xs
xsm
sm
md
lg

10 ดาวเด่นวงการรถยนต์ปี 2026 รถไฟฟ้า-เจนใหม่ -รุ่นในตำนาน เขย่าตลาด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



2026 เริ่มแล้ว และแน่นอนว่า ในปีนี้ตลาดรถยนต์ทั่วโลกยังมีความเคลื่อนไหว และการขยับตัวที่น่าสนใจรออยู่ โดยเฉพาะในแง่ของผลิตภัณฑ์ ซึ่งก็คือ รถยนต์ใหม่ทั้งฝั่งยุโรป ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และจีน ที่ในตอนนี้หลายแบรนด์วางแผนเตรียมทยอยเปิดตัวออกสู่ตลาด ซึ่งบางรุ่นโดยเฉพาะโมเดลที่ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าล้วน ก็มีทั้งโมเดลใหม่แกะกล่อง และการปรับสเป็กจากรุ่นที่มีขายอยู่ในปัจจุบัน ขณะที่บางรุ่นก็เป็นการเปลี่ยนโฉมตามโมเดลที่มีขายอยู่ในตลาดมาหลายเจนเนอเรชั่น

แน่นอนว่า จำนวนรถยนต์ใหม่มีมากมาย แต่คราวนี้เราจะขอเลือกแค่ 10 รุ่นที่ดูแล้วน่าจะอยู่ในความสนใจของคนไทย


-Ford Bronco EV : เปิดตัวเมื่อปลายเดือนธันวาคมปี 2025 แต่เริ่มส่งมอบในปี 2026 รุ่นนี้น่าสนใจตรงที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง Ford กับ JMC ภายใต้กรอบความร่วมมือชื่อ JMC-Ford และเป็นสเป็กที่ผลิตเพื่อขายในจีนโดยเฉพาะ (แต่หลายคนก็เอาใจช่วยว่าน่าจะมีนำเข้ามาขายในไทยด้วย)

ตัวรถมีการสั่งจองล่วงหน้ามาตั้งแต่วันที่ 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา มีราคาเริ่มต้น 229,800 หยวน และรถคันแรกออกจากสายการผลิตของโรงงานเมื่องวัน 19 ธันวาคม โดยตัวรถเป็น SUV ทรงกล่องแบบ 4 ประตูที่มีความยาว 5 เมตรนิดๆ มาพร้อมระบบช่วยเหลือผู้ขับหรือ ADAS ครบครันและมีมากถึง 31 เซ็นเซอร์ มีจำหน่ายทั้งสเป็ก BEV ที่ใช้มอเตอร์ขับเคลื่อน 445 แรงม้า และแบบ E-REV ซึ่งมีเครื่องยนต์เบนซิน 1,500 ซีซีเป็นตัวปั่นไฟส่งให้กับมอเตอร์ 2 ตัวที่มีกำลังสูงสุด 416 แรงม้า



-Nissan LEAF Gen 3 : Nissan ยังไม่ถอดใจจากรถยนต์พลังไฟฟ้ากับรุ่น LEAF แม้ว่าจะถูกรุกรานอย่างหนักโดย EV จีนที่มีราคาและสเป็กดีกว่า โดยข่าวยืนยันว่า LEAF ใหม่ที่เป็นเจนเนอเรชั่นที่ 3 จะเปิดตัวในปลายปี 2026 ด้วยรูปทรงที่เปลี่ยนจากแฮทช์แบ็ก 5 ประตูมาเป็นแบบ Cross-Over พร้อมดีไซน์ที่ดูคล้ายกับ Ariya

ตัวรถได้รับการพัฒนาบนพื้นตัวถัง CMF-EV และขับเคลื่อนในแบบมอเตอร์เดี่ยว โดยสเป็กของตัวรถคาดว่าจะสามารถขับได้มากถึง 482.7 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง


-Honda 0 SUV : ผลผลิตแรกที่จะถูกผลิตและวางขายช่วงปลายปี 2026 โดย 0 Series คือรถยนต์เจนเนอเรชั่นใหม่ที่ถูกเปิดตัวงาน CES ปี 2024 ก่อนที่จะมีการต่อยอดและขยายแนวทางการพัฒนามาจนกระทั่งขึ้นสายการผลิตจริงและแถลงข่าวอย่างเป็นทางการในงาน Japan Mobility 2025 ที่ผ่านมา

