เทสลาเตรียมผลิต Model Y เวอร์ชันราคาประหยัดในเซี่ยงไฮ้ หวังฟื้นยอดขายที่สูญเสียไปในสงครามราคาในตลาดอีวีจีน ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแถวหน้าของอเมริกาแห่งนี้ยังจับมือไป่ตู้ปรับปรุงระบบช่วยขับขี่ขั้นสูง หลังอัปเดตซอฟต์แวร์ล่าสุดถูกลูกค้าในจีนวิจารณ์สนั่น ส่วนหนึ่งเนื่องจากเผชิญข้อจำกัดด้านกฎหมายทั้งฝั่งปักกิ่งและวอชิงตัน นอกจากนั้นเทสลายังถูกกดดันมากขึ้นจากคู่แข่งอย่างบีวายดีและเอ็กซ์เผิงที่นำเสนออีวีราคาถูกกว่า ซ้ำไม่คิดค่าธรรมเนียมเพิ่มสำหรับซอฟต์แวร์ช่วยขับขี่
แหล่งข่าวสองคนเผยว่า เทสลากำลังพัฒนาอีวีรุ่นใหม่ในชื่อรหัส "E41" ที่ขนาดเล็กกว่าและต้นทุนต่ำกว่า Model Y เวอร์ชันปรับปรุงใหม่ที่เปิดตัวปลายปีที่ผ่านมาอย่างน้อย 20% โดยราคาขาย Model Y ในจีนเริ่มต้นที่ 36,531 ดอลลาร์ (1.2 ล้านบาท)
อีวีราคาประหยัดรุ่นใหม่ที่จะผลิตในโรงงานในเซี่ยงไฮ้นั้นจะขายในจีนเป็นหลักเพื่อปกป้องส่วนแบ่งตลาดของเทสลา แหล่งข่าวเผยว่า จะมีการผลิตในยุโรปและอเมริกาเหนือด้วย แต่ไม่ได้ระบุกรอบเวลาชัดเจน
36Kr ซึ่งเป็นสื่อท้องถิ่นของจีนเป็นสื่อรายแรกที่รายงานเกี่ยวกับแผนการของเทสลาในการผลิต Model Y เวอร์ชันราคาประหยัด ขณะที่เทสลายังไม่ได้แสดงความคิดเห็นใดๆ กับข่าวนี้
เดือนมกราคมที่ผ่านมา อีลอน มัสก์ ซีอีโอเทสลา เผยว่า เทสลาจะเปิดตัวอีวีราคาประหยัดภายในไตรมาสแรกปีนี้ แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับราคา ขนาด หรือสเปก
แม้ Model Y เป็นรถที่ขายดีที่สุดในจีนประจำปี 2023 และ 2024 แต่เทสลากำลังเจอศึกหนักกับผู้เล่นเจ้าถิ่นที่เปิดตัวอีวีมาแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดอย่างน้อย 6 รุ่นในปีที่ผ่านมา โดยนักวิเคราะห์ชี้ว่า คู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดคือ ครอสโอเวอร์ YU7 ของเสียวหมี่ที่เพิ่งเปิดตัวในปีนี้
นอกจากนั้น ซีดาน SU7 ของเสียวหมี่ ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนอันดับ 3 ของโลกที่เพิ่งเริ่มแตกไลน์มาขายรถเมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว ยังทำยอดขายประจำเดือนแซงหน้า Model 3 ของเทสลามาตั้งแต่เดือนธันวาคม
ปีที่ผ่านมา ส่วนแบ่งของเทสลาในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่จีนลดเหลือ 10.4% จาก 11.7% ในปี 2023
ระยะหลังมานี้เทสลาไม่ได้เปิดตัวรถรุ่นใหม่เลยนอกจากไซเบอร์แค็บหรือโรโบแท็กซี่ที่มีกำหนดออกวางตลาดในปีหน้า แต่ใช้วิธีปล่อยรถรุ่นเดิมเวอร์ชันปรับโฉมออกมาปกป้องยอดขายแทน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจีน
ปลายปีนี้เทสลามีแผนเปิดตัว Model Y 6 ที่นั่งในจีน ซึ่งเป็นตลาดที่มีความสำคัญมากขึ้นขณะที่ยอดขายในยุโรปและอเมริกาดิ่งลง
ปลายสัปดาห์ที่แล้วรอยเตอร์ยังรายงานว่า เทสลากำลังร่วมมือกับไป่ตู้ บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีน ปรับปรุงประสิทธิภาพระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS) ในจีน หลังอัปเดตซอฟต์แวร์ล่าสุดถูกลูกค้าวิจารณ์สนั่น
