xs
xsm
sm
md
lg

All-new Nissan Elgrand e-POWER เปิดตัวญี่ปุ่น! ลุ้นขายไทยปลายปีนี้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



Nissan Motor Co., Ltd. เปิดตัว All-new Elgrand ในประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ โดยเริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม หลังจากเผยโฉมรถครั้งแรกภายในงาน Japan Mobility Show 2025 

สำหรับ Elgrand เป็นมินิแวนระดับพรีเมียมของ Nissan ที่พัฒนาขึ้นเพื่อผสานพื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขวางเข้ากับสมรรถนะการขับขี่ โดยในเจเนอเรชั่นใหม่นี้มาพร้อมกับ

- ระบบไฮบริด e-POWER เจเนอเรชันที่ 3
-ระบบควบคุมการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 4 ล้อ e-4ORCE
- ช่วงล่าง Intelligent Dynamic Suspension 

ซึ่งระบบเหล่านี้จะช่วยเพิ่มความสบายให้กับผู้โดยสารทุกตำแหน่ง พร้อมยกระดับแนวคิดเรื่อง “Driving Enjoyment” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ DNA ของ Elgrand เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางแบบ Grand Touring ที่ช่วยให้ผู้โดยสารรู้สึกอยากเดินทางต่อไปอีกนานขึ้น


ราคา
  • 4WD X e-4ORCE 6,897,000 เยน ประมาณ 1,478,000 บาท 
  • 4WD G e-4ORCE 7,579,000 เยน ประมาณ 1,625,000 บาท
ราคาจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่น รวมภาษีบริโภค (อัตราแลกเปลี่ยน 21.4 บาทต่อ 100 เยน) 


Nissanระบุว่า All-new Elgrandมีตัวถังขนาดใหญ่กว่ารุ่นก่อนหน้าพร้อมการออกแบบที่ให้ความรู้สึกมั่นคงและเกาะพื้นมากขึ้น

- ด้านพื้นที่เก็บสัมภาระมีการปรับปรุงหลายส่วนได้แก่
  • ลดระดับความสูงของพื้นห้องเก็บสัมภาระ
  • เพิ่มความสูงของช่องเปิดฝาท้าย
  • เพิ่มความกว้างสูงสุดของช่องเปิดฝาท้าย
  • ช่วยให้การนำสัมภาระขนาดใหญ่เช่นกระเป๋าเดินทางขึ้นและลงจากรถทำได้ง่ายขึ้น
  • เมื่อโดยสารครบ7 คนยังสามารถบรรทุกกระเป๋าขนาด Carry-onได้7 ใบ
  • สวิตช์ควบคุมฝาท้ายไฟฟ้าอยู่บริเวณกึ่งกลางฝาท้ายและบริเวณด้านข้างทั้งสองฝั่งที่เสา D-pillar
  • สามารถหยุดการเปิดฝาท้ายไว้ที่ความสูงใดก็ได้เหมาะกับพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านหลังรถ
  • ประตูสไลด์
  • ช่องเปิดประตูสไลด์ด้านหลังมีขั้นบันไดที่ช่วยให้เด็กเล็กขึ้นรถได้โดยไม่ต้องยกเท้าสูง
  • มือจับช่วยขึ้น-ลงขนาดใหญ่รองรับผู้โดยสารหลากหลายช่วงวัย
  • ระบบHalf-open Functionสามารถเปิดประตูสไลด์เพียงบางส่วน
  • ช่วยลดปริมาณฝนที่อาจเข้าสู่ห้องโดยสารขณะขึ้น-ลงรถหรือขณะขนสัมภาระในสภาพอากาศฝนตก
  • เบาะนั่งแถว 3 ใช้การออกแบบแบบMulti-upสามารถพับและจัดเก็บได้ 2ตำแหน่งทั้งด้านหน้าและด้านหลังทำให้ผู้ใช้งานสามารถปรับสมดุลระหว่างพื้นที่เก็บสัมภาระกับพื้นที่สำหรับผู้โดยสารได้ตามความต้องการ



