xs
xsm
sm
md
lg

MG3 Hybrid เก๋งเล็กขุมพลังไฮบริด 194 แรงม้า เตรียมเปิดตัวครึ่งหลังปี 2567

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



MG3 Hybrid เก๋งแฮทช์แบ็ก 5 ประตูพิกัด B-segment พร้อมขุมพลังไฮบริด 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 194 แรงม้า เตรียมเปิดตัวช่วงครึ่งหลังของปี 2567 นี้


บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศเตรียมเปิดตัวเก๋งแฮทช์แบ็ก "MG3 Hybrid" อย่างเป็นทางการในช่วงครึ่งหลังของปี 2567 นี้ หวังดันเป้ายอดขายรวมทั้งปีแตะ 22,000 คัน จากปีก่อนหน้าที่มีตัวเลขทั้งสิ้น 13,983 คัน พร้อมตั้งเป้าขยับส่วนแบ่งทางการตลาดจาก 3% เป็น 5% ด้วยการผลักดันไลน์อัปทั้งไฮบริดและไฟฟ้าของเอ็มจี

MG3 Hybrid (หรือ MG3 Hybrid+ ในตลาดยุโรป) ยังคงพัฒนาให้เป็นรถแฮทช์แบ็ก 5 ประตู พิกัด B-segment ชูไฮไลต์ด้วยการติดตั้งเทคโนโลยี Hybrid+ เป็นมาตรฐานทุกรุ่นย่อย ทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร Atkinson-cycle กำลังสูงสุด 102 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 128 นิวตัน-เมตร และมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 136 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตัน-เมตร ให้กำลังสูงสุดรวมทั้งระบบ 194 แรงม้า (143 กิโลวัตต์)

เครื่องยนต์บล็อกดังกล่าวถูกส่งกำลังไปยังล้อคู่หน้าด้วยเกียร์อัตโนมัติ 3 จังหวะ สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 8.0 วินาที ให้อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยเพียง 4.4 ลิตร ต่อ 100 กม. หรือ 22.7 กม./ลิตร และยังสามารถขับขี่ในโหมดไฟฟ้าล้วน (EV) ได้นานเท่าที่ปริมาณแบตเตอรี่เอื้ออำนวย


MG3 ถูกออกแบบโดยสตูดิโอออกแบบของเอ็มจีที่เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ตัวถังมีขนาดความยาวและกว้างขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้า โดยมีความยาวตลอดคันอยู่ที่ 4,113 มม. ความกว้าง 1,797 มม. ความสูง 1,502 มม. และความยาวฐานล้อ 2,570 มม. รองรับผู้โดยสารได้ 5 ที่นั่ง อีกทั้งเอ็มจียังระบุด้วยว่าห้องเก็บสัมภาระท้ายของ MG3 ใหม่ มีขนาดใหญ่ที่สุดเมื่อเทียบกับรถกลุ่ม B-segment เครื่องยนต์ไฮบริดด้วยกัน

ภายในห้องโดยสารของเวอร์ชันยุโรปถูกติดตั้งหน้าจอ Twin-screen cockpit ทำงานร่วมกันระหว่างหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ขนาด 7 นิ้ว และจออินโฟเทนเมนท์กลางขนาด 10.25 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay / Android Auto พร้อมระบบนำทางในตัวเป็นมาตรฐาน โดยรุ่นบนจะถูกติดตั้งระบบเชื่อมต่อ iSMART เพิ่มเติมมาให้


ขณะที่อุปกรณ์มาตรฐานอื่นๆ ประกอบด้วย ระบบเสียง 6 ลำโพง, ระบบเชื่อมต่อ Bluetooth, ช่อง USB รวม 4 ตำแหน่ง, เซ็นเซอร์กะระยะท้ายและกล้องมองหลัง ขณะที่รุ่นบนถูกเพิ่มเติมด้วยห้องโดยสารบุวัสดุหนัง, กุญแจ Keyless entry, เบาะนั่งและพวงมาลัยพร้อมระบบอุ่น และกล้องมองภาพ 360 องศา

ในเวอร์ชันยุโรปยังมีการติดตั้งระบบช่วยเหลือการขับขี่ (ADAS) ที่เรียกว่า MG Pilot ซึ่งประกอบไปด้วย ระบบช่วยประคองรถให้อยู่ในเลนพร้อมเตือนรถออกนอกเลน Lane Keep Assist with Lane Departure Warning System, ระบบควบคุมความเร็วแปรผันอัตโนมัติ Adaptive Cruise Control, ระบบเตือนการชนด้านหน้า Forward Collision Warning และระบบช่วยขับขี่ขณะรถติดขัด Traffic Jam Assist




















กำลังโหลดความคิดเห็น