หลังเกษียณจาก Toyota Motor Thailand เมื่อ 31 มีนาคม 2568 นายนินนาท ไชยธีรภิญโญ อดีตผู้บริหารระดับสูงผู้คร่ำหวอดในแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์กว่า 54 ปี เลือก “Soft Landing” ชีวิตด้วยการกลับสู่ผืนดินริมเจ้าพระยาสร้าง “สวนภาวัฒน์” ให้เป็นมากกว่าสวนสวย แต่คือพื้นที่เรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม พลังงานสะอาด และการพัฒนาทียั่งยืน ตามรอยศาสตร์พระราชาและประสบการณ์ทั้งชีวิตที่สั่งสมมา
นินนาท ไชยธีรภิญโญ:เล่าเรื่อง
ผมทำงานกับ Toyota Motor Thailand มายาวนานกว่า 54 ปี วันหนึ่งเมื่อถึงเวลาส่งไม้ต่อให้น้อง ๆ ผมบอกตัวเองว่า ชีวิตต้อง “Soft Landing” ลงอย่างนุ่มนวล
วันนี้ผมยังทำงานอยู่ครับ…แต่เป็นงานที่เลือกทำ ในฐานะรองประธานมูลนิธิโตโยต้า ประเทศไทย ประธานมูลนิธิศูนย์ข้อมูลจราจรอัจฉริยะไทย (iTIC) ที่รายงานสภาพจราจรแบบ Real Time เพื่อลดอุบัติเหตุ และนายกสมาคมไฮโดรเจนประเทศไทย
แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจพองโตที่สุด กลับไม่ใช่ห้องประชุมหรือเวทีสัมมนา มันคือ “สวน” ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่อยุธยาผมเรียกมันว่า “สวนภาวัฒน์”
ชื่อที่มีความหมายของครอบครัว
คำว่า “ภาวัฒน์” เป็นชื่อพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ ผมนำชื่อหลานสาว “อติภา” และหลานชาย “จารุวัฒน์” มารวมกัน ภา + วัฒน์ กลายเป็น “ภาวัฒน์”
สวนนี้จึงไม่ใช่แค่พื้นที่สีเขียว แต่เป็นพื้นที่ของครอบครัว ของความทรงจำ และของอนาคต
จากโรงงานรถยนต์…สู่ผืนดินริมเจ้าพระยา
แรงบันดาลใจของผมเรียบง่ายมาก ผมอยาก “แทนคุณแผ่นดิน” และแทนคุณแหล่งเรียนรู้ที่หล่อหลอมชีวิตผมมา ผมเอาความรู้จากโลกอุตสาหกรรม ผสมกับภูมิปัญญาชาวบ้าน บวกกับแนวคิดตามหลักทฤษฎีของศาสตราจารย์ ดร.อาคิระ มิยาวากิ เรื่องการปลูกป่าแบบหนาแน่นหลากหลายสายพันธุ์ เพื่อให้ต้นไม้เติบโตอย่างรวดเร็วและแข็งแรง
วันนี้ในสวนมีต้นไม้กว่า 200 สายพันธุ์ ทั้งไม้ไทยโบราณหายาก ไม้มงคล ไม้ดอกไม้ผล ต้นจามจุรีทรงสวยสง่าพรรณไม้ที่ให้ทั้งร่มเงาและความหมาย
เราปลูกเพื่อดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ ลดฝุ่น ลดอุณหภูมิ และเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ ผมเชื่อเสมอว่า ธรรมชาติแก้ปัญหาธรรมชาติได้ดีกว่าคอนกรีต
บทเรียนจากน้ำท่วม…และศาสตร์พระราชา
อยุธยาเจอน้ำท่วมซ้ำซาก แทนที่จะต่อสู้กับน้ำอย่างเดียว ผมเลือก “อยู่กับน้ำ” อย่างเข้าใจมัน เราใช้ภูมิปัญญาชาวบ้าน ยกตัวบ้านให้สูงขึ้น ประหยัดงบประมาณ และปลอดภัยกว่าเดิม ผมยึดคำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาตลอดชีวิตการทำงาน “ทำให้ดู อยู่ให้เห็น” และการพัฒนาต้องสมดุล ยั่งยืน และพึ่งพาตนเองได้
