xs
xsm
sm
md
lg

2026 ตลาดรถจีนแข่งเดือด หลังค่ายรถตั้งเป้าโตแรง สัญญาณอิ่มตัวดันส่งออกความหวังใหม่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



2026 จะเป็นอีกปีที่ตลาดรถยนต์จะเกิดการแข่งขันกันอย่างรุนแรงอย่างแน่นอน หลังจากที่หลายบริษัทรถยนต์ชั้นนำของจีนประกาศตัวเลขที่เป็นเป้าหมายยอดขายในปีนี้ออกมา โดยปัจจัยที่ทำให้นักวิเคราะห์เชื่อว่าอาจจะไม่ทุกแบรนด์ที่สมหวัง คือ เรื่องความอิ่มตัวของตลาดหลังจากที่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของจีนเติบโตแบบก้าวกระโดดในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา อีกทั้งตลาดส่งออกกำลังกลายเป็นความหวังของบริษัทรถยนต์

จากการเปิดเผยชื่อสื่อรถยนต์จีนอย่าง carnewchina.com ยืนยันว่า บริษัทรถยนต์ส่วนใหญ่มีการตั้งเป้าในเรื่องการเติบโตของยอดขายเพิ่มขึ้นจากปี 2025 ในแบบตัวเลข 2 หลัก ซึ่งถ้าเป็นกลุ่มบริษัทรถยนต์ดั้งเดิมที่ทำตลาดมานานจะไม่เน้นการเติบโตอย่างหวือหวา โดยตั้งเป้ายอดขายที่เติบโตขึ้นจากปี 2025 ด้วยอัตราส่วนเพียง 10-15% ขณะที่ในกลุ่มผู้เล่นหน้าใหม่ โดยเฉพาะในส่วนของรถยนต์ที่มาจากกลุ่มสตาร์ทอัพจะมีการตั้งอัตราการเติบโตด้านตัวเลขยอดขายในระดับ 50-60% เลยทีเดียว

ทางนักวิเคราะห์จีนชี้ว่าการตั้งเป้าในเรื่องของการเติบโตในเรื่องตัวเลขลักษณะนี้ของกลุ่มรถยนต์สตาร์ทอัพไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะหลายแบรนด์เพิ่งจะเริ่มทำตลาดเพียงแค่ปีหรือ 2 ปีเท่านั้น ‘ดังนั้น ในช่วงก่อนหน้านั้น ตัวเลขยอดขายของพวกเขาไม่ได้สูงมากมายอะไร การที่เราได้เห็นแบรนด์อย่าง Xiaomi Auto ที่กล้าตั้งเป้ายอดขายที่โตขึ้นในระดับ 40% และ Nio ที่โตขึ้นในระดับ 50% นั้น ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจอะไร เพราะปี 2025 พวกเขามียอดขายเพียงแค่ 300,000-400,000 คันเท่านั้นเอง ขณะที่แบรนด์ที่ทำตลาดมานาน ตัวเลขยอดขายส่วนใหญ่จะเกินระดับล้านคันทั้งนั้น’ นักวิเคราะห์ตลาดรถยนต์จีนรายหนึ่งให้ความเห็น


อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่ากังวลคือ การตั้งเป้าที่มีตัวเลขค่อนข้างสูงและเติบโตขึ้นอย่างมากนั้นอาจจะมีความน่ากังวลซ่อนอยู่ ด้วยเหตุผลที่ว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาแม้ว่าตลาดรถยนต์จีนจะมีการเติบโตแบบก้าวกระโดดจนทำให้พวกเขากลายเป็นตลาดรถยนต์ที่ไม่ได้มีตัวเลขยอดขายสูงสุดเฉพาะในแง่ของภาพรวมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเป็นตลาดใหญ่ของรถยนต์พลังไฟฟ้านั้น ส่วนหนึ่งมาจากแรงจูงใจและการผลักดันของภาครัฐ แต่ในปี 2026 มีการคาดการณ์ว่า ด้วยสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและอาจจะไม่บูมเหมือนกับช่วง 3-4 ปีก่อนหน้านี้ รวมถึงความต้องการใช้รถยนต์ที่ ‘อิ่มตัว’ ของผู้บริโภคชาวจีน อาจจะทำให้หลายแบรนด์ไม่สมหวัง

