xs
xsm
sm
md
lg

Tesla กุมขมับรัฐบาลเกาหลีลดเงินหนุน ปัญหาสถานีชาร์จ ผลิตจากจีน ฉุดยอดขาย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ข่าวเรื่อง Tesla รถยนต์ไฟฟ้าขายได้เพียงแค่คันเดียวเท่านั้นในเดือนมกราคมที่ประเทศเกาหลีใต้ กลายเป็นประเด็นที่โด่งดังอย่างมากในโลกออนไลน์ และเกิดเครื่องหมายคำถามตามมาว่า เพราะอะไร ? ทั้งที่รถยนต์พลังไฟฟ้าของ Tesla มักจะได้รับการตอบรับที่ดีอย่างมากในทุกตลาดที่พวกเขาบุกเข้าไปทำ

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ไม่ใช่ของใหม่สำหรับบริษัทของ Elon Musk เพราะก่อนหน้านี้ในเดือนกรกฎาคม 2022 ถือว่าหนักกว่านี้อีก เพราะว่ายอดขายคือ 0 (ศูนย์) โดยรถยนต์คันเดียวที่ขายได้ในเดือนมกราคมที่ผ่านมาคือ Model Y ซึ่งผลิตจากโรงงานในเซียงไฮ้ ประเทศจีน และส่งมาขายที่นี่ ซึ่งเดิมที่คือ รถยนต์พลังไฟฟ้ายอดนิยมของชาวเกาหลีใต้ เพราะแค่ปี 2023 เพียงปีเดียวมียอดขายถึง 13,885 คัน

Elon Musk
ไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่มาจากปัจจัยอื่น


คงต้องบอกอย่างนี้วา หายนะในด้านยอดขายไม่ได้เกิดขึ้นกับ Tesla เท่านั้น แต่เกิดขึ้นกับทุกแบรนด์ เนื่องจากจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดที่จดทะเบียนในเกาหลีลดลง 80 % ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยเดือนแรก ของปี 2024 ยอดขายรถยนต์ของผู้ผลิตรถยนต์เกาหลีใต้รายใหญ่ 5 ราย คือ Kia, Hyundai, MG Korea, KG Mobility และ Renault Korea มียอดขายรวมกันก็ลดลง 2% หากเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้าเหลือ 102,987 คัน แต่นั่นไม่หนักเท่ากับ Tesla

สาเหตุหลักก็มาจากความกังวลด้านความปลอดภัย ราคาที่สูง อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น การขาดโครงสร้างพื้นฐานในการชาร์จ และ ความคาดหวังของประชาชนในการได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลในการซื้อ EV ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของ Lee Hang-Koo หัวหน้าสถาบันบูรณาการเทคโนโลยียานยนต์ชอนบุก ที่ได้ระบุว่ายอดขายรถยนต์พลังไฟฟ้าของเกาหลีใต้ได้รับผลกระทบจากความต้องการที่ผันผวนตามฤดูกาลด้วย เพราะหลายคนหลีกเลี่ยงการซื้อรถยนต์ในเดือนมกราคม เนื่องจากต้องการรอประกาศมาตรการอุดหนุนจากรัฐบาล

ส่วนในกรณีของ Tesla นั้น Lee ยืนยันว่าเป็นเรื่องของดีมานด์ที่ถูกเติมเต็มไปแล้ว ‘คนเกาหลีส่วนใหญ่ที่ต้องการซื้อรถยนต์ของ Tesla ก็ซื้อไปแล้วก่อนหน้านี้ ดังนั้น ความต้องการของพวกเขาได้รับการตอบสนองไปแล้วแต่ช่วงนี้บางคนไม่ชอบ Tesla หลังจากพบว่าบางรุ่นผลิตในจีน และคนเกาหลีใต้ส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยเชื่อมั่นสินค้าที่มาจากจีนเท่าไร’


