xs
xsm
sm
md
lg

เปิดลิสต์ 5 รุ่น EV ที่ยึดตลาดโลก 20% Tesla ยังนำ แต่รถจีนเริ่มมาแรง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ตลาดรถไฟฟ้าโลกกำลังเปลี่ยนเร็วกว่าที่หลายคนคิด แม้ Tesla ยังครองตำแหน่งผู้นำ แต่รถ EV จีนราคาจับต้องง่ายจาก BYD, Wuling และ Geely กำลังไล่ตามอย่างรวดเร็ว จนล่าสุด รถเพียง 5 รุ่น สามารถกินส่วนแบ่งยอดขาย BEV ทั่วโลกได้ถึง 20% สะท้อนว่า เกม EV ยุคต่อไปอาจไม่ได้ตัดสินกันแค่ “เทคโนโลยี” หรือ “แรงม้า” อีกต่อไป แต่คือ “ใครทำรถไฟฟ้าที่คนส่วนใหญ่ซื้อไหวได้ก่อน”

Tesla Model Y
แม้ปัจจุบันตลาดรถยนต์ไฟฟ้าแบบ BEV (Battery Electric Vehicle) ทั่วโลกจะมีรถวางขายมากกว่า 630 รุ่น แต่รายงานล่าสุดจาก IEA Global EV Outlook 2026 กลับพบว่า รถเพียง 5 รุ่น ครองสัดส่วนรวมกันถึงประมาณ 20% ของยอดขาย BEV ทั้งโลก สะท้อนว่า ตลาดรถไฟฟ้ากำลังเริ่มกระจุกตัวอยู่กับ “รุ่นยอดนิยม” ไม่กี่รุ่นมากขึ้น

Tesla Model 3
อันดับ 1 ยังคงเป็น Tesla Model Y ที่ครองส่วนแบ่งตลาดเกือบ 8% ของยอดขายรถ BEV ทั่วโลก ขณะที่อันดับ 2 คือ Tesla Model 3 ที่มีส่วนแบ่งประมาณ 3.6% แสดงให้เห็นว่า Tesla ยังรักษาความแข็งแกร่งในตลาดรถไฟฟ้าโลกได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านแบรนด์ เทคโนโลยี และระบบซอฟต์แวร์ของตัวเอง

Geely Geome Xingyuan หรือ ขายไทยในชื่อ EX2
แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ หลัง Tesla รถที่ติดอันดับต่อมาทั้งหมดกลับเป็นรถ EV จีนราคาจับต้องง่าย ได้แก่:

Geely Geome Xingyuan (3.5%)


Wuling HongGuang Mini EV (3.1%)


BYD Seagull (3.0%)



Wuling HongGuang Mini EV
จุดร่วมสำคัญของรถจีนเหล่านี้คือ “ราคาที่คนทั่วไปเข้าถึงได้” เพราะหลายรุ่นมีราคาเริ่มต้นต่ำกว่า 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 250,000–330,000 บาท เท่านั้น ทำให้รถ EV เริ่มขยายจากตลาดคนรักเทคโนโลยี ไปสู่ผู้ใช้งานทั่วไปมากขึ้น
ตัวอย่างเช่น Wuling HongGuang Mini EV บางรุ่นมีราคาเริ่มต้นต่ำกว่า 7,000 ดอลลาร์ ขณะที่ BYD Seagull ถูกวางให้เป็นรถ EV เมืองราคาประหยัดสำหรับคนทั่วไปโดยเฉพาะ ส่วน Geely Geome Xingyuan ก็ถูกพัฒนาเพื่อเจาะตลาดแมสเช่นกัน

รายงานยังชี้ว่า รถ EV ในจีนจำนวนมากมีราคาต่ำกว่า 20,000 ดอลลาร์ ขณะที่รถ EV ในสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ยังมีราคาสูงกว่า 40,000 ดอลลาร์ อย่างชัดเจน ทำให้จีนเริ่มได้เปรียบในตลาดรถไฟฟ้าราคาจับต้องง่ายมากขึ้นเรื่อย ๆ

สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนว่า ตลาด EV โลกกำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้าน “เทคโนโลยี” และ “สมรรถนะ” เพียงอย่างเดียว ไปสู่การแข่งขันด้าน “ใครทำรถไฟฟ้าที่คนส่วนใหญ่ซื้อไหวได้ก่อน” มากขึ้น

BYD Seagull หรือขายที่ประเทศไทยในชื่อ Atto1
อีกด้านหนึ่ง Tesla ยังคงเป็นผู้นำตลาดรถไฟฟ้าระดับโลก แต่แรงกดดันจากรถจีนราคาประหยัดก็กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในตลาดกำลังพัฒนาและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ “ความคุ้มค่า” มากกว่าภาพลักษณ์พรีเมียม

ท้ายที่สุด ข่าวนี้สะท้อนว่า สงคราม EV ยุคต่อไป อาจไม่ได้แข่งกันแค่ “ใครแรงกว่า” หรือ “ใครเทคโนโลยีล้ำกว่า” อีกต่อไป แต่กำลังเข้าสู่ยุคที่ “รถไฟฟ้าสำหรับคนส่วนใหญ่” จะกลายเป็นตัวตัดสินเกมตลาดโลกมากกว่า

อ้างอิง: International Energy Agency
ที่มา: insideevs
ภาพจาก บริษัทผู้ผลิต