รถยนต์เซ็ตนี้จะมีด้วยกัน 2 แบบ คือ SUV และ Saloon ซึ่งทาง Honda เลือก SUV ผลิตก่อนเป็นรุ่นแรกเพื่อขายในอเมริกาเหนือ ญี่ปุ่น และยุโรป ก่อนที่จะกระจายออกสู่ประเทศอื่นๆ ทั่วโลก โดยตัวรถสะท้อนแนวคิดการพัฒนา “บาง เบา และชาญฉลาด” เช่นเดียวกับ Honda 0 Saloon โดยจะส่งมอบพื้นที่สุดล้ำ ผ่านฟังก์ชัน “ultra-personal optimization” และประสบการณ์ดิจิทัล เมื่อทำงานบนระบบปฏิบัติการยานยนต์ “ASIMO OS”

ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีการเปิดเผยสเป็กออกมา


-BMW 3 Series : รุ่นที่ 8 ซึ่งจะมีรหัส G50 พร้อมเปิดตัวในปี 2026 เพื่อทดแทนรุ่นก่อนหน้านี้ซึ่งวางขายมาตั้งแต่ปี 2018 โดยงานดีไซน์จะอ้างอิงจากรถยนต์ต้นแบบ Neue-Klass เน้นความล้ำสมัยของเส้นสายบนตัวถัง และทางเลือกของเครื่องยนต์จะมีทั้งแบบ ICE ล้วน และรุ่นไฟฟ้าที่จำหน่ายในชื่อ i3 รหัสตัวถัง 

3 Series ใหม่พัฒนาบนพื้นตัวถัง CLAR เช่นเดียวกับ 4 Series ใหม่ที่เตรียมเปิดตัวหลังจากนี้เช่นกัน ตัวรถจะมีทั้งแบบ 4 ประตูในรหัส G50 รุ่นแวกอนในรหัส G51 และรุ่นฐานล้อยาวในรหัส G58 ส่วนรุ่นไฟฟ้า หรือ i3 จะใช้โครงสร้างของระบบไฟฟ้าแบบ 800 โวลต์ และมีให้เลือกทั้งรุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง หรือแบบมอเตอร์คู่ ขับเคลื่อน 4 ล้อ


-Toyota Land Cruiser FJ : แม้ว่าจะเปิดตัวคันจริงให้เห็นแล้วในงาน Japan Mobility 2025 แต่ Toyota ก็บอกว่านั่นย้งเป็นต้นแบบ ส่วนคันจริงจะเริ่มวางจำหน่ายในช่วงปลายปี 2026 บนตัวถัง 4 ประตู SUV ที่ใช้พื้นฐานของ IMV มีความยาว 4,575 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 2,580 มิลลิเมตร

ตัวรถมาในรูปแบบ SUV 5 ซึ่งจะเล็กกว่า PPV เล็กน้อย ใช้พื้นฐานแชสซีส์แบบเดียวกับ Hilux Champ แต่เน้นลุยมากกว่า ซึ่งการผ่านการทดสอบทางลุยแบบเดียวกับรุ่นพี่ 70 Series ทั้งระยะจากพื้น (Ground Clearance) และมุมไต่–มุมลง (Approach/Departure Angle) ถูกเซตให้ใกล้เคียงกับรถ off-road ขนานแท้ มีโครงสร้างเสริมใต้พื้น (Underfloor Braces) เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของแชสซี และเน้นการขับขี่ในทางวิบากเป็นหลัก

รุ่นที่เปิดตัวใช้เครื่องยนต์ เบนซิน รหัส 2TR-FE แบบ 4 สูบ 2,694 ซีซี. กำลังสูงสุด 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 246 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ Super ECT ขับเคลื่อน 4 ล้อ Part-Time 4WD แต่เชื่อว่าในอนาคตเมื่อต้องวางขายน่าจะต้องมีเครื่องยนต์ดีเซลเป็นอีกทางเลือกแน่นอน


-Ferrari Elettrica : SUV ก็ทำมาแล้ว PHEV ก็มีแล้ว ในตอนนี้มีข่าวว่าปี 2026 Ferrari จะเปิดตัวรถยนต์พลังไฟฟ้ารุ่นแรกที่อาจจะใช้ชื่อว่า Elettrica โดยตัวรถจะอ้างอิงพื้นฐานจาก FF และ GTC4 Lusso พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 122kWh และมอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัวในแบบ All-Wheel Drive โดยเมื่อชาร์จจนเต็มจะสามารถแล่นทำระยะได้ 430 กิโลเมตร พร้อมอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงใน 2.5 วินาที

ต้องรอลุ้นดูว่าสเป็กแบบเต็ม และหน้าตาจะปรับจากภาพที่ทาง Ferrari เผยแพร่ออกมามายน้อยแค่ไหน


