิดขึ้นในช่วงที่ยอดขายของตระกูล Han รุ่นเดิมลดลง เดือนกันยายน 2026 มียอดขาย 2,529 คัน ลดลง 70.90% จากปีก่อน ส่วนยอดขายสะสมเก้าเดือนแรกอยู่ที่ 44,324 คัน ลดลง 68.86%
BYD จึงเพิ่ม Da Han เข้ามาขยายทางเลือกในกลุ่มซีดานระดับบน ขณะที่ Da Tang ซึ่งเป็นรถเรือธงอีกคันของตระกูล Dynasty มียอดขายสะสม 40,222 คันนับจากเปิดตัวจนถึงสิ้นเดือนกันยายน อย่างไรก็ตาม การเปิดตัวครั้งนี้มีเฉพาะรุ่นไฟฟ้าล้วน ส่วนรุ่น PHEV ที่เคยยื่นเอกสารต่อหน่วยงานจีนยังไม่ประกาศราคาและกำหนดจำหน่าย
ขณะนี้ BYD ยังไม่ได้ประกาศแผนจำหน่าย Da Han EV นอกประเทศจีน รวมถึงประเทศไทย
หมายเหตุ: ระยะทางเป็นตัวเลขตามมาตรฐาน CLTC ของจีน ซึ่งอาจแตกต่างจากการใช้งานจริง ราคาเงินบาทคำนวณด้วยอัตราประมาณ 1 หยวน เท่ากับ 5.02 บาท
ที่มา: CnEVPost และ BYD


