xs
xsm
sm
md
lg

โตโยต้าโกยยอด Motor Show 6,888 คัน ดันโปรผ่อน 2,000 บาท สู้กำลังซื้อแผ่ว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ณัทธร ศรีนิเวศน์ และ ศุภกร รัตนวราหะ
นายศุภกร รัตนวราหะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และ นายณัทธร ศรีนิเวศน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท
โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย
เปิดเผยผลการดำเนินงานภายในงานมอเตอร์โชว์ 2026 โดยมียอดจองรถยนต์รวมทั้งสิ้น 6,888 คัน ณ วันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา สะท้อนภาพรวมความต้องการในตลาดที่ยังคงมีอยู่ แม้ต้องเผชิญกับปัจจัยกดดันทางเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ ยอดจองดังกล่าวแบ่งเป็นรถยนต์กลุ่มอีโคคาร์และเอสยูวี อาทิ Ativ, Yaris และ Corolla Cross จำนวนประมาณ 3,300-3,400 คัน คิดเป็นสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของยอดจองรวม ขณะที่รถกระบะอย่าง Revo และ Revo Champ มียอดจองราว 2,000 คัน หรือประมาณ 29% และรถยนต์ในกลุ่มพีพีวี เช่น Fortuner และ Land Cruiser FJ อยู่ที่ประมาณ 850-900 คัน หรือราว 12-13%

ศุภกร รัตนวราหะ
สำหรับรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุด ยังคงเป็น Toyota Ativ ที่มียอดจองอันดับหนึ่งในปัจจุบัน สะท้อนความต้องการรถยนต์นั่งขนาดเล็กที่เข้าถึงง่ายและตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน

ขณะที่ Land Cruiser FJ กลายเป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงาน โดยมียอดจองสะสมกว่า 800 คันทั่วประเทศ และกว่า 400 คันภายในงาน แม้ลูกค้าส่วนใหญ่ยังไม่ได้เห็นรถคันจริงหรือทราบราคาอย่างเป็นทางการ ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อแบรนด์ในระยะยาว

ในส่วนของ Lexus มียอดจองรวม 75 คัน โดยได้รับความสนใจทั้งในกลุ่มรถยนต์รุ่น IS และรถยนต์ไฟฟ้า ขณะที่ Toyota bZ4X มียอดจองสะสมกว่า 700 คันทั่วประเทศ และกว่า 400 คันเกิดขึ้นภายในงานมอเตอร์โชว์ครั้งนี้



อย่างไรก็ตาม โตโยต้าประเมินว่าแนวโน้มกำลังซื้อเริ่มชะลอตัว โดยยอดจองในช่วงสองสัปดาห์หลังของเดือนมีนาคมปรับลดลงราว 5-10% จากความกังวลของผู้บริโภคต่อค่าครองชีพ รายได้ และภาวะเศรษฐกิจในอนาคต ทำให้บริษัทยังไม่ปรับประมาณการยอดขายในปีนี้ และยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ในด้านปัจจัยต้นทุน ราคาน้ำมันยังไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อยอดขายรถยนต์ไฮบริด เนื่องจากรถส่วนใหญ่มีอัตราการประหยัดน้ำมันสูงถึงประมาณ 30 กิโลเมตรต่อลิตร และรองรับเชื้อเพลิง E20 ขณะที่รถกระบะในกลุ่มใช้งานเชิงพาณิชย์ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโดยรวมมากกว่าราคาน้ำมันดีเซล

ณัทธร ศรีนิเวศน์
สำหรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ โตโยต้ายังคงยึดแนวทางลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer-Centric) ควบคู่กับการนำเสนอทางเลือกพลังงานที่หลากหลาย (Multi-Pathway) ครอบคลุมทั้งเครื่องยนต์สันดาปภายใน ไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของผู้บริโภค

นอกจากนี้ บริษัทยังเดินหน้ากระตุ้นตลาดผ่านแคมเปญทางการเงิน เช่น การผ่อนชำระเริ่มต้นในระดับประมาณ 2,000 บาทต่อเดือน สำหรับ Toyota Ativ รุ่นเริ่มต้น ภายใต้เงื่อนไขแคมเปญส่งเสริมการขายของบริษัท เพื่อให้ผู้ที่จำเป็นต้องใช้รถสามารถเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน


ในด้านความท้าทาย โตโยต้ายังคงหารือกับภาครัฐเกี่ยวกับนโยบายระยะยาวของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย รวมถึงการส่งเสริมเทคโนโลยีพลังงานทางเลือกที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศ ขณะเดียวกัน บริษัทยังแบกรับต้นทุนด้านโลจิสติกส์และการขนส่งที่เพิ่มขึ้น โดยยังไม่มีการปรับขึ้นราคาจำหน่ายรถยนต์ เพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาด

ทั้งนี้ แม้สถานการณ์ส่งออกไปยังตะวันออกกลางจะได้รับผลกระทบจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ แต่โตโยต้ายังคงเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตหลักของภูมิภาค


โดยภาพรวม สถานการณ์ตลาดรถยนต์ในปัจจุบันยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดันจากเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนรอบด้าน อย่างไรก็ตาม ความต้องการของผู้บริโภคยังไม่หายไป เพียงแต่เปลี่ยนไปสู่การตัดสินใจที่รอบคอบและให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าในระยะยาวมากยิ่งขึ้น