BYD SEAL 5 DM-i Super PHEV เพิ่มทางเลือกด้วยรุ่นย่อย Standard และ Dynamic พร้อมแบตเตอรี่ขนาดลดลงเหลือ 13.08 kWh ระยะทางขับขี่ไฟฟ้าล้วนไกลสุด 85 กม. (NEDC) ราคาจำหน่ายทางการเริ่มต้น 599,900 บาท (ราคารุ่น Standard จำกัดเฉพาะ 3,000 คันแรก)
ปัจจุบัน BYD SEAL 5 DM-i Super PHEV มีให้เลือกทั้งสิ้น 3 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น Standard (ใหม่) ราคาทางการ 599,900 บาท (ราคาพิเศษ 3,000 คันแรก) รุ่น Dynamic (ใหม่) ราคาทางการ 659,900 บาท และรุ่น Premium ราคาทางการ 769,900 บาท
รุ่น Standard และ Dynamic มีการปรับลดขนาดความจุแบตเตอรี่ BYD Blade Battery (LFP) จากขนาด 18.3 kWh ในรุ่น Premium เป็นขนาด 13.08 kWh ส่งผลให้มีระยะทางขับขี่ไฟฟ้าลดลงจาก 120 กม. เหลือ 85 กม. เมื่อชาร์จแบตเตอรี่จนเต็ม (ตามมาตรฐาน NEDC)
ทั้ง 2 รุ่นย่อยใหม่ยังคงติดตั้งเครื่องยนต์ Plug-in Hybrid ทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์ Xiaoyun ขนาด 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 72 กิโลวัตต์ (98 แรงม้า) แรงบิดสูงสุด 122 นิวตัน-เมตร และมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 145 กิโลวัตต์ (197 แรงม้า) แรงบิดสูงสุด 300 นิวตัน-เมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 7.6 วินาที เพิ่มขึ้นจากรุ่น Premium ราว 0.1 วินาที อันเป็นผลจากขนาดแบตเตอรี่ที่เล็กลง
รุ่น Standard ติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐาน เช่น ไฟหน้า LED เปิด-ปิดอัตโนมัติ พร้อม Follow Me Home, ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน LED, กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า (ไม่มีระบบพับไฟฟ้า), ไฟท้าย LED พร้อมไฟเลี้ยว Sequential และล้ออัลลอย 17 นิ้ว
ห้องโดยสารติดตั้งเบาะนั่งหุ้มวัสดุผ้า (ปรับมือ), หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ 8.8 นิ้ว, หน้าจอสัมผัสขนาด 10.1 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay / Android Auto, Bluetooth, ระบบ Keyless Entry และ Keyless Start, ระบบกุญแจ NFC Card, ช่องจ่ายไฟ USB-C และ USB-A สำหรับผู้โดยสารตอนหน้า, กล้องมองภาพด้านหลัง และลำโพง 4 ตำแหน่ง
รุ่น Dynamic เพิ่มเติมอุปกรณ์มาตรฐานจากรุ่น Standard ประกอบด้วย กระจกมองข้างพับไฟฟ้าอัตโนมัติ, เบาะนั่งหุ้มหนังสังเคราะห์, เบาะนั่งผู้ขับขี่ปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง, ที่พักแขนตอนหลังพร้อมที่วางแก้ว, หน้าจอสัมผัสขนาด 12.8 นิ้ว, ระบบกุญแจ BYD Digital Key, ช่องจ่ายไฟ USB-C และ USB-A สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง, ระบบเชื่อมต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ตสำหรับ BYD App และอัปเดตซอฟต์แวร์ OTA, กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา และลำโพง 6 ตำแหน่ง
ระบบความปลอดภัยทั้งรุ่น Standard และ Dynamic ประกอบด้วย ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC), ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแปรผันอัจฉริยะ (ICC), ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB), ระบบช่วยเตือนการชนด้านหน้า (FCW), ระบบช่วยควบคุมไม่ให้ออกนอกช่องทางเดินรถ (LDP), ระบบควบคุมไฟสูงอัจฉริยะ (IHBC), ระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง (TPMS), ถุงลมนิรภัยคู่หน้า / ด้านข้างคู่หน้า / ม่านถุงลมนิรภัย และเซนเซอร์กะระยะด้านหลัง 4 จุด เป็นต้น
อุปกรณ์มาตรฐานที่หายไปจากรุ่น Premium ประกอบด้วย ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ, ไฟส่องพื้นบริเวณกระจกมองข้างและประตูคู่หน้า, เบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง, กระจกเปิด-ปิดอัตโนมัติ 4 บาน (รุ่น Standard และ Dynamic เฉพาะฝั่งคนขับ), Wireless Charger, ลำโพง 8 ตำแหน่ง, เซนเซอร์กะระยะด้านหน้า, ระบบช่วยเตือนการชนด้านหลัง (RCW), ระบบเตือนจุดอับสายตา (BSD) และระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA)
BYD SEAL 5 DM-i Super PHEV รุ่น Standard และ Dynamic มีเฉพาะตัวถังสีขาว Horizon White และสีดำ Quantum Black (รุ่น Premium สามารถเลือกตัวถังสีเทา Harbour Grey เพิ่มเติมได้) ห้องโดยสารทุกรุ่นย่อยมีเฉพาะสีดำเท่านั้น