-Nissan NX8 EREV : SUV ขนาดครอบครัวจาก Nissan ที่เป็นโปรเจ็กต์ซึ่งพัฒนาเพื่อขายในตลาดจีนผ่านความร่วมมือของพันธมิตรอย่าง Dongfeng และใช้พื้นฐานทางสถาปัตยกรรม Tianyan ที่ใช้ระบบไฟฟ้าขนาด 800 โวลต์ พร้อมนวัตกรรมชาร์จแบบเร็ว Ultra-Fast Charging อย่าง CATL 5C ซึ่งทำให้นี่คือ SUV แบรนด์ต่างชาติแบรนด์แรกที่ใช้นวัตกรรมนี้

ตัวรถแบบ SUV ขนาดครอบครัวด้วยตัวเลขความยาว 4,870 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 2,917 มิลลิเมตร เป็นแบบ EREV มีเครื่องยนต์สันดาปภายในแบบ 1,500 ซีซีขนาด 109 กิโลวัตต์ทำหน้าที่ในการปั่นกระแสไฟฟ้า และขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 195 กิโลวัตต์ สามารถขับในรูปแบบ EV Mode ได้ไกลถึง 102-185 กิโลเมตร


-Mitsubishi Pajero : รถยนต์ SUV รุ่นยอดนิยมของ Mitsubishi อย่าง Pajero เตรียมโมเดลเชนจ์แล้ว ซึ่ง SUV รุ่นนี้เริ่มทำตลาดครั้งแรกเมื่อปี 1934 ในชื่อ PX33 ก่อนที่จะเปิดตัวรุ่นต้นแบบในปี 1973 จากนั้นอีกเกือบ 10 ปีรุ่นจำหน่ายจริงในชื่อ Pajero จึงเปิดตัวออกขาย

รุ่นใหม่จะถูกวางตำแหน่งทางการตลาดใหม่ด้วยการขยับขึ้นไปเทียบชั้นกับ Range Rover Sport พร้อมขับเคลื่อนด้วยระบบ PHEV แบบเสียบปลั๊ก โดยว่ากันว่าเป็นการปรับปรุงจากระบบของรุ่น Outlander ซึ่งใช้เครื่องยนต์เบนซิน 2,400 ซีซี ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งใน Pajero ใหม่น่าจะมีกำลังสูงสุดถึง 382 แรงม้า


-Mazda Rotary Sport Car : ข่าวยืนยันจากหลายสำนักว่า Mazda จะปัดฝุ่นนำความคลาสสิคของรถสปอร์ตรุ่นดังในอดีตที่ถูกตัดตอนไปหลังจากที่ RX-7 เลิกทำตลาดเมื่อต้นทศวรรษ 200 ให้กลับมาสู่ตลาดอีกครั้ง ชื่อรุ่นยังไม่มีการระบุ แต่ถูกเรียกว่าเป็น Rotary Sport Car ซึ่งว่ากันว่าจะมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 50,000 เหรียญสหรัฐฯ

ตัวรถจะเป็นสปอร์ต 2 ที่นั่งแบบขับเคลื่อนล้อหลัง ที่ดัดแปลงมาจาก Vision X-Coupe แบบ 4 ประตู และขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง Rotary ที่ยังไม่เปิดเผยสเป็ก ตามกำหนดการรถน่าจะเปิดตัวในปี 2026 และพร้อมจำหน่ายปี 2027 (ถ้าไม่มีอะไรมาทำให้เสียจังหวะซะก่อน)


-Tesla Roaster : ต้นกำเนิดของ Tesla มาจากรุ่น Roadster ที่พัฒนามาจากสปอร์ต Elise ของ Lotus เพื่อให้เป็นรถสปอร์ตเปิดประทุนที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ซึ่งนั่นคือเรื่องที่เกิดขึ้นในปี 2008 ซึ่งตอนนี้ด้วยวาระของการเตรียมฉลองครบรอบ 20 ปี Tesla มีแผนในการผลิต Roaster ใหม่ (รุ่นแรกเลิกผลิตในปี 2012) ออกมาในปี 2026 ก่อนวางขายในปี 2027

ตามข่าวระบุว่า ตำแหน่งทางการตลาดของ Roadster ยังเหมือนเดิม คือ เน้นความพรีเมียม โดยค่าตัวน่าจะอยู่ที่ 200,000-250,000 เหรียญสหรัฐฯ เลยทีเดียว


กำลังโหลดความคิดเห็น