xs
xsm
sm
md
lg

ตัวตึงสายลุย LAND CRUISER FJ หล่อ ราคา 1,269,000 บาท

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



การกลับมาครั้งนี้ของโตโยต้า LAND CRUISER FJ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของตระกูลโตโยต้า Land Cruiser ที่ยังคงรักษาดีเอ็นเอความแข็งแกร่งเอาไว้ได้อย่างครบถ้วน พร้อมเติมความทันสมัยและความสนุกในการใช้งานเข้าไปอย่างลงตัว ภายใต้แนวคิดการออกแบบ “PLAYFUL-DICE” ที่ผสานกับ “FUNCTIONAL BEAUTY” ถ่ายทอดความบึกบึนในแบบฉบับ Land Cruiser แต่เพิ่มความคล่องตัวและความร่วมสมัยให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ได้อย่างชัดเจน


ดีไซน์ภายนอกของตัวรถโดดเด่นด้วยรูปทรงเหลี่ยมที่เป็นเอกลักษณ์ เส้นสายชัดเจน พร้อมการตัดมุมตัวถังในจุดที่ไม่จำเป็นเพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ ทั้งยังช่วยให้รถมีมิติกะทัดรัดและลุยได้จริงในสภาพทางทุรกันดาร เส้นขอบกระจกด้านข้างที่ถูกออกแบบให้ต่ำลง รวมถึงฝากระโปรงหน้าที่เว้าตรงกลาง ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยให้ผู้ขับขี่มองเห็นเส้นทางได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น กันชนหน้าและหลังแบบแยก 3 ชิ้น ไม่เพียงเพิ่มความดุดัน แต่ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงในระยะยาว กาบข้างประตูถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันรอยขีดข่วนจากการใช้งานหนัก ขณะที่ชุดไฟหน้าแบบ LED โปรเจคเตอร์ พร้อม Daytime Running Light และไฟตัดหมอก LED เติมความทันสมัยให้ตัวรถ ส่วนไฟท้าย LED ผสานกับไฟเลี้ยวแบบ Bulb ยังคงความเรียบง่ายและทนทาน


ความบึกบึนยังถูกขับเน้นด้วยซุ้มล้อขนาดใหญ่ พร้อมล้ออัลลอยสีดำขนาด 18 นิ้ว รัดด้วยยางขนาด 265/60 R18 รองรับการใช้งานออฟโรดเต็มรูปแบบ ยางอะไหล่ถูกติดตั้งไว้ที่ประตูท้ายแบบเปิดออกด้านข้าง เพิ่มความสะดวกในการใช้งานจริง และสะท้อนภาพลักษณ์รถลุยอย่างชัดเจน โดยตัวรถมีให้เลือกถึง 3 สี ได้แก่ สีฟ้า Smoky Blue, สีขาว Platinum White Pearl Mica และสีเทา Ash


ภายในห้องโดยสารถูกออกแบบภายใต้แนวคิด “FUNCTIONAL FUN COCKPIT” ที่เน้นความใช้งานง่ายและตอบโจทย์การขับขี่จริง คอนโซลกลางและปุ่มควบคุมต่าง ๆ ถูกจัดวางให้อยู่ใกล้มือผู้ขับ พวงมาลัยออกแบบให้มีช่องว่างกว้างเพื่อลดความเสี่ยงจากแรงสะท้อนในสภาพการขับขี่ออฟโรด ห้องโดยสารให้ความรู้สึกโปร่งโล่งด้วยพื้นที่เหนือศีรษะที่กว้าง เบาะนั่งหุ้มด้วยหนังสังเคราะห์สีดำทั้ง 5 ที่นั่ง ใช้วัสดุที่ทนทาน ดูแลรักษาง่าย เหมาะกับการใช้งานหนัก


เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง ขณะที่เบาะหลังสามารถพับแบบ 55:45 เลื่อนหน้า-หลังได้ถึง 5 ระดับ และปรับเอนได้สูงสุด 40 องศา เพิ่มความยืดหยุ่นทั้งด้านผู้โดยสารและการบรรทุกสัมภาระ พื้นที่เก็บสัมภาระมีความจุ 765 ลิตร และขยายได้สูงสุดถึง 1,522 ลิตรเมื่อพับเบาะทั้งหมด ระบบความบันเทิงมาพร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย พร้อมลำโพง 6 ตำแหน่ง หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ขนาด 7 นิ้ว แสดงข้อมูลสำคัญรวมถึงมุมเอียงและมุมเงยของรถ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกซ้าย-ขวา กระจกไฟฟ้า One Touch ทั้ง 4 บาน และระบบ Push Start เติมความสะดวกสบายให้ครบครัน


