xs
xsm
sm
md
lg

MG 07 กระแสดี ยอดจองทะลุ 21,000 คันใน 20 ชั่วโมง ตั้งเป้ารถซีดานขายดีอันดับ 1 ของจีน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


The MG 07 electric liftback. Credit: MG
MG กำลังเตรียมเปิดตัว MG 07 รถยนต์ไฟฟ้าทรงคูเป้แบบ Liftback 5 ประตูรุ่นใหม่ ในประเทศจีน หลังเปิดพรีเซลเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2026 และได้รับยอดจองมากกว่า 21,000 คันภายในเวลาเพียง 20 ชั่วโมง จนผู้บริหารระบุว่า สิ่งที่บริษัทให้ความสำคัญในตอนนี้คือการเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อรองรับความต้องการ ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนสิงหาคมนี้

MG 07 เปิดพรีเซลด้วยราคา 125,900–168,900 หยวน หรือประมาณ 5.8–7.8 แสนบาท และคาดว่าจะเริ่มส่งมอบให้ลูกค้าภายในไตรมาส 3 ปี 2026

อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 21,000 คันนี้ ยังเป็นยอดจองที่สามารถขอคืนเงินได้ ไม่ใช่ยอดขายหรือยอดส่งมอบจริง จึงสะท้อนความสนใจในช่วงแรกของตลาดเท่านั้น ต้องรอดูอีกครั้งหลังประกาศราคาจำหน่ายจริงและเริ่มส่งมอบรถ

The MG 07 electric liftback. Credit: MG
MG ตั้งเป้า MG 07 ขึ้นเบอร์ 1 ในกลุ่มคูเป้ 4 ประตู

จาง เหลียง รองผู้จัดการทั่วไปของ SAIC Passenger Vehicle ซึ่งดูแลแบรนด์ MG ในจีน เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าให้ MG 07 กลายเป็นรถที่ขายดีที่สุดในกลุ่มคูเป้ 4 ประตูของจีน โดยวางตำแหน่งให้แข่งขันกับรถอย่าง Xiaomi SU7 และ XPeng Mona M03

เป้าหมายนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ MG กำลังเติบโตในตลาดบ้านเกิด โดยเดือนมิถุนายน 2026 แบรนด์มียอดขายรถยนต์นั่งในจีน 20,122 คัน เพิ่มขึ้น 187.1% จากปีก่อน และครองส่วนแบ่งตลาดรถยนต์นั่งประมาณ 1.2%

The MG 07 electric liftback. Credit: MG
มี 2 รุ่น วิ่งไกลสุด 845 กม.

MG 07 พัฒนาบน Nebula Modular Platform ของ SAIC ใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง โดยรุ่นไฟฟ้ามีระบบขับเคลื่อนหลักให้เลือก 2 แบบ

- รุ่น 400V — มอเตอร์ไฟฟ้า 176 kW หรือ 239 แรงม้า แบตเตอรี่ Semi-Solid-State ขนาด 67 kWh วิ่งได้ 610–650 กม. (CLTC)
- รุ่น 800V — มอเตอร์ไฟฟ้า 235 kW หรือ 320 แรงม้า ใช้แบตเตอรี่ Ternary Lithium จาก CATL วิ่งได้สูงสุด 845 กม. (CLTC) และรองรับการชาร์จระดับ 5C

ดังนั้นตัวเลข วิ่งไกล 845 กม. เป็นสเปกเฉพาะรุ่น 800V ไม่ใช่ระยะทางของ MG 07 ทุกรุ่น

The MG 07 electric liftback. Credit: MG
ตัวถัง Liftback 5 ประตู ยาวเกือบ 4.9 เมตร

MG 07 เป็นรถทรงคูเป้ที่ใช้ฝาท้ายแบบ Liftback เปิดขึ้นพร้อมกระจกหลัง ทำให้ได้รูปทรงสปอร์ต แต่ยังสามารถเปิดพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายได้กว้าง

ตัวรถมีความยาว 4,886 มม. กว้าง 1,900 มม. สูง 1,478 มม. และฐานล้อ 2,825 มม. พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหน้าขนาด 168 ลิตร และด้านหลังอีก 697 ลิตร

ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าใช้การออกแบบแบบ 18-in-1 รวมส่วนประกอบสำคัญ เช่น มอเตอร์ อินเวอร์เตอร์ เกียร์ทดรอบ และระบบจ่ายพลังงานไว้ในชุดเดียว ซึ่งเป็นแนวทางที่ SAIC ใช้เพื่อรวมชิ้นส่วนและการจัดการซัพพลายเออร์ระหว่างโครงการรถหลายรุ่น

The MG 07 electric liftback. Credit: MG
ช่วงล่างอ่านสภาพถนนล่วงหน้า

อีกหนึ่งเทคโนโลยีของ MG 07 คือ ช่วงล่างแม่เหล็กไฟฟ้า mCDC ทำงานร่วมกับ AI Road Preview โดย MG ระบุว่าระบบสามารถตรวจสอบสภาพพื้นผิวถนนด้านหน้าในระยะ 15–150 เมตร และปรับการทำงานของช่วงล่างล่วงหน้าก่อนรถวิ่งไปถึงบริเวณดังกล่าว

ทีมวิศวกรยังปรับการออกแบบห้องโดยสารด้านหลัง เพื่อเพิ่มพื้นที่สำหรับผู้โดยสารภายใต้ข้อจำกัดของตัวถังทรง Fastback และแบตเตอรี่ที่ติดตั้งอยู่ใต้พื้นรถ โดย MG ระบุว่ามีพื้นที่บริเวณหัวเข่าผู้โดยสารหลัง 111 มม. และพนักพิงสามารถปรับเอนได้ 5 องศา

The MG 07 electric liftback. Credit: MG
ภายในใช้ Snapdragon 8295P พร้อมจอ 2.5K

ห้องโดยสารติดตั้งชิป Qualcomm Snapdragon 8295P สำหรับประมวลผลระบบภายในรถ พร้อมหน้าจอกลางขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด 2.5K และหน้าจอมาตรวัดดิจิทัลขนาด 8.88 นิ้ว

อีกจุดที่แตกต่างคือ ตู้เย็นแบบสองโซนขนาด 30 ลิตร ขณะที่ MG 07 รุ่นสูงจะเพิ่ม LiDAR บริเวณหลังคา และใช้ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ Momenta R7 World Model

Momenta ระบุว่าซอฟต์แวร์ได้รับการปรับแต่งให้เข้ากับ MG 07 ถึง 38 ครั้ง และสามารถลดเวลาตอบสนองของระบบเบรกฉุกเฉินลง 100–150 มิลลิวินาทีเมื่อเทียบกับซอฟต์แวร์เวอร์ชันก่อนหน้า แต่ตัวเลขส่วนนี้เป็นข้อมูลจากบริษัทและ ยังไม่ได้รับการตรวจสอบอย่างอิสระ

The MG 07 electric liftback. Credit: MG
จากยอดจอง 21,000 คัน สู่การเร่งกำลังผลิต

เฉิน ชุย ผู้จัดการทั่วไปแบรนด์ MG ระบุว่า หลังเห็นยอดจองในช่วงแรก บริษัทให้ความสำคัญกับการเพิ่มกำลังการผลิต มากกว่าการติดตามว่าตัวเลขยอดจองจะเพิ่มขึ้นไปถึงเท่าไร โดย MG 07 ทำยอดจองในช่วง 50 นาทีแรกได้เป็นสองเท่าของยอดที่ MG4 เคยทำได้ในช่วง 3 ชั่วโมงแรกของการพรีเซล

ขั้นต่อไปคือการเปิดตัว MG 07 อย่างเป็นทางการในจีนภายในเดือนสิงหาคม 2026 และเริ่มส่งมอบภายในไตรมาส 3 ซึ่งจะทำให้เห็นชัดขึ้นว่า ยอดจองกว่า 21,000 คันในช่วงแรกจะเปลี่ยนเป็นคำสั่งซื้อและยอดส่งมอบจริงได้มากน้อยเพียงใด

ที่มา: CarNewsChina