แหล่งข่าวเผยว่า เมื่อไม่กี่สัปดาห์นี้ไป่ตู้ส่งกลุ่มวิศวกรจากทีมจัดทำแผนที่ไปยังสำนักงานของเทสลาในปักกิ่งเพื่อผสานข้อมูลแผนที่นำทางของไป่ตู้ เช่น เส้นจราจรและสัญญาณไฟจราจร เข้ากับซอฟต์แวร์ระบบขับขี่อัตโนมัติ Full Self-Driving (FSD) เวอร์ชัน 13 ของเทสลา
แหล่งข่าวไม่ได้ระบุว่า ไป่ตู้ส่งวิศวกรไปกี่คนและตอนนี้ยังทำงานอยู่ในออฟฟิศเทสลาหรือไม่ รวมทั้งมูลค่าทางการเงินสำหรับความร่วมมือนี้ แต่บอกว่า เป้าหมายคือช่วยให้ FSD V13 รับรู้เส้นทางในจีนแม่นยำขึ้นและอัปเดตข้อมูลแผนที่
ทั้งนี้ ไป่ตู้จัดหาแผนที่นำทางให้เทสลาตั้งแต่ปี 2020 และเป็นหนึ่งในผู้จัดหาแผนที่รายใหญ่ของจีน
การกระชับความสัมพันธ์กับไป่ตู้เกิดขึ้นขณะที่เทสลากำลังเผชิญข้อจำกัดด้านระเบียบข้อบังคับของปักกิ่งและวอชิงตัน ทำให้บริษัทไม่สามารถนำระบบออโตไพล็อตและ FSD มาใช้ในจีนได้อย่างสมบูรณ์
อนึ่ง สำหรับในอเมริกานั้น ระบบ FSD ไม่ต้องมีแผนที่นำทางที่ถูกต้องหรือล่าสุด เนื่องจากการฝึก AI (ระบบปัญญาประดิษฐ์) ช่วยให้เทคโนโลยีนี้ควบคุมรถได้ดียิ่งขึ้น
แต่ในจีน เทสลาไม่สามารถฝึกระบบด้วยข้อมูลจากอีวี 2 ล้านคัน เนื่องจากกฎหมายข้อมูลของจีน และบริษัทยังถูกกดดันมากขึ้นจากคู่แข่งอย่างบีวายดีและเอ็กซ์เผิงที่นำเสนออีวีราคาถูกกว่า ซ้ำไม่คิดค่าธรรมเนียมเพิ่มสำหรับซอฟต์แวร์ช่วยการขับขี่ ขณะที่เทสลาคิดค่าบริการระบบช่วยขับขี่ 8,834.04 ดอลลาร์ (297,000 บาท) เพิ่มเติมจากราคารถ 32,500 ดอลลาร์ (1.1 ล้านบาท)
ในทางกลับกัน การเป็นพันธมิตรกับเทสลาอาจช่วยส่งเสริมไป่ตู้ที่เป็นรองคู่แข่งในหลายด้าน ซึ่งรวมถึง AI ที่มีผู้เล่นดาวรุ่งอย่างดีปซีค และยักษ์ใหญ่ไบต์แดนซ์
การเป็นพันธมิตรนี้เกิดขึ้นหลังจากเทสลาจัดส่งอัปเดตซอฟต์แวร์ที่เป็นที่ตั้งตารอมานานให้เจ้าของรถในจีนเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งมีการเพิ่มฟีเจอร์การนำทางในเมือง แต่ลูกค้าบ่นว่า ห่างไกลจากที่มัสก์สัญญาไว้ว่า จะนำเสนอระบบ FSD ที่สมบูรณ์ในจีน
FSD เป็นชุดเทคโนโลยีช่วยขับขี่ที่พัฒนาด้วย Generative AI เพื่อรับมือกับสภาพการจราจรที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น
ทว่า FSD V13 ไม่ได้รับการฝึกเพียงพอเพื่อปรับระบบให้สอดคล้องกับถนนในจีน ส่งผลให้ผู้ขับขี่ละเมิดกฎจราจรบ่อยครั้ง เช่น เปลี่ยนเลนผิด และขับฝ่าไฟแดงถ้าไม่ทันสังเกตและควบคุมรถเอง
ปัญหาที่เทสลาเผชิญคือไม่สามารถถ่ายโอนข้อมูลที่รวบรวมจากถนนสายต่างๆ ในจีนไปยังอเมริกาเพื่อฝึกระบบขับขี่ได้ เนื่องจากกฎหมายข้อมูลกำหนดให้บริษัทต้องจัดเก็บข้อมูลในจีนเท่านั้น และต้องขออนุญาตหากต้องการถ่ายโอนออกนอกประเทศ
ขณะเดียวกัน คำสั่งแบนชิปของอเมริกาทำให้เทสลาไม่สามารถสร้างศูนย์การคำนวณขนาดใหญ่และฝึกซอฟต์แวร์ AI ในจีนได้
เลตโพสต์ สื่อท้องถิ่นของจีน รายงานเมื่อวันที่ 25 ก.พ.ว่า เทสลาส่งวิศวกรจากสำนักงานใหญ่ในอเมริกาไปจีนเมื่อต้นเดือนที่แล้วเพื่อปรับใช้ FSD และปรับปรุงประสิทธิภาพอัลกอริทึมในจีน ซึ่งในทางทฤษฎีนั้นการดำเนินการดังกล่าวอาจช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบ FSD ในจีนเท่าที่สามารถทำได้โดยไม่ต้องโอนข้อมูลออกนอกประเทศ
วันเดียวกันนั้น มัสก์ตอบโพสต์เกี่ยวกับประสิทธิภาพของ FSD ในจีนบนแพลตฟอร์ม X ว่า เทสลาใช้วิดีโอถนนและป้ายจราจรที่เปิดเผยต่อสาธารณชนบนอินเทอร์เน็ตเพื่อฝึก FSD