xs
xsm
sm
md
lg

เปิดใจ “สเตฟาน วิงเคิลมันน์” สิ้นสุด ICE ต่อไปนี้จะเป็นยุค xEV

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สัมภาษณ์พิเศษ สเตฟาน วิงเคิลมันน์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ออโตโมบิลิ ลัมโบร์กินี (Automobili Lamborghini) ที่ทางทีมงาน เอ็มจีอาร์ มอเตอริ่ง ได้รับโอกาสในระหว่างการทดสอบรถยนต์ลัมโบร์กินี่ อูรุส เพอร์ฟอร์มมานเต้ที่ประเทศอิตาลี ครั้งนี้ มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับอนาคตของแบรนด์ซูเปอร์คาร์ระดับตำนานและแผนการทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคตอีกด้วย



- เมื่อเอ่ยถึงลัมโบร์กินี ในความคิดของคุณ ลัมโบร์กินีคืออะไร?

ถ้าเราจะกล่าวถึงในแง่ของรถยนต์ ลัมโบร์กินี เป็นแบรนด์ที่เด่นด้วยดีไซน์และสมรรถนะ แต่ถ้ากล่าวถึงตัวแบรนด์ จะนึกถึงความหาญกล้าและเหนือความคาดหมาย ยานยนต์แห่งอนาคต เป็นแบรนด์ที่ทำให้ความฝันมีชีวิตขึ้นมา ดังนั้นเราจึงมีอัตลักษณ์ที่โดดเด่นเฉพาะตัว และในช่วงเปลี่ยนผ่านจากเครื่องยนต์สันดาปภายในไปเป็นการใช้พลังงานไฟฟ้าที่ยั่งยืน เราต้องปรับทุกสิ่ง แต่บริษัทจะยังคงผลิตรถที่ใช้เครื่องยนต์ลูกผสมอีกระยะหนึ่ง


- ยอดขายเป็นอย่างไบ้าง?


จากสถิติ ยอดขายของเราเพิ่มขึ้นทุกเดือน เมื่อเทียบกับจำนวนรถที่บริษัทสามารถผลิตได้ ถ้าวันนี้คุณจะซื้อลัมโบร์กินีสักคัน ต้องรออย่างน้อย 18เดือนเป็นอย่างต่ำ

เนื่องด้วยความต้องการรถที่สูงมาก และมูลค่าที่เพิ่มมากขึ้น ความทันสมัย สมรรถนะดีเยี่ยม ดีไซน์สวย และแบรนด์ที่เเข็งแกร่งในแง่ของการรับรู้และภาพลักษณ์ ที่กล่าวมาคือเหตุผลหลัก แน่นอนว่าตลาดจะกลับมาหลังโควิด ลูกค้าซื้อเพื่อให้รางวัลชีวิตตัวเอง ซึ่งเราจะได้ประโยชน์ไปด้วย


-ลัมโบร์กินี เป็นอันดับ1 ในตลาดรถซุปเปอร์คาร์?


ผมตอบไม่ได้หรอก เป็นสิ่งที่ลูกค้าอย่างคุณต้องเป็นผู้ตัดสิน แต่ผมบอกได้ว่าเรากำลังไปได้สวย ในบรรดาลูกค้าของเราอายุเฉลี่ยลดลงเรื่อยๆ และนี่เป็นสัญญาณที่ดี เราหวังจะดูแลลูกค้ากลุ่มนี้ต่อไปอีก 10ปี ถ้าเป็นไปได้


-แผนรถยนต์ไฟฟ้า EV?

สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าจะเริ่มในปี ค.ศ. 2023-2024 เราจะใช้ไฮบริด เริ่มที่ Aventador ใหม่ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์V12 ปลั๊ก-อิน ไฮบริดออกสู่ตลาด เป็นรุ่นแรก ซึ่งนั่นจะเกิดขึ้นในปี 2023 นี้ ขณะที่ กลางปี 2024 ซึ่งเป็นปีฉลองครบรอบ 60 ปี เราจะปล่อยอีกหนึ่งรุ่นออกมา ส่วน Huracan ปลั๊ก-อิน ไฮบริด โฉมใหม่ก็จะมาในปลายปี 2024 และวางแผนจะปล่อยรุ่นที่4 ในรูปแบบไฟฟ้า 100% ออกมาคันแรกได้ในปี 2030


-รถใช้เครื่องยนต์ยุติไปเมื่อปี2022?


ใช่ครับ เฉพาะเครื่องยนต์สันดาปอย่างเดียวเท่านั้น ที่เราจะไม่ผลิตรถรุ่นใหม่เพิ่มตั้งแต่ปี2023เป็นต้นไป แต่เรายังคงมีเครื่องยนต์สันดาปภายในทำตลาดอยู่ โดยจะเสริมปลั๊ก-อิน ไฮบริด เข้ามา


- แล้วทางลัมโบร์กินีตั้งเป้าหมายต่อไปไว้อย่างไรบ้าง


เรายังคงการผลิตแบบลิมิเต็ด ยังคงขายน้อยแม้ความต้องการของตลาดจะสูง ในทางกลับกันเห็นได้ชัดว่าธุรกิจเราใช้เทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ดังนั้นเราต้องสร้างสมดุลการลงทุนในเทคโนโลยีซึ่งก้าวไปไวมาก และจุดยืนเราคือก้าวนำหน้าคู่ต่อสู้เสมอ บวกกับต้องการผลิตรถซุเปอร์สปอร์ตออกมาต่อเนื่อง


- ตลาดในเมืองไทยเป็นอย่างไรครับ?

เมืองไทยเป็นตลาดที่สำคัญมาก เราขายได้70-80คัน/ปี เรามีพาร์ทเนอร์ที่แข็งแกร่ง เราวางแผนจะกลับไปในเร็วๆนี้


ถึงบรรทัดนี้ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ระดับซูเปอร์คาร์ก็ยังคงเดินหน้าพัฒนารถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นหลักตามแผนการที่ประกาศเอาไว้ด้านบน ฉะนั้น แม้ว่ารถที่ใช้เครื่องยนต์จะยังไม่หายไปจากตลาดในทันทีทันใด แต่จะทิศทางจะเห็นได้ชัดเจนว่า เรากำลังเข้าสู่ยุคสิ้นสุดรถยนต์สันดาปภายในแล้ว


กำลังโหลดความคิดเห็น