การขับเคลื่อน
All-new Elgrandใช้ระบบไฮบริดe-POWER เจเนอเรชันที่ 3โดยจับคู่เครื่องยนต์ที่ออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าโดยเฉพาะรหัสZR15DDTeเข้ากับชุดระบบส่งกำลังไฟฟ้า e-POWERแบบ5-in-1

ระบบ 5-in-1รวมองค์ประกอบหลัก 5ส่วนเข้าไว้ในโมดูลเดียวได้แก่
  • มอเตอร์
  • เครื่องกำเนิดไฟฟ้า
  • อินเวอร์เตอร์
  • Reducer
  • Increaser
Nissanพัฒนาเทคโนโลยีควบคุมระบบใหม่เพื่อเพิ่มความเงียบและประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงขณะที่ระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ 100%ช่วยให้รถตอบสนองรวดเร็วและให้สมรรถนะที่เหมาะกับมินิแวนระดับพรีเมียม

รวมถึงตัวแพลตฟอร์มได้รับการพัฒนาเพิ่มเติมจากรุ่นก่อนหน้าพร้อมตัวถังที่มีความแข็งแกร่งสูงและการติดตั้งวัสดุดูดซับเสียงอย่างทั่วถึงเพื่อช่วยลดเสียงรบกวนและเพิ่มความสบายระหว่างการเดินทาง


Nissan พัฒนาระบบ e-4ORCE ระบบควบคุมการขับเคลื่อน 4ล้อ ด้วยไฟฟ้าเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มสมรรถนะการขับขี่ในหลากหลายสถานการณ์ ระหว่างการขับขี่ในชีวิตประจำวัน

ระบบ e-4ORCE สามารถช่วยลดการเคลื่อนไหวของตัวรถขณะออกตัวเร่งความเร็วและเบรกทำให้การขับขี่และการโดยสารมีความราบรื่นมากขึ้น

ระบบรุ่นล่าสุดยังเพิ่มการใช้แรงขับจากมอเตอร์ล้อหลังขณะเข้าโค้งเพื่อเพิ่มความสนุกและการตอบสนองในการขับขี่ที่ผู้ขับขี่ยังสามารถดูกำลังจากมอเตอร์และการกระจายแรงเบรกแบบเรียลไทม์ผ่านหน้าจอมาตรวัดเพื่อดูการทำงานของระบบ e-4ORCE ได้โดยตรง

ระบบช่วงล่าง Intelligent Dynamic Suspensionสามารถปรับการทำงานให้เข้ากับสภาพถนนและรูปแบบการขับขี่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องโดยปรับแรงหน่วงของโช้คอัพแต่ละล้อแบบเรียลไทม์

ระบบช่วยลดการเคลื่อนไหวของตัวรถและเพิ่มเสถียรภาพจึงช่วยยกระดับความสบายในการโดยสารที่เกิดจากการทำงานร่วมกันของ e-POWERและ e-4ORCE


All-new Elgrandมีโหมดการขับขี่ทั้งหมด6 รูปแบบซึ่งปรับลักษณะการทำงานของ e-POWER, e-4ORCEและ Intelligent Dynamic Suspensionให้เหมาะกับสถานการณ์ต่างๆ
  • ECO —ช่วยให้ขับขี่โดยเน้นประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง
  • Standard —ผสมผสานการตอบสนองของอัตราเร่งและความสบายในการโดยสารอย่างสมดุล
  • Sport —เพิ่มการตอบสนองของอัตราเร่งและการควบคุมแนวรถช่วยให้การขับขี่บนถนนคดเคี้ยวสนุกยิ่งขึ้น
  • Comfort —เน้นความสบายและความประณีตสำหรับผู้โดยสาร
  • Snow —เพิ่มความมั่นใจในการขับขี่บนหิมะและพื้นผิวลื่น
  • Personal —สามารถปรับตั้งค่าต่างๆตามความต้องการของผู้ขับขี่