ด้านขุมพลังใช้เครื่องยนต์เบนซิน 2.7 ลิตร รหัส 2TR-FE ที่ผ่านการพิสูจน์ความทนทานมาอย่างยาวนาน ให้กำลังสูงสุด 166 แรงม้า และแรงบิด 245 นิวตัน-เมตร ผ่านมาตรฐาน Euro 6 พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ที่ให้การตอบสนองต่อเนื่องทั้งบนถนนปกติและเส้นทางออฟโรด โดยมีการปรับจูนให้เหมาะสมกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อเพื่อรองรับการใช้งานสมบุกสมบันโดยเฉพาะ


โครงสร้างตัวรถแบบ Body-on-Frame ซึ่งใช้พื้นฐานเดียวกับ Hilux Champ SSWB ถูกพัฒนาเพิ่มเติมให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยเฉพาะบริเวณเฟรมด้านหลัง มีการเพิ่มจุดเชื่อมและเสริมความแข็งแรงในหลายตำแหน่ง พร้อมติดตั้งแผ่นกันกระแทกใต้เครื่องยนต์ ปรับปรุงคานขวางและจุดลากจูงให้แข็งแรง รองรับการใช้งานหนักและการลากจูงได้ดีขึ้น รวมถึงการปรับจุดศูนย์ถ่วงให้ต่ำลง เพื่อเพิ่มเสถียรภาพในการควบคุม


ระบบขับเคลื่อน 4WD แบบ Part-time พร้อมระบบล็อกเฟืองท้าย ทำงานร่วมกับโหมด 2nd Start ช่วยลดการหมุนฟรีของล้อในสภาพพื้นผิวลื่น ตัวรถสามารถลุยน้ำได้ลึกถึง 700 มิลลิเมตร มีมุมไต่และมุมจากที่สูงที่ดี พร้อมรัศมีวงเลี้ยวแคบ เพิ่มความคล่องตัว ช่วงล่างหน้าแบบอิสระปีกนกคู่ และหลังแบบโฟร์ลิงค์ ถูกปรับจูนใหม่ให้ลดการโคลงตัว ขณะเดียวกันยังคงความนุ่มนวลในการขับขี่ ระบบเบรกดิสก์ทั้งสี่ล้อพร้อมครีบระบายความร้อน และพวงมาลัยแรคแอนด์พีเนียนพร้อมพาวเวอร์ไฮดรอลิก ช่วยให้การควบคุมแม่นยำและมั่นใจในทุกสถานการณ์


ด้านความปลอดภัยจัดเต็มด้วย Toyota Safety Sense ไม่ว่าจะเป็นระบบควบคุมไฟสูงอัจฉริยะ Adaptive High-beam System, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Dynamic Radar Cruise Control, ระบบป้องกันการชน Pre-Collision System และระบบเตือนออกนอกเลน Lane Departure Alert เสริมด้วยกล้องรอบคัน Panoramic View Monitor ความละเอียดสูง ที่สามารถแสดงภาพใต้ท้องรถได้ รวมถึงระบบ Blind Spot Monitor, Rear Cross Traffic Alert และ Parking Support Brake พร้อมถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง และระบบช่วยขับขี่ทางลาดชันทั้งขึ้นและลง


การผลิตในประเทศไทยถือเป็นอีกจุดแข็งสำคัญที่ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นทั้งด้านคุณภาพและการเข้าถึงของลูกค้า โดยโตโยต้า LAND CRUISER FJ เตรียมเปิดราคาอย่างเป็นทางการที่ 1,269,000 บาท 

โตโยต้า LAND CRUISER FJ คือ SUV สายลุยที่ไม่ได้มีดีแค่ภาพลักษณ์ แต่จัดเต็มทั้งดีไซน์ สมรรถนะ ความแข็งแกร่ง และเทคโนโลยีความปลอดภัย ตอบโจทย์ทั้งสายออฟโรดตัวจริงและผู้ใช้งานที่ต้องการรถอเนกประสงค์ที่พร้อมไปได้ทุกที่อย่างแท้จริง