ความปลอดภัยก็เป็นส่วนหนึ่ง

เมื่อมองในแง่ภาพรวมของตลาดรถยนต์พลังไฟฟ้าของเกาหลีใต้ พบว่ามียอดขายลดลง 0.1% ในช่วงปีที่แล้ว โดยมีตัวเลขอยู่ที่ 157,823 คัน และส่งผลต่อเนื่องมายังเดือนมกราคม โดยปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คนชะลอการซื้อรถยนต์ไฟฟ้าคือ ความกังวลในด้านความปลอดภัย

ในปี 2022 เคยมีเคสรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเสียบปลั๊กชาร์จอยู่ในพื้นที่สาธารณะที่เมืองปูซานเกิดไฟไหม้ และไฟได้ลุกลามไปยังรถยนต์คันอื่นๆ ที่จอดอยู่ด้านข้างอย่างรวดเร็ว และอีกเคสและมีคนเสียชีวิตคือ ในปี 2020 เมื่อรถยนต์พลังไฟฟ้าเกิดไฟไหม้หลังจากชนเข้ากับกำแพง และในครั้งนั้นคนขับเสียชีวิต

นอกจากนั้น ข้อกังวลอีกประการหนึ่งสำหรับลูกค้าชาวเกาหลีใต้คือการไม่มีโครงสร้างพื้นฐานในการชาร์จ จากข้อมูลของสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ สถานีชาร์จประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ในเกาหลีใต้เป็นเครื่องชาร์จปกติ ไม่มีระบบ Quick Charge ซึ่งตรงนี้ทำให้คนที่ต้องการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าอย่างสะดวกต้องเจอทั้งปัญหาแท่นชาร์จไม่เพียงพอต่อประชากรรถไฟฟ้า และเรื่องการรอคอยที่นานกว่าที่ควรจะเป็น



อีกปัญหาที่กำลังจะตามมา

อย่างที่เกริ่นข้างต้นว่า หลายคนหลีกเลี่ยงการซื้อรถยนต์ในเดือนมกราคม เนื่องจากต้องการรอประกาศมาตรการอุดหนุนจากรัฐบาล ตรงนี้คือเรื่องจริงและรัฐบาลเพิ่งประกาศมาตรการการสนับสนุนราคารถยนต์ไฟฟ้าครั้งใหม่ออกมาเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งตรงนี้น่าจะทำให้ Tesla เกิดปัญหาอีกระลอกอย่างแน่นอน

นั่นเป็นเพราะว่า รถยนต์รุ่นนี้มีราคาจำหน่ายในเกาหลีใต้อยู่ที่ 56,990,000 วอน หรือ 43,000 เหรียญสหรัฐฯ เพราะมีการสนับสนุนในด้านราคาจากรัฐบาล ซึ่งนั่นคือ การตั้งราคาที่สอดคล้องกับข้อบังคับของรัฐบาลที่ประกาศออกมาก่อนหน้านั้นในการขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาลสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่จะต้องมีราคาไม่เกิน 57 ล้านวอน Tesla เลยตั้งราคาที่เบียดกับข้อกำหนดในครั้งนั้น

แต่ในการประกาศครั้งใหม่ รัฐบาลเกาหลีใต้ได้ปรับเกณฑ์โดยลดราคารถยนต์ไฟฟ้าที่จะได้รับเงินสนับสนุนเต็มจำนวนลงเหลือ 55 ล้านวอน ส่งผลให้รถยนต์ Tesla Model Y จะได้รับเงินสนับสนุนน้อยลงครึ่งหนึ่ง และราคาซื้อจริงของผู้บริโภคจะเพิ่มขึ้น หาก Tesla ไม่ลดราคาลงให้ต่ำกว่า 55 ล้านวอน

ถือเป็นอีกวิกฤตที่รออยู่สำหรับ Tesla ซึ่งดูเหมือนว่าการลุยตลาดในเกาหลีใต้เริ่มจะไม่ใช่เรื่องง่ายแล้ว



กำลังโหลดความคิดเห็น