อุปกรณ์ภายนอก
แนวคิดการออกแบบของ All-new Elgrandใช้ชื่อว่า“The private MAGLEV”ซึ่งผสมผสานความรู้สึกถึงความเร็วในแนวเส้นตรงเข้ากับรูปลักษณ์ที่สง่างามและมีความโดดเด่นบนท้องถนนสอดคล้องกับการเป็นรถยนต์เรือธงของญี่ปุ่น

ตัวรถมีขนาดใหญ่กว่ารุ่นเดิมพร้อมรูปทรงที่เฉียบคมและท่าทางการวางตัวที่มั่นคงจากทุกมุมมองการออกแบบสอดคล้องกับแนวคิด“Timeless Japanese Futurism”ของ Nissanซึ่งนำเอกลักษณ์ความเป็นญี่ปุ่นมาผสมกับการออกแบบสมัยใหม่

รายละเอียดการออกแบบ
  • กระจังหน้าดึงแรงบันดาลใจจากKumikoงานไม้ฝีมือดั้งเดิมของญี่ปุ่น
  • ลวดลายจากกระจังหน้าต่อเนื่องเข้าสู่ชุดไฟหน้า
  • แนวทางเดียวกันถูกนำมาใช้กับไฟท้ายแบบเต็มความกว้าง
  • ล้อแบบน้ำหนักเบาใช้Resin Finisherเพื่อสร้างรายละเอียดที่มีความซับซ้อนคล้ายงานฝีมือซึ่งไม่สามารถทำได้ด้วยอะลูมิเนียมเพียงอย่างเดียว
  • การออกแบบรายละเอียดต่างๆทำให้รูปลักษณ์ของตัวรถมีความต่อเนื่องเป็นหนึ่งเดียว









อุปกรณ์ภายใน
ห้องโดยสารสไตล์ Private Lounge และได้รับการออกแบบให้มีบรรยากาศคล้ายPrivate Lounge

  • ตำแหน่งเบาะนั่งที่สูงขึ้น ช่วยเพิ่มมุมมองด้านหน้าให้กับผู้ขับขี่

  • แผงประตูตกแต่งด้วยลาย Quilting ซึ่งเชื่อมโยงกับลวดลาย Kumiko บริเวณภายนอก

  • แผงหน้าปัดใช้วัสดุลายไม้ พร้อมสวิตช์แบบ Capacitive ที่ผสานเข้ากับพื้นผิวอย่างต่อเนื่อง

  • หน้าจอกลางและหน้าจอมาตรวัดรวมอยู่ในIntegrated Interface Display ขนาด 14.3 นิ้ว ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของ Nissan ในประเทศญี่ปุ่น

  • Ambient Lighting พาดต่อเนื่องจากแผงหน้าปัดไปตามแนวประตูและโอบล้อมผู้โดยสาร

  • สามารถปรับสี Ambient Lighting ได้สูงสุด64 สี

วัสดุเบาะนั่ง TailorFit™
เบาะนั่งใช้วัสดุTailorFit™ มีให้เลือก 3 รูปแบบตามรุ่น

  • Dark — สำหรับรุ่น X e-4ORCE

  • Ginsetsu* — สำหรับรุ่น G e-4ORCE สื่อถึงความงดงามของหิมะที่ถูกแต่งแต้มด้วยแสงสีของท้องฟ้ายามรุ่งเช้า

  • Shitan* — สำหรับรุ่น G e-4ORCE ตกแต่งด้วยสีม่วงและน้ำเงิน ซึ่งสื่อถึงความสูงศักดิ์ตามสุนทรียศาสตร์ของญี่ปุ่น
  • เบาะนั่งทุกตำแหน่งเป็นแบบ Zero Gravity ช่วยให้นั่งสบายและผ่อนคลาย โดยเบาะแถวที่ 2 มีพื้นที่กว้าง สามารถขยับเปลี่ยนท่านั่งได้สะดวก
  • เบาะคู่หน้าและเบาะแถวที่ 2 ทั้งสองฝั่งมี Ottoman หรือที่รองขา รวมทั้งหมด 3 ตำแหน่ง ช่วยเพิ่มความสบาย โดยเฉพาะเวลาเดินทางไกล
  • เบาะแถวที่ 2 รองรับ Dual Reclining สามารถปรับเอนพนักพิงช่วงบนด้วยไฟฟ้า ทำให้ปรับองศาศีรษะให้อยู่ในตำแหน่งที่พอดีได้ แม้กำลังดูจอหรือเล่นมือถือ ก็ยังนั่งได้สบายๆ