สวนแห่งนี้จึงไม่ใช่แค่สวน แต่เป็นการปฏิบัติจริงของคำสอน “พ่อ”
The House of Green:สวนที่ใช้พลังงานสะอาดจริง
ด้วยความที่ผมทำงานเกี่ยวกับพลังงานสะอาดมาหลายปี ผมก็อดไม่ได้ที่จะเอาเทคโนโลยีมาทดลองใช้ในสวนเราติดตั้งโซลาร์เซลล์ทั้งแบบหน้าเดียว (Single phase) และแบบสองหน้า (Bifacial) แผงแบบสองหน้ารับแสงจากด้านบน และรับแสงสะท้อนจากพื้นดินด้านล่าง เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าได้อีก 5–25%
ไฟฟ้าที่ผลิตได้ใช้ในบ้านก่อน และในอนาคตสามารถขายคืนภาครัฐได้ มีแผนติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ และใช้ AI เข้ามาช่วยตรวจสอบความผิดปกติล่วงหน้า
ผมอยากให้ที่นี่เป็นตัวอย่างเล็ก ๆ ว่า “ESG ( Environmental, Social, และ Governance )ไม่ใช่ทฤษฎีในสไลด์พรีเซนเทชัน แต่ทำได้จริงในชีวิตประจำวัน”
สวนที่มากกว่าสวน
ผมตั้งใจให้สวนภาวัฒน์เป็น Eco Garden และ Creative Space พื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนความรู้ สร้าง Value Co-Creation ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม พลังงานสะอาด การจัดการน้ำ และแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน
วันที่เราเปิดสวนอย่างเป็นทางการ มีผู้ใหญ่ที่ผมเคารพมาร่วมงานมากมาย ทั้ง ดร.อาคม เติมพิทยาไพสิฐ คุณประมนต์ สุธีวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานสะอาด และมิตรสหายกว่า 50 ท่าน
แต่บรรยากาศวันนั้น…ไม่เป็นทางการ มีเสียงหัวเราะ มีการให้อาหารปลา มีการเดินชมต้นไม้ เหมือนงานเลี้ยงของคนวัยเกษียณที่มีความสุขกับสิ่งที่ตัวเองปลูกมากับมือ
ความสุขของอดีตผู้บริหาร
สมัยทำงาน ผมวัดผลด้วยยอดขาย ประสิทธิภาพ และตัวเลข วันนี้ผมวัดผลด้วยจำนวนใบไม้ที่แตกยอดใหม่ และรอยยิ้มของเพื่อนที่มาเยี่ยมสวน
งานอดิเรกของผมตอนนี้คือ ทำสวน ปลูกต้นไม้ ท่องเที่ยว ร่วมกิจกรรม และทานอาหารอร่อยกับเพื่อน ๆ ชีวิตหลังเกษียณไม่ได้ช้าลง แต่มัน “ลึกขึ้น”
ความหวังข้างหน้า
ผมหวังว่าในอนาคต สวนภาวัฒน์จะเป็นแหล่งเรียนรู้ของคนรุ่นใหม่ เป็นต้นแบบเล็ก ๆ ของการผสาน ธรรมชาติ + เทคโนโลยี + คุณธรรม เพราะผมเชื่อว่า การพัฒนาที่แท้จริง ไม่ใช่การสร้างสิ่งที่ใหญ่ที่สุด แต่คือการสร้างสิ่งที่ยั่งยืนที่สุด
จากชีวิตในโรงงานรถยนต์ สู่ชีวิตในสวนสีเขียว ผมค้นพบว่า พลังงานสะอาดที่สำคัญที่สุด อาจไม่ใช่พลังงานจากแสงอาทิตย์ แต่คือพลังใจของคนที่อยากทำสิ่งดี ๆ ให้แผ่นดิน


