ฮุนได มอเตอร์ ตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้นำอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลก เปิดเผยทิศทางธุรกิจปี 2569 มุ่งเน้นการสร้างระบบนิเวศยานยนต์ที่ยั่งยืนด้วยเทคโนโลยีที่หลากหลาย พร้อมประกาศเดินหน้าแผนการลงทุนครั้งสำคัญในประเทศไทย เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดรถยนต์พลังงานสะอาด
ลงทุน 1,000 ล้านบาท ปักฐานผลิตในไทย
ไฮไลท์สำคัญคือความชัดเจนในการดำเนินธุรกิจระยะยาวในประเทศไทย โดยฮุนไดเตรียมลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาท เพื่อจัดตั้งโรงงานประกอบรถยนต์และโรงงานประกอบแบตเตอรี่ คาดว่าจะเริ่มเดินสายการผลิตได้ภายใน ไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 โดยตั้งเป้ากำลังการผลิตเบื้องต้นที่ 5,000 คันต่อปี เน้นการผลิตที่ยืดหยุ่นตามความต้องการของตลาดไทย ทั้งในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) บนแพลตฟอร์ม E-GMP และรถยนต์ไฮบริด (Hybrid) สมรรถนะสูง
กลยุทธ์ “หลายเทคโนโลยี-หลายทางเลือก”
ภายใต้วิสัยทัศน์ที่มองว่าความพร้อมของแต่ละประเทศในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคไฟฟ้ามีความแตกต่างกัน ฮุนไดจึงใช้กลยุทธ์รุกตลาดด้วย 3 เทคโนโลยีหลัก:
EV (Electric Vehicle): สานต่อความสำเร็จด้วยรุ่น IONIQ 9 และ INSTER รถยนต์ไฟฟ้าที่คว้ารางวัลระดับโลก
Hybrid: พัฒนาระบบ Parallel Hybrid เจเนอเรชันใหม่ เพื่อเป็นสะพานเชื่อมสำคัญสำหรับผู้ใช้รถ SUV และรถครอบครัวที่ต้องการความคุ้มค่าและสมรรถนะ
Hydrogen: รุกคืบพลังงานแห่งอนาคตผ่านโมเดล All-New NEXO และแพลตฟอร์ม HTWO โดยมุ่งหวังยกระดับไฮโดรเจนจากพลังงานยานยนต์สู่ “พลังงานเพื่อสังคม”
แบรนด์แกร่งระดับโลก การันตีด้วยรางวัลและยอดขาย
ในปี 2568 ฮุนได มอเตอร์ ประสบความสำเร็จอย่างสูงในเวทีโลก โดยมีมูลค่าแบรนด์พุ่งสูงถึง 24.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ รั้งอันดับ 30 จากการจัดอันดับ Interbrand Best Global Brands และติดอันดับ 33 ของ “World’s Best Companies 2025” โดยนิตยสาร TIME นอกจากนี้ยังโดดเด่นเรื่องมาตรฐานความปลอดภัย โดยรถยนต์ถึง 7 รุ่นได้รับมาตรฐาน IIHS TOP SAFETY PICK+ ในสหรัฐอเมริกา
ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ด้วยดิจิทัล
สำหรับปี 2569 ฮุนไดเตรียมผลักดันเทคโนโลยีดิจิทัลและระบบความปลอดภัยขั้นสูง (ADAS) อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งระบบการอัปเดตซอฟต์แวร์ผ่านอากาศ (OTA), ระบบ AI อัจฉริยะภายในห้องโดยสาร เพื่อสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับและปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคชาวไทย


