xs
xsm
sm
md
lg

โตโยต้า–ฮอนด้า คืนสนาม F1 ไม่ใช่แค่ภาพลักษณ์ แต่คือเกมยาวสู่เทคโนโลยีและตลาดสปอร์ต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



มอเตอร์สปอร์ตระดับโลกอย่าง World Rally Championship (WRC) และ Formula 1 (F1) เคยเป็นเครื่องมือทางการตลาดชั้นยอดของบริษัทรถยนต์ในช่วงทศวรรษ 1970–1990 ก่อนที่ความนิยมจะค่อยๆ ลดลง จนทำให้หลายค่าย โดยเฉพาะผู้ผลิตจากญี่ปุ่นอย่าง Toyota และ Honda ตัดสินใจถอนตัวออกจากเวทีการแข่งขันระดับสูงสุดเหล่านี้ในช่วงปลายทศวรรษ 2000

แต่เมื่อก้าวเข้าสู่ปีใหม่ กระแสข่าวการกลับมาของทั้ง Toyota และ Honda สู่โลกของฟอร์มูล่า วัน กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง พร้อมคำถามสำคัญว่า เหตุใดสองยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นจึงเลือกหวนคืนสู่สนามแข่งในช่วงเวลานี้


สำหรับ Toyota สัญญาณการกลับมาเริ่มชัดเจนตั้งแต่เดือนตุลาคม 2024 เมื่อ Toyota Gazoo Racing เข้าร่วมเป็นพันธมิตรทางเทคนิคกับทีม Haas F1 ซึ่งแม้จะเป็นทีมขนาดเล็ก แต่เปิดโอกาสให้ Toyota กลับเข้าสู่ F1 อย่างค่อยเป็นค่อยไป

แม้ Haas จะใช้เครื่องยนต์ของ Ferrari ในการแข่งขัน แต่การที่ Toyota ลงนามในสัญญาระยะยาวในฐานะพันธมิตรด้านเทคนิค ทำให้หลายฝ่ายเริ่มตั้งข้อสังเกตถึงเป้าหมายที่มากกว่าการสนับสนุนทั่วไป โดยเฉพาะเมื่อ Toyota พยายามผลักดันแบรนด์ Gazoo Racing ให้เชื่อมโยงกับรถยนต์เชิงพาณิชย์มาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษ 2000

ภายใต้ข้อตกลงนี้ Toyota จะเข้ามามีบทบาทด้านการออกแบบ การผลิต การถ่ายทอดองค์ความรู้ รวมถึงการพัฒนานักแข่ง วิศวกร และช่างเครื่องรุ่นใหม่ ผ่านโครงการทดสอบรถ F1 รุ่นก่อนหน้า โดยมีนักแข่งญี่ปุ่นหลายราย เช่น Ryo Hirakawa, Ritomo Miyata และ Sho Tsuboi ได้รับโอกาสลงสนามจริง


เบื้องหลังความร่วมมือนี้ ยังถูกมองว่าเป็นการ “ปูทางกลับมาเต็มตัว” เพราะหาก Haas ประสบปัญหาทางการเงินหรือเลือกถอนตัว Toyota ก็สามารถเข้าซื้อทีมและเข้าสู่การแข่งขันได้ทันที คล้ายกับโมเดลที่ Mercedes-Benz และ Red Bull เคยประสบความสำเร็จมาแล้วในอดีต

และภาพดังกล่าวยิ่งชัดเจนขึ้น เมื่อในฤดูกาล 2026 Toyota ขยับบทบาทขึ้นเป็นผู้สนับสนุนหลัก พร้อมลงแข่งภายใต้ชื่อ Toyota Gazoo Racing Haas F1 Team เสมือนเป็นการประกาศคัมแบ็คสู่ F1 อย่างเป็นทางการ
Honda คืนสนามในบทบาทถนัด เครื่องยนต์คือหัวใจ



ฝั่ง Honda เองก็ไม่น้อยหน้า โดยประกาศกลับสู่เวที F1 อีกครั้ง หลังจากเคยผ่านการแข่งขันมาแล้วถึง 4 ยุค ตั้งแต่ปี 1964 ทั้งในฐานะทีมโรงงานและผู้สนับสนุนเครื่องยนต์ ก่อนถอนตัวในปี 2008 และกลับมาอีกครั้งในปี 2015 ร่วมกับ McLaren และต่อยอดความสำเร็จกับ Red Bull Racing จนคว้าแชมป์โลกหลายสมัย

ต้นปีนี้ Honda ประกาศชัดเจนว่าจะกลับมาเป็นผู้สนับสนุนเครื่องยนต์ให้กับ Aston Martin Racing Team แทนที่ Mercedes พร้อมเปิดตัวโลโก้ใหม่ และเครื่องยนต์รหัส RA626H ที่พัฒนาขึ้นตามกฎใหม่ของ F1 ปี 2026

เครื่องยนต์วี6 เทอร์โบ 1,600 ซีซี รุ่นใหม่นี้ แม้กำลังจากเครื่องยนต์หลักจะลดลง 28% แต่จะชดเชยด้วยระบบ MGU-K ที่ทรงพลังขึ้น โดยให้กำลังสูงสุดถึง 350 กิโลวัตต์ สอดรับกับทิศทางพลังงานไฟฟ้าและเทคโนโลยีไฮบริดในอนาคต



Toshihiro Mibe ประธาน Honda ระบุว่า การกลับสู่ F1 เป็นการสืบทอดจิตวิญญาณของผู้ก่อตั้ง Soichiro Honda ที่เชื่อมั่นในการท้าทายขีดจำกัดและการเป็นอันดับหนึ่งของโลก

การกลับมาของ Toyota และ Honda ในครั้งนี้ ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงการสร้างภาพลักษณ์ความสปอร์ตให้กับแบรนด์เท่านั้น แต่ยังสอดคล้องกับการเติบโตของ F1 ในฐานะสื่อระดับโลก ที่มีฐานผู้ชมวัยหนุ่มสาวและผู้หญิงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง



ขณะเดียวกัน สนามแข่งยังทำหน้าที่เป็นห้องทดลองเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อนำองค์ความรู้ไปต่อยอดสู่รถยนต์ที่จำหน่ายจริง โดยทั้งสองแบรนด์ต่างโฟกัสตลาดรถสปอร์ตมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Toyota กับตระกูล GR หรือ Honda ที่นำชื่อ Prelude กลับมาปัดฝุ่นอีกครั้ง

หากผลงานในสนามแข่งเป็นไปตามเป้า การคัมแบ็คครั้งนี้อาจไม่จบแค่ใน F1 แต่จะต่อยอดไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่เร้าใจยิ่งขึ้นบนท้องถนนในอนาคตอันใกล้



กำลังโหลดความคิดเห็น