ฮุนได มอเตอร์ ประกาศยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าประเทศจีนภายในงาน Auto China 2026 ด้วยการเผยโฉม IONIQ V รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกภายใต้แบรนด์ IONIQ ที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวจีนโดยเฉพาะ ภายใต้แนวคิด "In China, For China" เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในตลาดที่มีการแข่งขันสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
นายโฮเซ่ มูโนซ ประธานและซีอีโอของ ฮุนได มอเตอร์ ระบุว่าจีนเป็นตลาดเชิงกลยุทธ์ที่มีความสำคัญสูงสุด เนื่องจากเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมด้านซอฟต์แวร์และการใช้พลังงานไฟฟ้าที่มีความคล่องตัวสูง โดยทางฮุนไดได้ตัดสินใจเพิ่มงบลงทุนร่วมกับกลุ่มบริษัท BAIC ซึ่งเป็นพันธมิตรท้องถิ่น เป็นมูลค่ารวมกว่า 8,000 ล้านหยวน (ประมาณ 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับบริษัทร่วมทุน Beijing Hyundai
สำหรับการบุกตลาดในระยะยาว ฮุนไดวางแผนจะเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่รวม 20 รุ่น ภายในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า ซึ่งจะครอบคลุมทั้งรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) และรถยนต์ไฟฟ้าแบบขยายระยะทาง (EREV) โดยตั้งเป้ายอดขายรวมไว้ที่ 500,000 คันต่อปี พร้อมเตรียมขยายไลน์อัปไปยังกลุ่มรถเอสยูวีรุ่นใหม่ในช่วงครึ่งแรกของปี 2570 และขยายสู่กลุ่มรถขนาดกลางและขนาดใหญ่ในลำดับถัดไป
ไฮไลต์ของฮุนไดในงานดังกล่าวคือการเปิดตัว IONIQ V ที่ถูกต่อยอดมาจาก VENUS Concept มาพร้อมดีไซน์ภายนอกเน้นความเรียบหรูด้วยเส้นสายแบบ Single-curve silhouette พร้อมนวัตกรรมประตูกระจกไร้ขอบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์ พร้อมระบุว่ามีพื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวางเป็นอันดับต้นๆ เมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกัน
ภายในห้องโดยสารติดตั้งหน้าจอ Panoramic 4K ขนาด 27 นิ้ว ประมวลผลด้วยชิป Qualcomm Snapdragon 8295 และทำงานร่วมกับระบบ Smart AI Assistant ที่พัฒนาบนพื้นฐาน Large Language Model (LLM) เพื่อให้การสั่งงานด้วยเสียงมีความเป็นธรรมชาติและรวดเร็ว โดยรุ่น Long-range สามารถทำระยะทางวิ่งได้สูงสุดกว่า 600 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน CLTC
นอกจากนี้ ฮุนไดยังให้ความสำคัญกับระบบความปลอดภัยโดยติดตั้งถุงลมนิรภัย 9 จุด และระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง (ADAS) ที่พัฒนาร่วมกับ Momenta รวมถึงระบบป้องกันการเหยียบคันเร่งผิดพลาด (PMSA) และระบบสั่งงานด้วยเสียงแบบ AI-based
ขณะที่ด้านโมเดลธุรกิจของฮุนไดในประเทศจีนจะมีการปรับปรุงระบบราคาให้มีความโปร่งใสผ่านนโยบาย One Price และเดินหน้าความร่วมมือกับ CATL ในการพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่ เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันในระดับโลกต่อไป


