สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) จับมือองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศเยอรมนี (GIZ) และ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เผยผลศึกษาการจัดตั้ง "โรงงานรีไซเคิลแบตเตอรี่ EV และโรงงานผลิตแบตมือสอง (Second Life)" ในไทย เพื่อรับมือกับขยะแบตเตอรี่ EV ที่กำลังจะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด
วิกฤตแบตเตอรี่ใช้แล้วกำลังจะมา: คาดการณ์ว่าขยะแบตเตอรี่ EV ในไทยจะพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก
ปี 2573: อยู่ที่ประมาณ 9,349 ตัน
ปี 2581: พุ่งสูงถึง 73,855 ตัน
โมเดลธุรกิจที่คุ้มค่า: ผลการศึกษาระบุว่า การทำโรงงานรีไซเคิลเพียงอย่างเดียวอาจไม่คุ้มทุน แต่หากทำแบบ "ครบวงจร" (คัดแยก -> นำก้อนที่ยังดีไปทำระบบกักเก็บพลังงานมือสอง -> นำก้อนที่เสื่อมสภาพไปรีไซเคิล) จะสร้างผลตอบแทนทางธุรกิจได้ดีกว่า
ไม่ใช่แบตเตอรี่ทุกก้อนที่จะใช้ซ้ำได้: แบตเตอรี่ EV มือสองจะต้องผ่านการเช็กประวัติและทดสอบสุขภาพแบต (SoH) ก่อน ก้อนที่สอบผ่านถึงจะนำไปทำเป็นระบบกักเก็บพลังงาน (Second Life) ส่วนก้อนที่เสื่อมสภาพแล้วต้องส่งเข้าโรงงานรีไซเคิลที่ได้มาตรฐาน
เป้าหมายหลัก: เป็น "กระดุมเม็ดแรก" ในการสร้างระบบนิเวศแบตเตอรี่ (Battery Ecosystem) ของไทย ทั้งด้านกฎหมาย การลงทุน และการจัดการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อเปลี่ยนขยะแบตเตอรี่ให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ ต้องเริ่มต้นและเร่งสร้างโรงงานรีไซเคิลแบตเตอรี่โดยเร็วเพื่อให้ทันต่อการปริมาณแบตเตอรี่ที่ต้องมีการเปลี่ยนในอนาคต


