ปี 2025 กลายเป็นอีกหมุดหมายสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ เมื่อจีนก้าวขึ้นครองส่วนแบ่งตลาดรถยนต์โลกถึง 35.6% จากยอดขายที่เติบโตต่อเนื่อง พร้อมตอกย้ำบทบาทผู้นำทั้งด้านการผลิตและการส่งออก
ข้อมูลจากสมาคมรถยนต์นั่งส่วนบุคคลแห่งประเทศจีน (CPCA) ระบุว่า ในปี 2025 ตลาดรถยนต์โลกมียอดขายรวม 96.47 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อนหน้า โดยรถยนต์ที่จำหน่ายในจีนมีจำนวน 34.35 ล้านคัน เติบโตถึง 9% ส่งผลให้จีนครองส่วนแบ่งตลาดโลกสูงถึง 35.6% ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์
เมื่อเทียบกับประเทศหลักอื่น ๆ สหรัฐอเมริกามียอดขายรถยนต์ 16.72 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 1% อินเดีย 5.58 ล้านคัน เติบโต 7% ญี่ปุ่น 4.56 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 3% และเยอรมนี 3.16 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 1% ขณะที่บางตลาดยังเผชิญแรงกดดัน โดยรัสเซียอยู่ในภาวะชะลอตัวอย่างหนัก ส่วนเม็กซิโกเริ่มเห็นการเติบโตที่แผ่วลง ขณะที่ตลาดในอเมริกาใต้ โดยเฉพาะอาร์เจนตินา ยังขยายตัวได้ดี
ตลอดปี 2025 ส่วนแบ่งตลาดรถยนต์ของจีนเร่งตัวขึ้นอย่างชัดเจน โดยในช่วงครึ่งปีแรก จีนครองสัดส่วน 36% จากยอดขาย 15.65 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 11% ก่อนที่ตัวเลขจะพุ่งขึ้นแตะ 40% ในเดือนพฤศจิกายน และอยู่ที่ 37% ในเดือนธันวาคม ส่งผลให้ค่าเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 35.6%
หากย้อนดูแนวโน้มในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา จีนเคยครองส่วนแบ่งตลาดโลกประมาณ 30% ในช่วงปี 2016–2018 ก่อนจะลดลงเล็กน้อยในปี 2019 จากนั้นเริ่มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ 32% ในปี 2020–2021 เพิ่มเป็น 33.5% ในปี 2022 และขยับขึ้นเป็น 34.2% ในปี 2024 ก่อนจะทำสถิติใหม่ในปี 2025
ในด้านการส่งออก จีนยังคงรักษาสถานะ ผู้ส่งออกรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลก เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน โดยในปี 2025 ส่งออกรถยนต์รวม 8.32 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 30% จากปีก่อนหน้า ไฮไลต์สำคัญคือรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ที่ส่งออกถึง 3.43 ล้านคัน เติบโตถึง 70%
อย่างไรก็ตาม ราคาเฉลี่ยของรถยนต์ที่ส่งออกลดลงมาอยู่ที่ราว 16,000 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากสัดส่วนการส่งออกรถยนต์ Tesla ที่ลดลง โดยตลาดปลายทางหลักยังคงเป็นเม็กซิโก ขณะที่ส่วนแบ่งตลาดในตะวันออกกลาง อเมริกากลาง อเมริกาใต้ และยุโรป ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
ที่มา:CarNewsCHINA


