Lamborghini Aventador SVJ Roadster คือเวอร์ชันเปิดประทุนของ Aventador SVJ ที่นำสมรรถนะและเทคโนโลยีของรุ่น Coupé มารวมเข้ากับประสบการณ์การขับแบบเปิดหลังคา
รถเปิดตัวที่ Geneva International Motor Show ในปี 2019 ใช้เครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.5 ลิตร กำลัง 770 CV หรือประมาณ 759 แรงม้า ทำความเร็วสูงสุดมากกว่า 350 กม./ชม. และผลิตจำกัดเพียง 800 คันทั่วโลก
จาก Aventador SVJ สู่เวอร์ชันเปิดประทุน
Aventador SVJ Roadster ถูกพัฒนาบนพื้นฐานของ SVJ Coupé โดย Lamborghini ยังคงองค์ประกอบสำคัญด้านสมรรถนะเอาไว้ ทั้งเครื่องยนต์ V12 ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ระบบเลี้ยว 4 ล้อ และระบบแอโรไดนามิก ALA 2.0
ความแตกต่างสำคัญคือการเพิ่ม หลังคาคาร์บอนไฟเบอร์แบบถอดได้ ทำให้ผู้ขับสามารถเลือกได้ระหว่างการขับแบบ Coupé หรือเปิดหลังคา โดยหลังคาสามารถถอดผ่านกลไก Quick Release และเก็บไว้ในพื้นที่ด้านหน้าของรถได้
V12 6.5 ลิตร 770 แรงม้า
หัวใจของ SVJ Roadster คือเครื่องยนต์ V12 ขนาด 6,498 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 770 CV (566 kW) ที่ 8,500 รอบ/นาที หรือประมาณ 759 แรงม้า
รถสามารถเร่งจาก 0–100 กม./ชม. ใน 2.9 วินาที และ 0–200 กม./ชม. ใน 8.8 วินาที ก่อนทำความเร็วสูงสุดได้มากกว่า 350 กม./ชม.
ส่วนการหยุดรถจาก 100–0 กม./ชม. ใช้ระยะทางประมาณ 31 เมตร
ALA 2.0 จัดการอากาศตามสถานการณ์
หนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญของ SVJ Roadster คือ ALA 2.0 หรือ Aerodinamica Lamborghini Attiva 2.0 ระบบแอโรไดนามิกแบบแอ็กทีฟของ Lamborghini
ระบบสามารถควบคุมการไหลของอากาศผ่าน Flap ที่ทำงานด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อปรับสมดุลระหว่าง การลดแรงต้านอากาศและการเพิ่มแรงกดตัวรถ ตามสถานการณ์การขับขี่
นอกจากนี้ยังมี Aero-vectoring ที่สามารถจัดการแรงกดอากาศระหว่างด้านซ้ายและขวาของรถ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพขณะเข้าโค้ง
ระบบเลี้ยว 4 ล้อ และขับเคลื่อน 4 ล้อ
Lamborghini ไม่ได้พัฒนา SVJ Roadster ด้วยกำลังเครื่องยนต์เพียงอย่างเดียว แต่ยังติดตั้ง ระบบเลี้ยว 4 ล้อ โดยทำงานร่วมกันระหว่าง Lamborghini Dynamic Steering และ Lamborghini Rear-wheel Steering
ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อสามารถปรับการกระจายแรงบิดระหว่างล้อหน้าและหลังตามสภาวะการขับ ขณะที่ช่วงล่างใช้ระบบ Magneto-rheological พร้อมโครงสร้าง Pushrod ซึ่งสามารถปรับการทำงานให้เหมาะกับสภาพการขับขี่ได้
ผู้ขับเลือกโหมดการขับได้ 4 รูปแบบ ได้แก่ STRADA, SPORT, CORSA และ EGO โดย EGO เปิดให้ผู้ขับปรับการตั้งค่าระบบต่าง ๆ ของรถตามความต้องการ
ใช้คาร์บอนไฟเบอร์เพื่อลดน้ำหนัก
การเปลี่ยน SVJ ให้เป็น Roadster ทำให้เรื่องน้ำหนักและความแข็งแรงของโครงสร้างมีความสำคัญ Lamborghini จึงใช้ คาร์บอนไฟเบอร์ กับหลายส่วนของตัวรถ
นอกจากหลังคาแบบถอดได้แล้ว ยังพบวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ในส่วนของตัวถัง โมโนค็อก ประตู เบาะ อุโมงค์กลาง และคอนโซล เพื่อควบคุมน้ำหนักของรถ ขณะที่ยังคงโครงสร้างที่เหมาะกับสมรรถนะระดับ SVJ
ผลิตเพียง 800 คันทั่วโลก
อีกหนึ่งความพิเศษคือจำนวนการผลิต โดย Lamborghini จำกัด Aventador SVJ Roadster ไว้เพียง 800 คันทั่วโลก ขณะที่ SVJ Coupé ผลิต 900 คัน
นอกจากนี้ยังมี Aventador SVJ 63 Roadster รุ่นพิเศษที่ผลิตเพียง 63 คัน พร้อมหมายเลขประจำคัน เพื่อเชื่อมโยงกับปี 1963 ซึ่งเป็นปีที่ Lamborghini ก่อตั้งบริษัท
Aventador SVJ Roadster ความสุดของ SVJ ในรูปแบบเปิดหลังคา
จุดสำคัญของ Aventador SVJ Roadster คือการนำพื้นฐานด้านสมรรถนะของ SVJ มาสู่ตัวถังเปิดประทุน โดยยังคงเครื่องยนต์ V12 770 CV, ระบบ ALA 2.0, ระบบเลี้ยว 4 ล้อ และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อเอาไว้
ขณะเดียวกัน หลังคาคาร์บอนไฟเบอร์แบบถอดได้ก็เพิ่มอีกมิติให้กับการขับ โดย Lamborghini ระบุในตอนเปิดตัวว่า Roadster ถูกพัฒนาให้รักษาสมรรถนะของ SVJ เอาไว้ ทั้งในขณะที่ติดตั้งและถอดหลังคา
ด้วยสมรรถนะ 0–100 กม./ชม. 2.9 วินาที ความเร็วสูงสุดมากกว่า 350 กม./ชม. และจำนวนผลิตเพียง 800 คัน Aventador SVJ Roadster จึงเป็นหนึ่งในเวอร์ชันที่พิเศษที่สุดของตระกูล Aventador
ที่มา: Lamborghini