‘เรื่องลักษณะนี้กำลังจะเกิดขึ้น และเชื่อว่าในปี 2026 จะเป็นอีกปีที่บริษัทรถยนต์ในจีนต้องทำงานกันอย่างหนัก เพราะภาพรวมของเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และกำลังซื้อที่เริ่มอิ่มตัว ซ้ำร้าย ในการแข่งขันที่นี่ คู่แข่งไม่ได้มีแค่แบรนด์จีนเท่านั้น แต่หลายแบรนด์โดยเฉพาะจากฝั่งญี่ปุ่นเอง เช่น Honda, Nissan และ Mazda เริ่มอาศัยความร่วมมือจากการเป็นพันธมิตรดั้งเดิมกับบริษัทรถยนต์จีน ในการนำรถยนต์พลังไฟฟ้าที่อยู่ในเครือมาปรับแต่งและส่งออกมาขายแข่งกันบริษัทรถยนต์ของจีนด้วย ตรงนี้ถือเป็นอีกปัจจัยที่มองข้ามไม่ได้’ แหล่งข่าวจากสมาคมผู้ผลิตยานยนต์แห่งประเทศจีน (CAAM) ให้ความเห็น

ตลอดทั้งปีที่ผ่านมา ยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลในจีนเพิ่มขึ้น 6% เป็น 24 ล้านคัน แต่ยอดขายในเดือนธันวาคมกลับลดลง 18% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ส่วนหนึ่งของการเติบโตเป็นเพราะผู้ผลิตรถยนต์ได้รับความช่วยเหลือจากนโยบายอุดหนุนการแลกเปลี่ยนรถยนต์เก่าของรัฐบาล ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า แต่ความต้องการกลับลดลง หลังจากที่นโยบายนี้หมดแคมเปญและไม่ได้มีการขยายระยะเวลาในการกระตุ้นตลาดอีกต่อไป



สำหรับบริษัทรถยนต์ที่มีการเปิดเผยตัวเลขออกมาในตอนนี้ คือ Geely Automobile : หลังจากที่ทำยอดขายเกินเป้าหมาย 3 ล้านคันในปี 2025 แล้ว ได้ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 3.45 ล้านคันในปี 2026 ซึ่งคิดเป็นอัตราการเติบโตประมาณ 14% โดยแบรนด์ Geely จะมียอดขาย 2.75 ล้านคัน ขณะที่ Zeekr และ Lynk & Co ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 300,000 และ 400,000 คันตามลำดับ รถยนต์พลังงานใหม่ยังคงเป็นเป้าหมายสำคัญของ Geely โดยตั้งเป้าหมายไว้ที่ 2.22 ล้านคัน (เติบโต 32%) เพิ่มสัดส่วนรถยนต์พลังงานใหม่จาก 55.8% เป็น 64.3%

Changan Automobile : ตั้งเป้าตัวเลขยอดขายไว้ที่ 3.3 ล้านคันในปี 2026 เพิ่มขึ้น 13.3% โดยรถยนต์พลังงานใหม่จะมียอดขาย 1.4 ล้านคัน (เติบโต 26.2%) บริษัทฯ ยังตั้งเป้าหมายยอดขายในต่างประเทศไว้ที่ 750,000 คัน ซึ่งคิดเป็นอัตราการเติบโต 17.7%

Chery Group : ตั้งเป้าหมายยอดขายรถยนต์ 3.2 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 14.03% จากยอดขาย 2.806 ล้านคันในปี 2025 Li Xueyong รองประธานบริหารของ Chery Automobile กล่าวว่า กลุ่มวางแผนที่จะเปิดตัวรถยนต์รุ่นสำคัญ 17 รุ่นในปี 2026 โดยแบรนด์หลักทั้ง 5 แบรนด์จะร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีไฟฟ้าและเทคโนโลยีอัจฉริยะ

Great Wall Motors : เลือกใช้แนวทางที่ระมัดระวังมากขึ้น โดยตั้งเป้าหมายขั้นต่ำไว้ที่ 1.8 ล้านคันสำหรับปี 2026 เมื่อเทียบกับยอดขายจริงที่ 1.324 ล้านคันในปี 2025 ตัวเลขนี้ยังคงแสดงให้เห็นถึงศักยภาพการเติบโตที่สำคัญ โดยการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้ายังคงเป็นภารกิจหลัก


