xs
xsm
sm
md
lg

GAC Thailand จับมือ M18 Mobility เปิดตัว “MGO” รุกตลาดแท็กซี่ไฟฟ้า

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



GAC Thailand จับมือ บริษัท เอ็ม 18 โมบิลิตี้ จำกัด (M18 Mobility) ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) พร้อมเปิดตัว “MGO” (MGO Mobility) บริษัทในเครือ M18 Mobility ภายใต้โครงการพาร์ทเนอร์รถแท็กซี่ไฟฟ้าพรีเมียม ซึ่งออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการทำงานของผู้ขับขี่แท็กซี่มืออาชีพในประเทศไทย ทั้งด้านต้นทุนพลังงาน การบำรุงรักษา และบริการหลังการขาย

ภายในงานยังมีการส่งมอบรถแท็กซี่ไฟฟ้า GAC AION Y Plus 410 ล็อตแรกจำนวน 15 คัน ให้แก่ผู้ขับขี่กลุ่มแรกของโครงการ


คุณ มาโนช ปฐมวรกุล ประธานกรรมการ บริษัท เอ็ม 18 โมบิลิตี้ จำกัด และ MGO Mobility กล่าวว่า MGO ไม่ได้ดำเนินธุรกิจในรูปแบบการจำหน่ายรถยนต์เชิงพาณิชย์ทั่วไป แต่ต้องการสร้าง “EV Mobility Ecosystem” หรือระบบนิเวศการเดินทางด้วยรถยนต์ไฟฟ้าที่ครบวงจร เพื่อสนับสนุนให้คนขับแท็กซี่สามารถบริหารต้นทุนและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและจากประสบการณ์ในธุรกิจฟลีทแท็กซี่ บริษัทเข้าใจถึงปัญหาของผู้ขับขี่ทั้งด้านค่าน้ำมัน ค่าซ่อมบำรุง และเวลาที่รถต้องหยุดให้บริการ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้ จึงต้องการให้ MGO เป็นระบบที่ช่วยบริหารต้นทุนและลดเวลาที่รถต้องหยุดวิ่ง มากกว่าการจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว


โครงการเปิดให้ผู้ขับขี่เข้าร่วมในรูปแบบ Drive-to-Own หรือเช่าขับเพื่อเป็นเจ้าของ ภายใต้สัญญา 7 ปี โดยมีอัตราค่าเช่าเริ่มต้น
  • 799 บาทต่อวัน ในช่วง 3 ปีแรก
  • 699 บาทต่อวัน ในช่วง 4 ปีหลัง
MGO ระบุว่า จากข้อมูลการใช้งาน รถยนต์ไฟฟ้าสามารถช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานเมื่อเทียบกับ LPG ได้มากกว่า 55% ต่อกิโลเมตร หรือคิดเป็นค่าใช้จ่ายที่ลดลงมากกว่า 100,000 บาทต่อปี ซึ่งบริษัทระบุว่าจะช่วยเพิ่มรายได้สุทธิของผู้ขับขี่


MGO ระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีรถแท็กซี่ไฟฟ้าที่ใช้งานอยู่กว่า 6,000 คัน และมีอัตราการเติบโตมากกว่า 260% ในช่วงปี 2567–2568

ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านสู่รถแท็กซี่ไฟฟ้า ได้แก่ ต้นทุนพลังงานที่ต่ำกว่า ความคุ้มค่าในการบำรุงรักษา และการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานด้านสถานีชาร์จ ส่งผลให้ตลาด EV Taxi เป็นหนึ่งในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ที่มีแนวโน้มเติบโตในประเทศไทย


จากแนวโน้มดังกล่าว MGO ตั้งเป้าขยายจำนวนรถในโครงการเป็น 500 คันภายในปีแรก และเพิ่มเป็น 3,000 คันภายใน 3 ปี พร้อมเพิ่มอัตราการส่งมอบรถในแต่ละไตรมาส

ในระยะแรก MGO จะเน้นให้บริการใน 2 พื้นที่สำคัญที่เชื่อมต่อกับสนามบินหลัก ได้แก่
  • สะพานใหม่–ดอนเมือง รองรับพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งเหนือ
  • กิ่งแก้ว–สุวรรณภูมิ รองรับพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกและจังหวัดปริมณฑลโดยรอบ
เพื่อรองรับการใช้งานของผู้ขับขี่ MGO เตรียมโครงสร้างพื้นฐานและบริการที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
  • MGO Taxi Center 2 แห่ง ที่สะพานใหม่–ดอนเมือง และกิ่งแก้ว–สุวรรณภูมิ
  • ช่องบริการเช็กระยะ Fast-lane สำหรับรถแท็กซี่ MGO โดยเฉพาะ ที่ศูนย์บริการ M18 ทั้ง 3 สาขา ได้แก่ ลำลูกกา สะพานใหม่ และธัญบุรี คลอง 2
  • ศูนย์ซ่อมสีและตัวถัง
  • GAC Mobility Hub ที่ธัญบุรี คลอง 2
  • เครือข่ายสถานีชาร์จ iGreen+
  • สถานีพลังงานบางจาก Best Energy
นอกจากนี้ MGO มีแผนจัดตั้ง Mobile Service หรือหน่วยบริการซ่อมบำรุงเคลื่อนที่ เพื่อให้บริการผู้ขับขี่ตลอด 24 ชั่วโมงในอนาคต


หวัง ห้าวหยง ประธานกรรมการ GAC Thailand กล่าวว่า GAC Thailand ยินดีที่ได้ร่วมมือกับ M18 Mobility ในโครงการ MGO ซึ่งเป็นโครงการที่เชื่อมโยงทั้งผู้ขับขี่ ยานยนต์ การบริการ และสถานีชาร์จเข้าไว้ด้วยกันภายใต้แนวคิดของ GAC Mobility Hub

GAC Thailand ระบุว่าพร้อมสนับสนุน MGO เพื่อสร้างระบบที่ตอบโจทย์ผู้ขับขี่และสนับสนุนการพัฒนาภาคการขนส่งของประเทศไทยไปสู่การใช้พลังงานไฟฟ้า


สำหรับผู้ขับขี่แท็กซี่มืออาชีพที่สนใจเข้าร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กับ MGO 50 คันแรก จะได้รับสิทธิพิเศษเป็น เครดิตชาร์จไฟฟรีสูงสุด 27,000 บาทตลอดอายุสัญญา สำหรับใช้บริการที่สถานีชาร์จ iGreen+

ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดและสมัครเข้าร่วมโครงการได้ที่ MGO สำนักงานใหญ่สะพานใหม่ และ สาขากิ่งแก้ว หรือติดตามข้อมูลเพิ่มเติมผ่านช่องทางออนไลน์ของ MGO Mobility.