- ระบบเสียง
  • ระบบเสียงพรีเมียมBose®
  • ลำโพง22 ตำแหน่ง
  • ระบบเสียงรอบทิศทาง 3D
  • สร้างบรรยากาศการฟังเสียงภายในห้องโดยสารในลักษณะคล้ายโรงภาพยนตร์
- ฟังก์ชันใช้งานภายใน
  • แท่นชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สายบริเวณคอนโซลกลาง
  • รองรับมาตรฐานQi2.0
  • สามารถชาร์จสมาร์ตโฟนพร้อมกันได้2 เครื่อง
  • ช่องเก็บของด้านหลังขนาดใหญ่สามารถใส่กล่องทิชชูสำหรับผู้โดยสารตอนหลังได้
  • ช่องจ่ายไฟ AC100V จำนวน 3 จุด
  • รองรับกำลังไฟสูงสุด1,500W
  • สามารถใช้จ่ายไฟให้เครื่องใช้ไฟฟ้าภายนอกรถหรือใช้เป็นแหล่งจ่ายไฟสำรองในกรณีฉุกเฉิน
- Smooth Stop
ระบบSmooth Stopควบคุมแรงเบรกอย่างเหมาะสมในช่วงที่รถกำลังหยุดนิ่งโดยช่วยลดแรงกระตุกที่มักเกิดขึ้นในจังหวะรถหยุดโดยผู้ขับขี่ไม่จำเป็นต้องค่อยๆผ่อนแรงเบรกด้วยตัวเอง

- Advanced Active Noise Control
ระบบ Advanced Active Noise Controlเป็นเทคโนโลยีครั้งแรกของ Nissanในระดับโลกโดยสามารถลดทั้งเสียงเครื่องยนต์และเสียงจากพื้นถนนพร้อมกันเพื่อเพิ่มความเงียบภายในห้องโดยสาร


- ระบบช่วยขับขี่ ProPILOT
All-new Elgrand ติดตั้งระบบช่วยขับขี่ ProPILOTสำหรับการเดินทางบนทางหลวงโดยช่วยควบคุมการทำงานของคันเร่งเบรกและพวงมาลัยระหว่างการขับขี่บนทางหลวงในช่องจราจรเดียวเพื่อลดภาระของผู้ขับขี่

- X e-4ORCE
  • ติดตั้งProPILOTเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน
- G e-4ORCE
ติดตั้งเป็นมาตรฐานได้แก่
  • ProPILOT with Navi-link
  • Traffic Jam Hands-Off Mode
  • Lane Change Support
ระบบดังกล่าวช่วยให้สามารถขับขี่แบบHands-off ในสภาพการจราจรติดขัดได้ นอกจากนี้ยังสามารถเลือกติดตั้งเพิ่มเติมได้ในรุ่น X e-4ORCE ขณะที่ ProPILOT 2.0 สามารถเลือกเป็นออปชันในรุ่น G e-4ORCE
ProPILOT with Navi-link / Traffic Jam Hands-Off Mode / Lane Change Support
  • รองรับการขับขี่แบบ Hands-offในสภาพการจราจรติดขัดที่ความเร็ว50 กม./ชม. หรือต่ำกว่า
  • ระบบ Lane Change Supportทำงานที่ความเร็ว60 กม./ชม.ขึ้นไป
  • การเปลี่ยนเลนทำงานตามการสั่งงานของผู้ขับขี่ผ่านไฟเลี้ยว
ProPILOT Park with Memory Function
ระบบช่วยจอดพร้อมฟังก์ชันบันทึกตำแหน่งจอด
เมื่อรถเข้าใกล้พื้นที่จอดที่ถูกบันทึกไว้ระบบสามารถควบคุมการทำงานต่างๆโดยอัตโนมัติผ่านการกดปุ่มเพียงครั้งเดียวได้แก่
  • พวงมาลัย
  • คันเร่ง
  • เบรก
  • การเลือกเกียร์
  • เบรกมือ
-Intelligent Distance Control with Navi-link
ระบบช่วยลดภาระของผู้ขับขี่ระหว่างการเร่งและลดความเร็วซ้ำๆรวมถึงการหยุดรถโดยรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าชะลอความเร็วตามรถคันหน้าและหยุดรถเมื่อจำเป็น