Dongfeng : ตั้งเป้าหมายที่คล้ายคลึงกันที่ 3.25 ล้านคัน ซึ่งรวมถึงรถยนต์พลังงานใหม่ 1.7 ล้านคัน และการส่งออก 600,000 คัน เป้าหมายนี้ต่อยอดจากความสำเร็จในการตั้งเป้าหมายยอดขาย "สองล้าน" คันสำหรับรถยนต์พลังงานใหม่และรถยนต์นั่งส่วนบุคคลของตนเองในปี 2025

นอกจากนั้น หลายแบรนด์เริ่มมองเห็นความสำคัญของตลาดนอกจีน และมีการปรับเพิ่มตัวเลขของการส่งออกมากขึ้น ซึ่งมองในมุมหนึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี แต่อีกมุมคือ การสื่อให้เห็นถึงว่าดีมานด์ในตลาดรถยนต์จีนกำลังลดลงอย่างน่ากังวล จนทำให้บริษัทรถยนต์เหล่านี้ต้องกระจายความเสี่ยงออกไปด้วยการมองหาทางเลือกใหม่

ABC News รายงานว่า สมาคมผู้ผลิตรถยนต์แห่งประเทศจีนเปิดเผยเมื่อกลางสัปดาห์นี้ว่า การส่งออกรถยนต์ของจีนพุ่งสูงขึ้น 21% ในปี 2025 โดยได้รับแรงหนุนจากการส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ความต้องการภายในประเทศชะลอตัวลง แถมยังต้องเผชิญหน้ากับการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดภายในประเทศ ผู้ผลิตรถยนต์ของจีนจึงเร่งเพิ่มยอดขายไปทั่วโลก และคาดว่าการส่งออกรถยนต์จากจีนทะลุ 7 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 21% จากปีก่อนหน้า

คาดว่าการส่งออกรถยนต์ของจีนจะยังคงเติบโตต่อไปในปีนี้ เนื่องจากผู้ผลิตรถยนต์ของจีนกำลังรับมือกับสงครามราคาที่รุนแรงขึ้นในประเทศ เนื่องจากความต้องการลดลง และเชื่อว่าการใช้นโยบายการตัดราคาจะเป็นอาวุธหลักของบริษัทรถยนต์จีนในการต่อสู้เพื่อแย่งชิงตัวเลขยอดขายตลอดทั้งปี 2026


อีกสิ่งที่คาดว่าเป็นแรงหนุนในการเดินหน้าออกสู่ตลาดนอกจีน คือการที่รัฐบาลจีนและสหภาพยุโรปกล่าวว่าได้ตกลงกันในขั้นตอนต่างๆ เพื่อแก้ไขความขัดแย้งเกี่ยวกับการส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในจีนไปยังกลุ่มประเทศยุโรป ซึ่งนักวิเคราะห์กล่าวว่าการพัฒนาครั้งนี้มีแนวโน้มที่จะกระตุ้นการส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าของจีนไปยังยุโรปมากขึ้น

Cui Dongshu เลขาธิการสมาคมรถยนต์นั่งส่วนบุคคลแห่งประเทศจีน ซึ่งเป็นอีกกลุ่มอุตสาหกรรมหนึ่ง คาดการณ์ว่าการส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าของจีนไปยังสหภาพยุโรปจะเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยประมาณ 20% ในแต่ละปีระหว่างปี 2026 ถึง 2028

ปัจจุบัน รายได้ที่มาจากการขายรถยนต์ในตลาดต่างประเทศของบริษัทรถยนต์จีนมีเพียงแค่ 10% ของรายได้โดยรวม ซึ่งยังถือว่าน้อยมาก แต่เชื่อว่าภายใน 2-3 ปีข้างหน้าตัวเลขในส่วนนี้น่าจะมีการขยับขึ้นมาอยู่ในระดับ 30-40% ได้หลังจากที่หลายแบรนด์เริ่มมองหาตลาดส่งออกมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการเจรจาระหว่างรัฐต่อรัฐเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยตลาดใหญ่จะอยู่ที่รัสเซีย อเมริกาใต้ ยุโรป ตะวันออกกลาง และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เหลือเพียงแค่สหรัฐอเมริกาเท่านั้น ซึ่งถ้าปลดล็อกได้ โอกาสที่ยอดส่งออกและการย้ายฐานการผลิตจะมีขึ้นอย่างแน่นอน


กำลังโหลดความคิดเห็น