ประธานาธิบดี Donald Trump ของสหรัฐฯ กล่าวถึงรถยนต์ไฟฟ้าระหว่างการปราศรัยที่ลาสเวกัส โดยเปรียบความกังวลของผู้ใช้รถ EV เรื่องแบตเตอรี่และการหาสถานีชาร์จว่าเป็น “โรค”พร้อมย้ำว่ารัฐบาลของเขาได้ยุตินโยบายที่เรียกว่า “EV mandate” และระบุว่ารถยนต์ไฟฟ้ามีสัดส่วนยอดขายในสหรัฐฯ เพียงประมาณ 7%
Trump พูดถึงปัญหา Range Anxiety ของผู้ใช้รถ EV
ระหว่างการปราศรัยที่ Red Rock Resort ในลาสเวกัสTrump กล่าวถึงผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่ต้องคอยกังวลว่าแบตเตอรี่จะเพียงพอสำหรับการเดินทางหรือไม่ โดยยกตัวอย่างว่าบางคนเริ่มมองหาสถานีชาร์จตั้งแต่แบตเตอรี่ยังเหลือประมาณสามในสี่
Trump เปรียบความกังวลดังกล่าวว่าเป็น “โรค” และกล่าวถึงสถานการณ์ที่ผู้ขับรถอาจพบว่าต้องเดินทางออกนอกเส้นทางเป็นระยะทางไกลเพื่อหาสถานีชาร์จ
สิ่งที่ Trump กล่าวถึงเรียกโดยทั่วไปว่า Range Anxiety หรือความกังวลว่าพลังงานในแบตเตอรี่จะไม่เพียงพอให้รถเดินทางถึงจุดหมายหรือสถานีชาร์จ ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นที่ถูกพูดถึงมาตั้งแต่ช่วงแรกของการใช้รถยนต์ไฟฟ้า
ปัจจุบันปัญหาดังกล่าวแตกต่างกันไปตามพื้นที่ โดยเฉพาะความครอบคลุมของสถานีชาร์จ ระยะทางที่ต้องเดินทาง และรูปแบบการใช้งานของผู้ขับขี่
ย้ำว่าได้ยุติ “EV mandate”
Trump ยังกล่าวบนเวทีว่า เขาได้ยุติ “electric mandate” แล้ว พร้อมกล่าวถึง Elon Musk ว่าอาจไม่พอใจกับการตัดสินใจดังกล่าว แต่เขาจำเป็นต้องทำ
อย่างไรก็ตาม คำว่า “EV mandate” ไม่ได้หมายถึงกฎหมายของรัฐบาลกลางที่บังคับให้ชาวอเมริกันทุกคนต้องซื้อรถยนต์ไฟฟ้า
สิ่งที่ Trump กล่าวถึงครอบคลุมนโยบายหลายด้านที่รัฐบาลก่อนหน้าใช้ผลักดันการเปลี่ยนผ่านไปสู่รถยนต์ที่ปล่อยมลพิษต่ำ เช่น มาตรฐานการปล่อยมลพิษจากรถยนต์ และกฎด้านรถสะอาดของรัฐ California ซึ่งส่งผลให้ผู้ผลิตรถยนต์ต้องเพิ่มสัดส่วนรถยนต์ไฟฟ้าและรถปล่อยมลพิษต่ำ แต่ไม่ได้กำหนดว่าผู้บริโภคแต่ละคนต้องซื้อ EV
ตัวเลข EV ประมาณ 7% ใกล้เคียงกับตลาดสหรัฐฯ
อีกประเด็นหนึ่งที่ Trump กล่าวคือ รถยนต์ไฟฟ้ามีสัดส่วนยอดขายในสหรัฐฯประมาณ 7%
ตัวเลขนี้ใกล้เคียงกับข้อมูลตลาดในช่วงที่ผ่านมา แต่ข้อมูลล่าสุดจาก U.S. Energy Information Administration (EIA) ระบุว่า ในไตรมาส 2 ปี 2026 รถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ หรือ BEV คิดเป็นประมาณ 6% ของยอดขายรถยนต์ขนาดเล็กใหม่ในสหรัฐฯ ลดลงจาก 7% ในช่วงเดียวกันของปี 2025
ในทางกลับกัน รถ Hybrid กำลังเติบโต โดยมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 16% ในไตรมาสเดียวกัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
หากรวมรถ Hybrid, BEV และ Plug-in Hybrid ทั้งหมดเข้าด้วยกัน รถทั้งสามประเภทคิดเป็นประมาณ 24% ของยอดขายรถยนต์ขนาดเล็กใหม่ในสหรัฐฯ ในไตรมาส 2 ปีนี้
ตลาดรถ EV สหรัฐฯ อยู่ในช่วงชะลอตัว
ข้อมูลของ EIA แสดงให้เห็นว่า ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ในสหรัฐฯ ลดลงหลังสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการซื้อและเช่ารถ EV สิ้นสุดลงในเดือนกันยายน 2025
ก่อนสิทธิประโยชน์ดังกล่าวหมดอายุ รถ BEV เคยมีส่วนแบ่งยอดขายเพิ่มขึ้นถึง 12% ในเดือนกันยายน 2025 ก่อนลดลงในช่วงหลังจากนั้น
การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นพร้อมกับทิศทางนโยบายของรัฐบาล Trump ที่ลดมาตรการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่รถยนต์ไฟฟ้าบางส่วนจากรัฐบาลชุดก่อน
คำพูดที่เกิดขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนทิศทางนโยบายรถยนต์ของสหรัฐฯ
คำกล่าวของ Trump ครั้งนี้จึงเกิดขึ้นในช่วงที่ ตลาดรถยนต์สหรัฐฯ กำลังเห็นรถ EV แบบแบตเตอรี่ชะลอตัว ขณะที่รถ Hybrid มีส่วนแบ่งเพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกัน รัฐบาล Trump ก็มีทิศทางที่แตกต่างจากรัฐบาลก่อนหน้าอย่างชัดเจน โดยลดบทบาทของนโยบายที่มุ่งเร่งการเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า
ส่วนคำพูดที่เปรียบความกังวลเรื่องระยะทางของผู้ใช้ EV ว่าเป็น “โรค” เป็นอีกครั้งที่ Trump นำประเด็น Range Anxiety และโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จ มาใช้ในการพูดถึงข้อจำกัดของรถยนต์ไฟฟ้าต่อสาธารณะ
ที่มา: Electrek


