โรงงาน BYD Zhengzhou Factory คือหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญที่อธิบายได้อย่างชัดเจนว่าทำไม BYD จึงก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตรถยนต์พลังงานใหม่รายใหญ่ที่สุดของโลก โรงงานแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขต Zhengzhou Airport Economy Zone เมืองเจิ้งโจว มณฑลเหอหนาน และเริ่มวางรากฐานการก่อสร้างในช่วงปลายปี 2021 ภายใต้วิสัยทัศน์ของ BYD ที่ต้องการสร้างศูนย์กลางการผลิตยานยนต์พลังงานใหม่แบบครบวงจรที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ก่อนจะเริ่มเดินสายการผลิตจริงในเดือน เมษายน 2023
โครงการก่อสร้างโรงงานเจิ้งโจวถือเป็นการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ขนาดใหญ่ ด้วยพื้นที่รวมจากการวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมกว่า 22.5 ตารางกิโลเมตร ภายในพื้นที่ดังกล่าวถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าโรงงานผลิตรถยนต์ แต่เป็น “เมืองอุตสาหกรรม” ที่มีทั้งโรงงานผลิต สายการประกอบ ศูนย์วิจัย สนามทดสอบ ที่พักอาศัย สนามกีฬา โรงพยาบาล และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน รองรับพนักงานกว่า 60,000 คน ในปัจจุบัน และยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
วัตถุประสงค์หลักของการก่อสร้าง BYD Zhengzhou Factory ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเพิ่มกำลังการผลิตรถยนต์ แต่เป็นการวางรากฐาน ห่วงโซ่อุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งระบบไว้ในเมืองเดียว ตามยุทธศาสตร์ Vertical Integration ของ BYD ตั้งแต่การผลิตชิ้นส่วนหลัก มอเตอร์ ระบบควบคุมไฟฟ้า ระบบขับเคลื่อน ระบบปรับอากาศ ระบบบังคับเลี้ยว ชิ้นส่วนตกแต่ง โครงสร้างตัวถัง ไปจนถึงหัวใจสำคัญอย่าง Blade Battery และแบตเตอรี่ระบบขับเคลื่อนสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าและปลั๊กอินไฮบริด
ภายในพื้นที่การผลิตหลักซึ่งครอบคลุมกว่า 10.67 ตารางกิโลเมตร BYD ได้แบ่งผังการผลิตออกเป็นหลายเฟส ตั้งแต่โรงงานประกอบรถยนต์ โรงงานผลิตชิ้นส่วนและเครื่องยนต์ ฐานการผลิตแบตเตอรี่ ไปจนถึงศูนย์พัฒนาวัสดุขั้นสูงและสนามทดสอบสมรรถนะรถยนต์พลังงานใหม่ระดับมาตรฐานโลก โดยทั้งหมดเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบเพื่อลดต้นทุน เพิ่มความเร็ว และควบคุมคุณภาพในทุกขั้นตอน
การเยี่ยมชมโรงงานของสื่อมวลชนสายยานยนต์ไทย เริ่มต้นที่โรงงาน Stamping หรือการปั๊มขึ้นรูปตัวถัง ซึ่งใช้ระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ขับเคลื่อนด้วยหุ่นยนต์ขั้นสูง กระบวนการนี้สามารถจัดการแผ่นเหล็กได้มากถึง 30–50 แผ่นต่อนาที และใช้เวลาเพียง 1 นาที ปั๊มชิ้นส่วนได้ถึง 15 ชิ้น โดยแทบไม่ต้องพึ่งพาการควบคุมจากมนุษย์โดยตรง แผ่นเหล็กขนาดใหญ่ถูกขึ้นรูปเป็นชิ้นส่วนโครงสร้างยานยนต์ด้วยความแม่นยำสูง ก่อนจัดเรียงและจัดเก็บอย่างเป็นระบบเพื่อส่งต่อไปยังขั้นตอนถัดไป
