xs
xsm
sm
md
lg

โตโยต้าสะเทือนวงการ สลับขั้วผู้นำ ดัน CFO ขึ้นแท่น CEO รับศึกยานยนต์โลก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


โตโยต้า เปลี่ยนตัวประธานใหม่ จากโคจิ ซาโต เป็นเคนตะ คอน
โตโยต้า มอเตอร์ ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลก สร้างความประหลาดใจให้กับแวดวงยานยนต์ ด้วยการประกาศปรับโครงสร้างผู้บริหารระดับสูง โดยแต่งตั้ง เคนตะ คอน (Kenta Kon) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) ขึ้นดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) มีผลตั้งแต่เดือนเมษายนนี้เป็นต้นไป

ขณะเดียวกัน โคจิ ซาโตะ (Koji Sato) CEO คนปัจจุบัน จะก้าวลงจากตำแหน่งหลังบริหารงานมาเป็นเวลา 3 ปี และย้ายไปดำรงตำแหน่งใหม่ที่เพิ่งจัดตั้งขึ้น คือ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านอุตสาหกรรม (Chief Industry Officer – CIO) พร้อมทำหน้าที่รองประธานบริษัท โดยเน้นบทบาทเชิงภาพรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์

โตโยต้า ระบุว่า คอนเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการยกระดับโครงสร้างผลกำไรของบริษัทในช่วงที่ผ่านมา และภายใต้โครงสร้างผู้นำใหม่นี้ จะมีการแบ่งบทบาทชัดเจนมากขึ้น โดยซาโตะจะโฟกัสความร่วมมือในระดับอุตสาหกรรม ขณะที่คอนจะดูแลการบริหารจัดการภายในองค์กรในฐานะประธานและ CEO

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่อุตสาหกรรมยานยนต์ญี่ปุ่นกำลังเผชิญแรงกดดันจากการแข่งขันที่รุนแรง โดยเฉพาะจากผู้ผลิตรถยนต์จีน โตโยต้าจึงมองว่าการเร่งสร้างความร่วมมือในอุตสาหกรรม และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโลก เป็นสิ่งจำเป็นมากขึ้นกว่าที่เคย

โคจิ ซาโต
ตลาดทุนตอบรับข่าวดังกล่าวในเชิงบวก โดยหุ้นโตโยต้าปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบ 2% หลังการประกาศ พร้อมกันนี้ บริษัทยังปรับเพิ่มคาดการณ์ผลประกอบการสำหรับปีงบประมาณที่สิ้นสุดในเดือนมีนาคม แม้จะต้องเผชิญแรงกดดันจากนโยบายภาษีนำเข้ารถยนต์ของสหรัฐฯ

โตโยต้าปรับประมาณการกำไรสุทธิเป็น 3.57 ล้านล้านเยน เพิ่มขึ้น 22% จากคาดการณ์เดิม รายได้รวมเพิ่มเป็น 50 ล้านล้านเยน และกำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 3.8 ล้านล้านเยน สะท้อนผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งกว่าที่ตลาดคาดไว้

ในด้านยอดขาย บริษัทระบุว่าสามารถจำหน่ายรถยนต์ได้ 8 ล้านคัน ในช่วงเดือนเมษายนถึงธันวาคม เพิ่มขึ้น 3.4% จากปีก่อน โดยตลาดอเมริกาเหนือยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ขณะที่รถยนต์ไฮบริดยังคงเป็นสินค้าหลักที่ช่วยพยุงยอดขาย แม้ต้องเผชิญอุปสรรคด้านภาษี

ล่าสุด โตโยต้าประกาศว่ายอดขายรถยนต์ทั่วโลกในปี 2025 อยู่ที่ 10.5 ล้านคัน ส่งผลให้บริษัทยังคงครองตำแหน่งผู้ผลิตรถยนต์ที่มียอดขายสูงสุดของโลกเป็นปีที่ 6 ติดต่อกัน เหนือคู่แข่งสำคัญจากยุโรปอย่างโฟล์คสวาเกน

ที่มา:Nikkei Asia



กำลังโหลดความคิดเห็น