- Intelligent Around View Monitor
ระบบกล้องมองภาพรอบคันได้รับการเพิ่มมุมมองใหม่ 3รูปแบบ
  • Front Wide View —ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นพื้นที่ด้านหน้าซ้ายและขวาในบริเวณทางแยกที่มีจุดอับสายตา
  • Mirror Close View —แสดงภาพด้านข้างและด้านหลังรถขณะพับกระจกมองข้างเพื่อช่วยในการจอด
  • 3D View —แสดงพื้นที่โดยรอบรถในรูปแบบ 3มิติช่วยให้มองเห็นสภาพแวดล้อมรอบตัวรถได้ง่ายขึ้น



- ระบบ Infotainment Nissan Connect เพิ่มฟังก์ชัน Google built-in รองรับ
  • Google Maps
  • Google Assistant
  • Google Play
ช่วยให้สามารถเข้าถึงข้อมูลและความบันเทิงต่างๆได้โดยตรง

- Vehicle Status Alert
ระบบแจ้งเตือนไปยังสมาร์ตโฟนของผู้ขับขี่เมื่อพบว่า
  • ประตูรถถูกล็อกไม่เรียบร้อย
  • เปิดไฟฉุกเฉินทิ้งไว้
  • เปิดกระจกทิ้งไว้
- Remote Photo Shot
ระบบสามารถถ่ายภาพพื้นที่โดยรอบรถโดยอัตโนมัติและแจ้งเตือนไปยังสมาร์ตโฟนเมื่อระบบตรวจพบแรงกระแทกหรือความผิดปกติอื่นๆ

- Mimamori Drive
Nissan เพิ่มบริการใหม่ชื่อ“Mimamori Drive”สำหรับสมาชิก NissanConnect รุ่นที่ 2 รวมถึงเจ้าของ Elgrand
ระบบส่งการแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ไปยังสมาร์ตโฟนเกี่ยวกับสถานะการขับขี่ของสมาชิกในครอบครัวหรือบุคคลใกล้ชิดเพื่อช่วยสนับสนุนการขับขี่อย่างปลอดภัย

ผู้ใช้งานจะได้รับการแจ้งเตือนเมื่อ
  • รถเข้าสู่พื้นที่ที่กำหนดไว้
  • รถออกจากพื้นที่ที่กำหนดไว้
  • รถใช้ความเร็วเกินค่าที่กำหนด
ทำให้สามารถติดตามการเดินทางในแต่ละวันผ่านแอปพลิเคชันได้


สี
-สีโมโนโทน
  • Prism White
  • Shigoku
  • Dark Metal Gray
  • Midnight Black
- สีทูโทนระดับพรีเมียม
เป็นการจับคู่ระหว่างสีใหม่ 2 สีได้แก่
  • Fuji Dawn —ได้แรงบันดาลใจจากความงดงามของช่วงเวลาสั้นๆยามรุ่งเช้าเหนือภูเขาฟูจิ
  • Shigoku —ได้แรงบันดาลใจจากสีที่สื่อถึงความสูงศักดิ์และเกียรติยศในวัฒนธรรมญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน



สำหรับ การทำตลาดในประเทศไทย คาดว่า จะมีการนำเข้ามาทำตลาด โดยอาจจะมีการนำมาจัดแสดงในงาน Motor Expo ช่วงปลายปีนี้ หลังจากที่เคยนำรถต้นแบบมาจัดแสดงแล้วครั้งหนึ่ง