อีลอน มัสก์ ที่ปั้นเทสลาจากบริษัทน้องใหม่ไฟแรงสู่ตำแหน่งผู้นำวงการรถยนต์ไฟฟ้า ประกาศยุติการผลิตอีวีรุ่นเรือธง Model S และ X และปรับเปลี่ยนโรงงานในฟรีมอนต์ไปผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ “ออปติมัส” พร้อมอัดฉีดเงินทุน 20,000 ล้านดอลลาร์ในเทคโนโลยีเอไอ หุ่นยนต์ และรถไร้คนขับ
นักวิเคราะห์ของคาแนคคอร์ด จินิวตี วิจารณ์ว่า เทสลาในวันวานจบสิ้นลงแล้ว และเชื่อว่า มัสก์มาถึงทางแยกสำคัญที่เขาตัดสินใจว่า จะไม่มีวันถอยกลับ
หลังจากลดค่าใช้จ่ายในการลงทุนลง 24% อยู่ที่ 8,600 ล้านดอลาร์เมื่อปีที่แล้ว วันพุธที่ผ่านมา (28 ม.ค.) เทสลาประกาศเพิ่มค่าใช้จ่ายดังกล่าวกว่าสองเท่าในปีนี้เป็น 20,000 ล้านดอลลาร์ พร้อมปรับทิศทางธุรกิจจากอีวีไปสู่ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) โดยโฟกัสที่เทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติ หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ และชิปที่จะรองรับเป้าหมายยาวไกลเหล่านี้
วายบัฟ ทาเนจา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของเทสลาแจงว่า เงินลงทุนส่วนใหญ่จะจัดสรรให้กับสายการผลิตไซเบอร์แค็บ รถบรรทุกไฟฟ้า ออปติมัส และโรงงานผลิตแบตเตอรี่และลิเธียม
นอกจากนี้ เทสลายังเปิดเผยเป็นครั้งแรกว่า บริษัทบรรลุข้อตกลงลงทุน 2,000 ล้านดอลลาร์ใน xAI ของมัสก์
ปีที่ผ่านมา รายได้จากธุรกิจยานยนต์ที่เป็นองค์ประกอบราว 70% ของรายได้ทั้งหมดของเทสลา ลดลง 10% เนื่องจากบริษัทไม่มีอีวีใหม่ๆ ออกสู่ตลาด ซ้ำเผชิญการแข่งขันรุนแรงทั่วโลก โดยเฉพาะจากบีวายดีของจีน รวมถึงโฟล์คสวาเกนและบีเอ็มดับเบิลยูในยุโรป รายได้รวมของเทสลาในปี 2025 ยังลดลงเป็นครั้งแรก
ในการเปิดเผยผลประกอบการเมื่อวันพุธ มัสก์บอกว่า เทสลาจะยุติการผลิตซีดาน Model S และเอสยูวี Model X ภายในไตรมาสหน้า แต่จะยังคงให้การสนับสนุนอีวีทั้งสองรุ่นตราบเท่าที่ลูกค้ายังใช้งานอยู่ พร้อมสำทับว่า การตัดสินใจนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการปรับโครงสร้างการดำเนินงานของเทสลาเพื่อโฟกัสที่โรโบแท็กซี่และหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์
อนึ่ง แม้ Model S และ X เคยช่วยให้เทสลาทำให้รถยนต์ไฟฟ้าได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง แต่ปีที่แล้วอีวีเรือธงสองรุ่นนี้มียอดขายรวมกันไม่ถึง 3% ของยอดขายทั้งหมดของบริษัท
มัสก์เสริมว่า สายการผลิตอีวีทั้งสองรุ่นในฟรีมอนต์ รัฐแคลิฟอร์เนีย จะแปลงเป็นโรงงานผลิตออปติมัสที่เทสลาคุยว่า เป็นหุ่นยนต์อัจฉริยะที่วันหนึ่งข้างหน้าจะทำได้ทุกอย่าง ตั้งแต่งานในโรงงานไปจนถึงห้องผ่าตัด เป็นพี่เลี้ยงเด็ก ช่วยแก้ปัญหาความยากจนทั่วโลก เขายังมีแผนส่งออปติมัสไปดาวอังคาร
อย่างไรก็ดี มัสก์ยอมรับว่า ตอนนี้ออปติมัสยังทำงานพื้นฐานบางอย่างในโรงงานเทสลาเท่านั้น
ย้อนกลับไปเมื่อสองปีที่แล้ว มัสก์เคยบอกว่า ในที่สุด ออปติมัสจะทำให้เทสลากลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่า 25 ล้านล้านดอลลาร์ จากมูลค่าปัจจุบัน 1.4 ล้านล้านดอลลาร์ และปีที่ผ่านมา เขายังบอกว่า 80% ของมูลค่าของเทสลาจะมาจากหุ่นยนต์
ความสำเร็จและรายได้ของมัสก์เดิมพันกับหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ โดยเทสลาต้องส่งมอบออปติมัส 1 ล้านตัวภายใน 10 ปี มัสก์ถึงจะได้ค่าตอบแทนเกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์ตามแผนการที่ผู้ถือหุ้นอนุมัติเมื่อปลายปี 2025
อย่างไรก็ตาม แม้เผยว่า เทสลากำลังวางแผนขึ้นสายการผลิตออปติมัสที่จะสามารถผลิตได้ถึงปีละ 1 ล้านตัว แต่มัสก์ที่พลาดเส้นตายเป็นประจำ ยอมรับว่า โปรเจ็กต์นี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น
อดีตวิศวกรอาวุโสคนหนึ่งของเทสลาให้สัมภาษณ์กับซีเอ็นเอ็นว่า มัสก์เป็นพวกชอบคิดการใหญ่และต้องการท้าทายขีดจำกัดด้านจินตนาการของผู้คน แต่ปัญหาคือ ตลาดอีวีกับหุ่นยนต์ต่างกันมาก
ผู้เชี่ยวชาญคนหนึ่งชี้ว่า เป้าหมายเกี่ยวกับออปติมัสอาจยากกว่าการเดิมพันกับอีวีหรือสเปซเอ็กซ์ เนื่องจากหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เป็นหนึ่งในเครื่องจักรที่ซับซ้อนที่สุดเท่าที่สามารถจินตนาการได้ และการแข่งขันในตลาดนี้ร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ยังลงความเห็นว่า อาจต้องรออย่างน้อยอีก 1 ทศวรรษกว่าที่จะมีการใช้หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์อย่างกว้างขวาง
เทสลาไม่ใช่บริษัทเพียงแห่งเดียวในเซ็กเมนต์นี้ ปัจจุบัน ฮุนได และกูเกิล ดีปมายด์เตรียมนำหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ “แอตลาส” มาปรับใช้ภายในองค์กรในช่วงไม่กี่เดือนนี้ก่อนที่จะนำออกสู่ตลาด ขณะที่ในงานแสดงเทคโนโลยีระดับโลก ซีอีเอส ที่จัดขึ้นเมื่อเดือนที่แล้ว หลายบริษัทที่รวมถึงอินวิเดีย ควอลคอมม์ และอินเทล ต่างนำหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่ขับเคลื่อนด้วยชิปและเทคโนโลยีของตนเองไปโชว์
อานี เคลคาร์ หุ้นส่วนของแมคคินซี่ แอนด์ คอมพานี ที่เป็นผู้นำส่วนงานระบบอัตโนมัติขั้นสูง ระบุว่า มีบริษัทกว่า 90 แห่งที่ผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอเมริกาและจีน
อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญของแมคคินซี่, โกลด์แมน แซคส์ และมอร์แกน สแตนลีย์ประเมินว่า ตลาดหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์อาจมีมูลค่าเพิ่มขึ้นจาก 370,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2040 เป็น 5 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2050
นอกจากออปติมัสแล้ว เทสลายังมีแผนขยายฟลีตโรโบแท็กซี่ “ไซเบอร์แค็บ” ในอเมริกา รวมทั้งกำลังเร่งทำตามสัญญาที่ให้ไว้ตั้งแต่ทศวรรษที่แล้วเรื่องระบบขับขี่อัตโนมัติที่ปลอดภัยโดยไม่ต้องมีคนคอยจับพวงมาลัยหรือเหยียบเบรก
มัสก์เคยทำนายว่า ในอนาคตไซเบอร์แค็บจะมียอดขายมากกว่ายอดขายรถทั้งหมดของเทสลารวมกันหลายเท่า
แต่ขณะนี้ บริการโรโบแท็กซี่ของเทสลายังไม่แพร่หลาย แถมมีพนักงานควบคุมความปลอดภัยอยู่ภายในรถ ขณะที่บริษัทอื่นๆ ให้บริการรถไร้คนขับจริงในหลายเมือง
ซีเอ็นบีซีรายงานว่า เวย์โมของอัลฟาเบตกำลังขยายบริการโรโบแท็กซี่อย่างรวดเร็วในอเมริกา ขณะที่อะพอลโล โกของไป่ตู้ โตวันโตคืนในจีน
อีกส่วนที่เทสลาจะทุ่มลงทุนก้อนใหญ่คือชิป มัสก์อธิบายว่า เนื่องจากซัปพลายเออร์สำคัญอย่างซัมซุง, ไต้หวัน เซมิคอนดักเตอร์ แมนูแฟกเจอริง และไมครอน ไม่สามารถผลิตได้เพียงพอความต้องการของเทสลา
มัสก์สำทับว่า เพื่อทำลายข้อจำกัดต่างๆ เทสลาจะสร้างเทสลา เทราแฟ็บ หรือโรงงานผลิตชิปขนาดใหญ่ เพื่อให้แน่ใจว่า บริษัทมีชิปเพียงพอ รวมทั้งรอดพ้นจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์
นักวิเคราะห์ของบาร์เคลย์ระบุเมื่อวันพฤหัสฯ (29 ม.ค.) ว่า แม้ยานยนต์ยังคงเป็นธุรกิจหลักของเทสลา แต่การยุติการผลิต Model S และ X ถือเป็นสัญญาณการผ่องถ่ายสู่ธุรกิจ physical AI หรือเอไอเชิงกายภาพ และทำให้เทสลาไม่ใช่บริษัทรถอีกต่อไป


