มีรายงานว่า มาเซราติ (Maserati) เตรียมพัฒนา SUV ไฟฟ้าและรถ GT ไฟฟ้า ร่วมกับ Huawei และ JAC โดยวางแผนผลิตตัวถังในจีน ก่อนส่งไปติดตั้งภายในและปรับตั้งระบบที่โรงงานในอิตาลี
Maserati มองหาพันธมิตรจากจีน
Maserati แบรนด์รถหรูและรถสปอร์ตจากอิตาลีในเครือ Stellantis กำลังมองหาพันธมิตรด้านเทคโนโลยีและการผลิต หลังยอดขายลดลงอย่างต่อเนื่อง
รายงานจาก Future Cars Daily ระบุว่า แผนความร่วมมือกับ Huawei และ JAC เริ่มมีรายละเอียดชัดเจนขึ้น โดยแต่ละบริษัทจะรับผิดชอบงานที่แตกต่างกัน ตั้งแต่เทคโนโลยีรถอัจฉริยะ การผลิต ไปจนถึงการออกแบบและจำหน่ายในต่างประเทศ
วางแผนรถไฟฟ้าใหม่ 2 รุ่น
รถยนต์ไฟฟ้าที่อยู่ในแผนมี 2 รุ่น ได้แก่ SUV ไฟฟ้าขนาดกลางถึงใหญ่ และ รถ GT ไฟฟ้าขนาดใหญ่ โดย Maserati มีแนวโน้มเลือกเปิดตัวรถ GT ก่อน
GT หรือ Gran Turismo คือรถหรูสมรรถนะสูงที่ออกแบบให้เหมาะกับการเดินทางไกล รถรุ่นใหม่นี้จะต่อยอดจาก GranTurismo Folgore ส่วน SUV รุ่นใหม่จะเข้ามาเพิ่มทางเลือกจาก Grecale Folgore ที่จำหน่ายอยู่ในปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลนี้ยังมาจากแหล่งข่าวในอุตสาหกรรม และยังไม่มีประกาศยืนยันจากทั้งสามบริษัท
พันธมิตรสามฝ่าย
ความร่วมมือครั้งนี้จะแบ่งหน้าที่ระหว่างทั้งสามบริษัทอย่างชัดเจน ตั้งแต่เทคโนโลยี การผลิต ไปจนถึงการออกแบบและการจำหน่าย
- Huawei สนับสนุนแพลตฟอร์ม HIMA ซึ่งประกอบด้วยระบบห้องโดยสารอัจฉริยะ ระบบช่วยขับ Qiankun ADS และเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า
- JAC Motors รับผิดชอบงานวิศวกรรมและการผลิตรถยนต์ภายในโรงงาน Maextro
- Maserati ดูแลงานออกแบบให้คงเอกลักษณ์ของแบรนด์ พร้อมนำรถออกจำหน่ายผ่านเครือข่ายทั่วโลก
สำหรับชื่อที่ใช้ทำตลาด รถจะจำหน่ายภายใต้แบรนด์ Maextro ในประเทศจีน ส่วนตลาดต่างประเทศจะยังคงใช้ชื่อและตราสัญลักษณ์ของ Maserati
ผลิตตัวถังในจีน ก่อนส่งไปทำขั้นตอนสุดท้ายในอิตาลี
Maserati วางแผนใช้รูปแบบการผลิตแบบ SKD โดยโครงสร้างตัวถังที่ยังไม่ได้ทำสีจะผลิตที่โรงงานของ JAC ในเมืองเหอเฝย์ ประเทศจีน ก่อนส่งไปยังอิตาลีเพื่อติดตั้งห้องโดยสาร ประกอบขั้นสุดท้าย และปรับตั้งช่วงล่าง
วิธีนี้มีเป้าหมายเพื่อลดต้นทุนการผลิต ขณะเดียวกันก็ยังคงงานส่วนสำคัญไว้ที่โรงงานของ Maserati ในอิตาลี รวมถึงช่วยเพิ่มการใช้กำลังการผลิตของโรงงาน Cassino และ Modena
เล็งขายในยุโรปและตะวันออกกลาง
Maserati จะมีบทบาทหลักในการตัดสินใจด้านการจำหน่ายนอกประเทศจีน โดยตลาดเป้าหมายระยะแรกประกอบด้วย ตะวันออกกลาง อิตาลี ฝรั่งเศส และเยอรมนี
ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลกำหนดการเปิดตัวหรือเริ่มผลิตรถทั้งสองรุ่นอย่างชัดเจน
ยอดขายลดลงกว่า 80%
แผนความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ Maserati เผชิญแรงกดดันด้านยอดขายและผลประกอบการ โดยในปี 2025 บริษัทส่งมอบรถทั่วโลกไม่ถึง 8,000 คัน ลดลงมากกว่า 80% จากจุดสูงสุดในปี 2017 และเป็นระดับต่ำที่สุดในรอบกว่า 10 ปี
Maserati ยังขาดทุนจากการดำเนินงานที่ปรับปรุงแล้ว 198 ล้านยูโร หรือประมาณ 7,600 ล้านบาท และมีอัตรากำไรจากการดำเนินงานติดลบ 27.3%
Antonio Filosa ซีอีโอของ Stellantis เคยระบุว่า Maserati จำเป็นต้องมีพันธมิตรทางอุตสาหกรรมเพื่อพัฒนาแบรนด์ต่อไป แต่บริษัทไม่มีแผนขาย Maserati
หากแผนนี้เกิดขึ้นจริง Maserati จะได้ใช้เทคโนโลยีรถอัจฉริยะจาก Huawei และกำลังการผลิตของ JAC ขณะที่ยังคงดูแลงานออกแบบ การประกอบขั้นสุดท้าย และการจำหน่ายในต่างประเทศด้วยตัวเอง
ข้อมูลจาก CarNewsChina


