AVATR 11 MY2026 ปรับช่วงล่างใหม่ทุกรุ่นย่อย เป็นแบบแม่เหล็ก Magnetohological Dampers พร้อมเพิ่มชุดแต่งรอบคัน และ ล้อ 22 นิ้ว Spiral Wheel ดีไซน์ใหม่ แบต 116 kWh วิ่งระยะ 680 km. (NEDC) ชาร์จ DC 240 kW มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย
- ULTRA RWD มอเตอร์เดี่ยว 313 แรงม้า ขับหลัง ราคา 2,299,000 บาท
- ULTRA AWD มอเตอร์คู่ 537 แรงม้า ขับ4 AWD ราคา 2,499,000 บาท

สำหรับจุดเปลี่ยนแปลงของ AVATR 11 MY 2026 อยู่ที่การหยิบเอาระบบช่วงล่างของ AVATR 11 Royal Edition มาใช้กับ AVATR 11 MY 2026ทุกรุ่น โดยเปลี่ยนจากเดิมที่เป็นช่วงล่างอิสระแบบ MacPherson Strut ด้านหน้า และ Multi-link ด้านหลัง มาใช้เทคโนโลยีช่วงล่างไฟฟ้าแม่เหล็ก Magnetorheological Suspension (MR Suspension) แบบเดียวกับที่ใช้ในรถซูเปอร์คาร์ระดับโลก
โดยระบบคอมพิวเตอร์จะปรับความหน่วงของโช้กอัพ แต่ละล้อแบบเรียลไทม์ในระดับ 1,000 ครั้งต่อวินาที ให้เข้ากับสภาพผิวถนนและการเข้าโค้งได้ทันที ช่วยให้ได้ทั้งความ นุ่มนวลในการซับแรงกระแทกและความเสถียรภาพในระดับความเร็วสูง พร้อมระบบควบคุมแรงบิดอัจฉริยะที่กระจายสู่ล้อแบบเรียลไทม์ ทำให้อัตราเร่งและการควบคุมรถให้ดีกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่างชัดเจน
AVATR 11 MY 2026 เปลี่ยนกระจังหน้าแบบใหม่ ส่วนภายในห้องโดยสาร เปลี่ยนกระจกหลังเป็นแบบ Privacy Glass และ ระบบน้ำหอม ตกแต่งด้วย เบาะหนังแท้ Nappa คอนโซลกลางและที่วางแขนหุ้มด้วยวัสดุเนื้อนุ่ม พร้อมไฟบรรยากาศภายในห้องโดยสารแบบ Emotional Vortex ที่ปรับเปลี่ยนสีและจังหวะได้ หน้าจออินโฟเทนเมนต์ส่วนกลางขนาด 15.6 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมหลังคากระจกพาโนรามาขนาดใหญ่ เคลือบสารป้องกันรังสี UV
ด้านแบตเตอรี่ AVATR 11 MY 2026 ใช้แบตเตอรี่ขนาด 116.79kWh วิ่งได้ไกลสุด 680 กม. (NEDC) รองรับ การชาร์จไฟฟ้ากระแสตรง DC กำลังสูงสุด 240 kW จาก 30-80% ภายในเวลาเพียง 25 นาที และชาร์จไฟฟ้า กระแสสลับ AC กำลังสูงสุด 11 kW พร้อมรองรับฟังก์ชัน V2L จ่ายกระแสไฟให้กับอุปกรณ์ภายนอกได้ และระบบดึง พลังงานจากการเบรกกลับมาใช้ใหม่ (Regenerative Braking) โดยรุ่น Ultra AWD ที่สามารถทำความเร็ว 0-100กิโลเมตรต่อวินาที ภายใน 4.8 วินาที