จากนั้นเข้าสู่ขั้นตอน Welding ซึ่งถือเป็นหัวใจของโครงสร้างตัวรถ BYD ใช้หุ่นยนต์กว่า 2,000 ตัว จากเยอรมนีและญี่ปุ่น ทำงานร่วมกับมนุษย์ในกระบวนการเชื่อมโครงสร้าง ไฮไลต์สำคัญคือการใช้หุ่นยนต์หลายตัวทำงานพร้อมกันในจุดเดียว ลดความคลาดเคลื่อนให้น้อยที่สุด ขณะที่งานเชื่อมในจุดซับซ้อนหรือเข้าถึงยากยังคงใช้ช่างฝีมือมนุษย์ เพื่อคงคุณภาพและความเรียบร้อยของตัวถัง
ขั้นตอนสุดท้ายของโครงสร้างตัวรถมีการใช้เทคโนโลยี เลเซอร์เชื่อมขั้นสูง ซึ่งให้ความร้อนแบบกระจายศูนย์ พร้อมระบบตรวจสอบย้อนกลับ หากพบความผิดปกติสามารถตรวจสอบกลับไปยังจุดเริ่มต้นของกระบวนการได้ทันที ลดความเสี่ยงของปัญหาในระยะยาว
เมื่อโครงสร้างตัวถังเสร็จสมบูรณ์ รถจะเข้าสู่กระบวนการพ่นสีและเคลือบผิว ซึ่งไม่เพียงเพื่อความสวยงาม แต่ยังเป็นเกราะป้องกันด้านความทนทาน ก่อนเข้าสู่สายการประกอบ General Assembly ที่สามารถผลิตรถยนต์หลายรุ่นพร้อมกันในไลน์เดียว กระบวนการประกอบแบ่งออกเป็นหลายช่วง ตั้งแต่การติดตั้งภายใน กระจก หลังคาซันรูฟ ระบบช่วงล่าง แบตเตอรี่ เครื่องยนต์ ไปจนถึงเบาะและอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ
สายพานการผลิตของ BYD Zhengzhou Factory มีการนำกระบวนการผลิตอัตโนมัติขั้นสูง 11 รูปแบบ มาผนวกรวมไว้ด้วยกัน ซึ่งมีทั้งการเชื่อมโครงสร้างอัตโนมัติ และการตรวจสอบแบบออนไลน์ ทำให้โรงงานแห่งนี้ สามารถผลิตรถยนต์ได้ถึง 50 คันต่อ 1 ชั่วโมง พร้อมการควบคุมและตรวจสอบความผิดพลาดในไลน์ผลิตอย่างแม่นยำใน 0.01 มิลลิเมตร ด้วยการใช้ระบบตรวจสอบการผลิตแบบเรียลไทม์, ระบบตรวจสอบการปฏิบัติการการผลิต, ระบบจัดกลุ่มโดยอัตโนมัติเต็มรูปแบบ และ สายพานการผลิตอัตโนมัติเต็มรูปแบบ การผลิต Blade Battery และแบตเตอรี่ระบบขับเคลื่อนของยานยนต์ปลั๊กอินไฮบริด สามารถดำเนินการผลิตได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ในทุกกระบวนการตั้งแต่วัตถุดิบ ไปจนถึงการประกอบเป็นชุดแบตเตอรี่
ภายในพื้นที่โรงงานยังมีสนามทดสอบรถยนต์พลังงานใหม่ ซึ่งถือเป็นสนามทดสอบ NEV แห่งแรกของจีน ประกอบด้วยทางลาดปีนทรายสูง 29 เมตร สระน้ำลึก สนามดริฟท์ และสระทดสอบการลื่นไถลบนพื้นน้ำ ซึ่งถูกใช้ทดสอบรถยนต์รุ่นต่าง ๆ รวมถึง SUV ไฮบริดระดับพรีเมียมอย่าง Yangwang U8
ตัวเลขการเติบโตของโรงงานเจิ้งโจวสะท้อนความสำเร็จได้อย่างชัดเจน ปี 2023 ผลิตรถยนต์ได้กว่า 545,000 คัน และมีแผนขยายกำลังการผลิตต่อปีเป็น 1.8 ล้านคัน ซึ่งมากกว่ากำลังการผลิตรวมของโรงงาน Tesla ทั้งหมดในปีก่อนหน้า แม้ในช่วงที่ตลาดโลกผันผวน BYD ยังคงเดินหน้าแซงคู่แข่งและรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าโลกได้อย่างแข็งแกร่ง
หลังการเยี่ยมชม BYD Zhengzhou Factory สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ โรงงานแห่งนี้ไม่ใช่เพียงสถานที่ผลิตรถยนต์ แต่คือภาพสะท้อนของยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมยานยนต์ยุคใหม่ ที่ผสาน ความเร็ว คุณภาพ เทคโนโลยี และการควบคุมทุกกระบวนการไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์ และเป็นคำตอบที่ชัดเจนว่าทำไมชื่อของ BYD จึงกลายเป็นผู้เล่นหลักที่โลกต้องจับตามองในยุคยานยนต์พลังงานใหม่อย่างแท้จริง


