Bentley เปิดตัว Nicolaus Copernicus Collection รถยนต์สั่งทำพิเศษเพียง 3 คันทั่วโลก พัฒนาโดยแผนก Mulliner ร่วมกับ Bentley Warsaw ในประเทศโปแลนด์ เพื่อยกย่อง Nicolaus Copernicus นักดาราศาสตร์ชาวโปแลนด์ ผู้เสนอแนวคิดว่าดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางของระบบสุริยะ
รถทั้งสามคันสร้างบนพื้นฐานของ Bentley Continental GT S และ Continental GTC S โดยใช้ชื่อ Sun, Earth และ Moon แต่ละคันผลิตเพียงหนึ่งเดียว พร้อมสี วัสดุ และรายละเอียดภายในที่ออกแบบแตกต่างกัน
เชื่อมทั้งสามคันด้วยแผนผังโคเปอร์นิคัส
จุดร่วมของรถทั้งสามคันคือ “Copernicus Diagram” ลวดลายแสดงวงโคจรของดาวเคราะห์ 8 ดวง ได้แก่ ดาวพุธ ดาวศุกร์ โลก ดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ ดาวยูเรนัส และดาวเนปจูน
ลวดลายนี้ถูกนำไปใช้บริเวณคอนโซลกลาง แผงลายตารางด้านหน้าและด้านหลัง รวมถึงไฟต้อนรับที่ฉายลงบนพื้น ส่วนรุ่น Sun ยังเพิ่มลวดลายบนฝาปิดพื้นที่เก็บหลังคาของรถเปิดประทุนด้วย
อย่างไรก็ตาม ดาวยูเรนัสและดาวเนปจูนยังไม่ได้รับการค้นพบในช่วงที่โคเปอร์นิคัสมีชีวิตอยู่ โดยเขาเสียชีวิตในปี 1543 แต่ Bentley เลือกใช้แผนผังระบบสุริยะที่ประกอบด้วยดาวเคราะห์ทั้ง 8 ดวงในคอลเลกชันนี้
Sun, Earth และ Moon
Sun สร้างบนพื้นฐานของ Continental GTC S ตัวถังเปิดประทุน ใช้สีส้ม Manuka Orange ภายในตกแต่งด้วยหนังสีส้มตัดกับสีเทา Gravity Grey เดินด้ายสีส้ม และใช้วัสดุตกแต่ง Copper Stone
Earth ใช้ Continental GT S ตัวถังคูเป้ พ่นสีฟ้า Nebula Blue ภายในใช้หนัง Aegean Blue และ Imperial Blue ตกแต่งด้วย Galaxy Stone เดินขอบสีเงิน และใช้คอนโซลกลางสี Imperial Blue
Moon ใช้ Continental GT S ตัวถังคูเป้เช่นเดียวกัน ตัวถังสีเงิน Moonstruck Silver ซึ่งออกแบบให้สื่อถึงพื้นผิวของดวงจันทร์ ภายในใช้หนังสีดำ Beluga ตัดกับหนังสีอ่อน Ice
ขุมพลังเดิม 671 แรงม้า
Nicolaus Copernicus Collection ไม่มีการปรับเปลี่ยนระบบขับเคลื่อน โดยยังใช้ระบบปลั๊กอินไฮบริด เครื่องยนต์เบนซิน V8 ขนาด 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ให้กำลังรวม 671 แรงม้า
อุปกรณ์ด้านสมรรถนะประกอบด้วยท่อไอเสียสปอร์ตไทเทเนียม ระบบควบคุมตัวถังแบบ Active Chassis ล้อสีดำเงาขนาด 22 นิ้ว ลาย 10 ก้าน และเบรกคาร์บอนเซรามิก
ผลิตเพียงคันเดียวในแต่ละแบบ
รถทั้งสามคันเป็นรุ่นสั่งทำแบบ One-off หรือผลิตเพียงแบบละหนึ่งคัน และจำหน่ายเฉพาะในประเทศโปแลนด์ ราคายังไม่เปิดเผย ขณะที่ Continental GT S รุ่นปกติในสหรัฐฯ มีราคาเริ่มต้นประมาณ 300,000 ดอลลาร์ หรือราว 10 ล้านบาท
แต่ละคันยังมาพร้อมแผ่นธรณีประตูออกแบบเฉพาะ กล่องใส่กุญแจ น้ำหอมประจำรถ ผ้าพันคอและผ้าเช็ดหน้าสำหรับใส่กระเป๋าเสื้อที่ใช้สีเข้ากับตัวรถ รวมถึงเพลย์ลิสต์ Spotify ที่จัดทำแยกสำหรับรถแต่ละคัน
หมายเหตุ: ราคาเงินบาทคำนวณโดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 33.4 บาท
ที่มา: Motor1