นอกจากนี้ สำหรับลูกค้า AVATR ทุกท่าน จะได้รับการอัปเกรดซอฟต์แวร์ผ่านระบบ OTA ครั้งใหม่ โดย AVATR 07 ทุกคันจะได้รับสิทธิพิเศษในการอัปเกรดซอฟต์แวร์ผ่านระบบ OTA ใหม่ในช่วงไตรมาส 3 ปีนี้
- ULTRA RWD มอเตอร์เดี่ยว 313 แรงม้า ขับหลัง ราคา 2,299,000 บาท
- ULTRA AWD มอเตอร์คู่ 537 แรงม้า ขับ4 AWD ราคา 2,499,000 บาท
สำหรับจุดเปลี่ยนแปลงของ AVATR 11 MY 2026 อยู่ที่การหยิบเอาระบบช่วงล่างของ AVATR 11 Royal Edition มาใช้กับ AVATR 11 MY 2026ทุกรุ่น โดยเปลี่ยนจากเดิมที่เป็นช่วงล่างอิสระแบบ MacPherson Strut ด้านหน้า และ Multi-link ด้านหลัง มาใช้เทคโนโลยีช่วงล่างไฟฟ้าแม่เหล็ก Magnetorheological Suspension (MR Suspension) แบบเดียวกับที่ใช้ในรถซูเปอร์คาร์ระดับโลก
โดยระบบคอมพิวเตอร์จะปรับความหน่วงของโช้กอัพ แต่ละล้อแบบเรียลไทม์ในระดับ 1,000 ครั้งต่อวินาที ให้เข้ากับสภาพผิวถนนและการเข้าโค้งได้ทันที ช่วยให้ได้ทั้งความ นุ่มนวลในการซับแรงกระแทกและความเสถียรภาพในระดับความเร็วสูง พร้อมระบบควบคุมแรงบิดอัจฉริยะที่กระจายสู่ล้อแบบเรียลไทม์ ทำให้อัตราเร่งและการควบคุมรถให้ดีกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่างชัดเจน
AVATR 11 MY 2026 เปลี่ยนกระจังหน้าแบบใหม่ ส่วนภายในห้องโดยสาร เปลี่ยนกระจกหลังเป็นแบบ Privacy Glass และ ระบบน้ำหอม ตกแต่งด้วย เบาะหนังแท้ Nappa คอนโซลกลางและที่วางแขนหุ้มด้วยวัสดุเนื้อนุ่ม พร้อมไฟบรรยากาศภายในห้องโดยสารแบบ Emotional Vortex ที่ปรับเปลี่ยนสีและจังหวะได้ หน้าจออินโฟเทนเมนต์ส่วนกลางขนาด 15.6 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมหลังคากระจกพาโนรามาขนาดใหญ่ เคลือบสารป้องกันรังสี UV
ด้านแบตเตอรี่ AVATR 11 MY 2026 ใช้แบตเตอรี่ขนาด 116.79kWh วิ่งได้ไกลสุด 680 กม. (NEDC) รองรับ การชาร์จไฟฟ้ากระแสตรง DC กำลังสูงสุด 240 kW จาก 30-80% ภายในเวลาเพียง 25 นาที และชาร์จไฟฟ้า กระแสสลับ AC กำลังสูงสุด 11 kW พร้อมรองรับฟังก์ชัน V2L จ่ายกระแสไฟให้กับอุปกรณ์ภายนอกได้ และระบบดึง พลังงานจากการเบรกกลับมาใช้ใหม่ (Regenerative Braking) โดยรุ่น Ultra AWD ที่สามารถทำความเร็ว 0-100กิโลเมตรต่อวินาที ภายใน 4.8 วินาที
นอกจากนี้ สำหรับลูกค้า AVATR ทุกท่าน จะได้รับการอัปเกรดซอฟต์แวร์ผ่านระบบ OTA ครั้งใหม่ โดย AVATR 07 ทุกคันจะได้รับสิทธิพิเศษในการอัปเกรดซอฟต์แวร์ผ่านระบบ OTA ใหม่ในช่วงไตรมาส 3 ปีนี้


