วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) ประเมินภาพรวมปี 2568 ว่ายังคงรักษาความแข็งแกร่งในตลาดรถยนต์พรีเมียมได้อย่างน่าพอใจ ด้วยส่วนแบ่งตลาด 9% แม้สภาพเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมยานยนต์จะเผชิญแรงกดดัน โดยเฉพาะการแข่งขันในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (BEV)
สัดส่วนยอดขายของวอลโว่ในปีที่ผ่านมาแบ่งเป็น รถยนต์ไฟฟ้า BEV 82% ,รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) 18% สะท้อนการปรับพอร์ตผลิตภัณฑ์ให้สอดรับกับดีมานด์ที่หลากหลายของผู้บริโภค
ด้านธุรกิจรถใช้แล้วที่ผ่านการรับรองคุณภาพ Volvo Selekt เติบโต 14% ในเขตกรุงเทพฯ กลายเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญในช่วงที่ผู้บริโภคบางส่วนชะลอการตัดสินใจซื้อรถใหม่
เป้าหมายปี 2569: เติบโตแบบมีคุณภาพ
ผู้บริหารยอมรับว่าปี 2569 ยังเป็นปีที่ท้าทาย โดยบริษัทตั้งเป้าเติบโต “อย่างระมัดระวังแต่ชัดเจน” ผ่านการขยายยอดขายรถใหม่ 4% และยอดขาย Volvo Selekt เพิ่ม 5%
กลยุทธ์หลักจะเน้น “คุณภาพมากกว่าปริมาณ” ควบคู่การเสริมความแข็งแกร่งในตลาดรถไฟฟ้าพรีเมียม และยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของ (Ownership Experience)
รุกซอฟต์แวร์–อัปเกรด EX90
หนึ่งในหัวใจสำคัญปีนี้ คือการยกระดับประสบการณ์การขับขี่ผ่านการอัปเกรดระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์ในรุ่นเรือธง Volvo EX90
การอัปเกรดครอบคลุมทั้งคอร์คอมพิวเตอร์และระบบประมวลผล เพื่อเพิ่มความรวดเร็วและประสิทธิภาพ โดยในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีลูกค้ากว่า 30% ทยอยนำรถเข้ารับการอัปเดตแล้ว
ขยายไลน์อัป–เปิดตัว Wallbox แบรนด์ตัวเอง
ในปี 2569 บริษัทเตรียมเพิ่มรุ่นย่อยใหม่ในตระกูล Volvo ES90 เพื่อขยายฐานลูกค้ากลุ่มซีดานพรีเมียม พร้อมเปิดตัว “Volvo Wallbox” ภายใต้แบรนด์ของตนเองเป็นครั้งแรก รองรับการใช้งานรถไฟฟ้าแบบครบวงจร
ด้านการสื่อสารแบรนด์ จะใช้แนวคิด “ครอบครัวมาสคอต” เพื่อสร้างความใกล้ชิดและความผูกพันกับลูกค้าในระยะยาว
ยกระดับศูนย์บริการสู่ 4S–ขยาย Mobile Service
วอลโว่เดินหน้ายกระดับโชว์รูมและศูนย์บริการจากมาตรฐาน 3S สู่ 4S เพื่อเพิ่มบริการตัวถังและสี (Body & Paint) โดยศูนย์พัฒนาการจะปรับรูปแบบเป็น 4S ภายในครึ่งปีหลัง
พร้อมกันนี้ ยังขยายเครือข่ายศูนย์ซ่อมตัวถังผ่านพันธมิตรในต่างจังหวัด เพิ่มขีดความสามารถ Mobile Service และจัดทำ National Service Campaigns รวมถึงบริการเปลี่ยนยาง เพื่ออำนวยความสะดวกสูงสุด และลดช่องว่างระหว่างแบรนด์กับลูกค้า
กรณี Recall EX30: เดินหน้าดูแลเชิงรุก
สำหรับกรณีเรียกคืน (Recall) รถยนต์รุ่น Volvo EX30 จำนวน 1,668 คันในประเทศไทย เพื่อเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่ บริษัทได้ดำเนินการเชิงรุก โดยส่งจดหมายแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการ และติดต่อผ่านทุกช่องทางเพื่อความปลอดภัยของลูกค้า
ระหว่างรออะไหล่จากซัพพลายเออร์ บริษัทแนะนำให้ชาร์จไฟไม่เกิน 70% ชั่วคราว และมอบคูปองมูลค่า 8,500 บาท เพื่อเยียวยาและรักษาความเชื่อมั่น
มุมมองตลาดครึ่งปีหลัง
วอลโว่ประเมินว่าตลาดครึ่งหลังปี 2569 มีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้น จากการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานด้านสถานีชาร์จในประเทศไทย ซึ่งถือว่าแข็งแกร่งที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาค
แม้ตลาดรถพรีเมียมยังอยู่ในภาวะทรงตัว ไม่ได้เติบโตแบบก้าวกระโดด แต่ก็ไม่มีปัจจัยลบรุนแรง โดยแรงส่งสำคัญจะมาจากการทยอยส่งมอบรถรุ่นใหม่ การบริหารฐานลูกค้าเดิมอย่างมีประสิทธิภาพ และการสร้างประสบการณ์หลังการขายที่แตกต่าง
ภาพรวมทั้งหมดสะท้อนว่า วอลโว่เลือกเดินเกมปี 2569 ด้วยความรอบคอบ เน้นเสถียรภาพ ความเชื่อมั่น และการเติบโตอย่างยั่งยืนในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมไทย


