xs
xsm
sm
md
lg

BYD รถไฟฟ้าจีนลุยญี่ปุ่นปีหน้า ส่ง ATTO3 ตั้งราคาต่ำ 4.4 ล้านเยน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ถือเป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดาเลย เมื่อ BYD เปิดแนวรุกอย่างเต็มตัวและประกาศยกพลขึ้นฝั่งญี่ปุ่น ประเทศซึ่งขึ้นชื่อว่ามีความยึดมั่นต่อสินค้าชาติตัวเองและค่อนข้างเน้นอย่างมากในเรื่องของคุณภาพและความประณีต โดยหลังจากที่ได้เปิดตัวในลักษณะ Soft Launching ไปแล้วเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ทาง BYD ยืนยันแล้วว่า แผนการบุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในญี่ปุ่นของพวกเขาจะเริ่มขึ้นในปี 2023 อย่างแน่นอน และฝ่ายที่ร้อนๆ หนาวๆ ในเรื่องของการถูกแชร์ยอดขายคงหนีไม่พ้น Nissan และ Tesla อย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม BYD กับตลาดญี่ปุ่นไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะจริงๆ แล้ว BYD Japan Co.,Ltd. ได้รับการก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2005 ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาเดียวที่ BYD กำลังเริ่มขยับตัวเองออกสู่ตลาดรถยนต์นั่งอย่างเต็มตัว หลังจากที่ผลิตรถยนต์เพื่อการพาณิชย์มาโดยตลอด และมีการตั้งบริษัทใหม่คือ BYD Auto Japan ขึ้นมาดูในส่วนรถยนต์นั่งโดยเฉพาะ

BYD ซึ่งเป็นบริษัทรถยนต์จีนที่ย่อมาจาก Build Your Dream ก่อตั้งโดย Wang Chuanfu ตั้งแต่ปี 1995 หรือราว 26 ปีก่อน และช่วงที่ผ่านมาพยายามผลักดันตัวเองขึ้นสู่การเป็นผู้ผลิตรถยนต์พลังไฟฟ้าออกสู่ตลาด จนปัจจุบันได้รับการยอมรับว่าเป็นบริษัทผลิตรถยนต์ที่มีมูลค่าตลาดอยู่ในอันดับที่ 3 ของโลกด้วยตัวเลขการประเมินเมื่อปี 2021 อยู่ที่ 3.2 ล้านล้านบาท เป็นรองแค่ Tesla (อันดับที่ 1 มูลค่า 24.3 ล้านล้านบาท) และ Toyota (อันดับที่ 1 มูลค่า 7.2 ล้านล้านบาท)

นอกจากนั้น กลางปี 2022 ที่ผ่านมาช่วงเวลาใกล้เคียงกับที่นำรถยนต์ไฟฟ้าไปเปิดตัวที่ญี่ปุ่นก็มีข่าวที่น่าสนใจคือ การที่ BYD บริษัทรถยนต์ของจีนซึ่งมี Warren Buffet มหาเศรษฐีของโลกเข้าไปถือหุ้นด้วยนั้น สามารถทำตัวเลขยอดขายแซงหน้า Tesla และขยับขึ้นเป็นผู้ผลิตรถยนต์พลังไฟฟ้าเบอร์ 1 ของโลกที่มียอดขายสูงสุด


เปิดตลาดญี่ปุ่นอย่างเต็มรูปแบบ

คนญี่ปุ่นรู้จักกับ BYD มากว่า 10 ปีแล้ว เพราะ BYD Japan Co.,Ltd. ถูกก่อตั้งในญี่ปุ่นเมื่อ 17 ปีที่แล้ว เพียงแต่ตอนนั้นการทำตลาดรถจะเน้นไปที่รถยนต์โดยสาร และรถยนต์เพื่อการพาณิชย์เป็นหลัก เรียกว่ากว่า 70% ของรถยนต์โดยสารที่ใช้งานในประเทศนี้เป็นของ BYD ซึ่งนั่นเป็นเพราะผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นไม่ค่อยให้ความสนใจกับเทคโนโลยี BEV เท่าไรและมุ่งเน้นไปที่เรื่องของไฮบริดและขุมพลังรูปแบบอื่น มีเพียง Nissan รายเดียวเท่านั้นที่มี BEV วางจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ นั่นคือ LEAF ที่เปิดตัวในปี 2009

การเปิดตัวช่วงเดือนกรกฎาคมนั้น ทาง BYD Japan นำรถยนต์นั่งมาจัดแสดงและให้ข้อมูลอย่างละเอียด พร้อมยืนยันอย่างชัดเจนถึงการเริ่มทำตลาดกลุ่มนี้ โดยรถยนต์พลังไฟฟ้าทั้ง 3 รุ่นที่นำเข้ามาเปิดตัวคือ ATTO3, Dolphin และ Seal ก่อนที่จะมีการยืนยันว่า ทั้ง 3 รุ่นจะเริ่มทยอยทำตลาดในญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นไป โดยที่ ATTO3 จะเป็นรุ่นแรกที่เริ่มทำตลาด ซึ่งมีกำหนดการในปลายเดือนมกราคมปีหน้า ตามด้วย Dolphin ช่วงกลางปี และปิดท้ายด้วย Seal ในช่วงปลายปี
ในแง่ของศูนย์บริการและดีลเลอร์นั้น BYD วางแผนในระยะสั้น ซึ่งช่วง 2 ปีข้างหน้าคือ 2024-2025 จะมีการขยายตัวแทนจำหน่ายในญี่ปุ่นให้อยู่ระดับ 100 แห่งจากเดิมที่มีอยู่ 22 แห่งตอนนี้ โดยทุ่มเน้นไปที่ตลาดแถวออกไกโด และโอกินาว่า

อย่างไรก็ตามตอนนี้ยังไม่มีแผนการเรื่องของการตั้งโรงงานผลิตแต่อย่างใด และเชื่อว่าด้วยเรื่องของกลยุทธ์ในการใช้ราคาเป็นตัวดึงความสนใจของลูกค้า คาดว่า BYD น่าจะเลือกการนำเข้าจากจีนมากกว่าจะตั้งโรงงานผลิตในญี่ปุ่นซึ่งมีต้นทุนค่อนข้างสูงในเรื่องของค่าแรง สอดคล้องกับรายงานของสมาคมผู้นำเข้ารถยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น สัดส่วนของรถยนต์นำเข้าของญี่ปุ่นได้เพิ่มขึ้นจาก 5.9% ของยอดขาย EV ใหม่ทั้งหมดของประเทศในปี 2557 เป็น 40.6% ในปี 2564



กลยุทธ์ด้านราคายังมีความสำคัญ

สำหรับ ATTO3 ที่จะเปิดตัวในญี่ปุ่นปลายเดือนมกราคมปีหน้านั้น จะมีสเป็กที่ไม่แตกต่างจากที่วางจำหน่ายอยู่ในตลาดทั่วไป มีพิสัยในการขับเคลื่อนอยู่ระด้บไม่เกิน 500 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (ประมาณ 485 กิโลเมตร) พร้อมประกาศราคาออกมาแล้วจะอยู่ที่ 4.4 ล้านเยน ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่เชิญชวนความสนใจอย่างมาก เพราะถูกกว่ารถยนต์ไฟฟ้าที่มีขายอยู่ตอนนี้อย่าง Nissan Ariya และ Tesla Model 3 ซึ่งถูกมองว่าเป็นรถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มที่มีราคาใกล้เคียงกันคือ มีราคาป้ายต่ำกว่า 5 ล้านเยน เช่นเดียวกับ LEAF ที่แม้ว่าจะมีราคาถูกกว่า (3.7 ล้านเยน) แต่ทว่าก็มีสมรรถนะน้อยกว่าอย่างชัดเจน เพราะแล่นได้เพียง 322 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง

นอกจากนั้น ยังถือเป็นการตัดหน้า Toyota ในการทำตลาดบ้านตัวเอง เพราะกว่าที่รถยนต์พลังไฟฟ้ารุ่นแรกของค่ายอย่าง BZ4X จะเริ่มส่งมอบได้ก็ต้องรอจนถึงเดือนพฤษภาคม 2023 โน่นเลย ในขณะที่รถยนต์ของ BYD นั่นหลังจากที่เริ่มขายในปลายเดือนมกราคมก็จะสามารถส่งมอบได้ในอีก 1 เดือนถัดมา ขณะที่กลยุทธ์การทำตลาดของ BZ4X ในญี่ปุ่นก็ยังเป็นแบบเช่าใช้

ที่น่าสนใจคือ ราคารถยนต์พลังไฟฟ้าของ BYD อาจจะลดลงอีก หากรัฐบาลญี่ปุ่นมีการพิจารณาร่างกฎหมายใหม่อีกครั้งเกี่ยวกับการกระตุ้นให้คนในประเทศหันกลับมาใช้รถยนต์พลังไฟฟ้าในกลางเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า ซึ่งทาง Atsuki Tofukuji ประธานของ BYD Auto Japan กล่าวว่า มีความเป็นไปได้สูงที่จะมีการพิจารณาในเรื่องนี้และรถยนต์ของ BYD จะได้รับการอุดหนุนในเรื่องของราคา ซึ่งถ้าเป็นจริงจะยิ่งทำให้รถยนต์ของ BYD สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้นด้วยราคาที่จับต้องได้


แม้ว่าตลาดญี่ปุ่นยังประสบปัญหาในเรื่องของความเปลี่ยนแปลงในด้านวิธีคิดของประชากรที่หันไปเน้นการเช่าใช้รถยนต์แบบ Car-Sharing มากกว่า เช่นเดียวกับคนรุ่นใหม่ที่มีมุมมองว่ารถยนต์ไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นอีกต่อไป จนทำให้ยอดขายรถยนต์ในญี่ปุ่นลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ตลาดรถยนต์ของญี่ปุ่นก็ถือว่าเป็นตลาดเดี่ยวที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ โดยอยู่ในอันดับ 3 ของโลก ด้วยยอดขายเฉลี่ยราวๆ 4-5 ล้านคันต่อปี

‘เราหวังว่าการเปิดตัวแบบค่อยเป็นค่อยไปและการปูพื้นฐานของเรามานานนับตั้งแต่การทำตลาดรถยนต์โดยสารนั้น จะช่วยให้คนญี่ปุ่นรู้จักและจดจำภาพลักษณ์ของเราได้มากขึ้น โดยในปัจจุบันเราครองตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ที่ใช้พลังไฟฟ้าในญี่ปุ่นถึง 70% เลยทีเดียว’ Tofukuji กล่าว

ข้อจำกัดที่จะต้องเจอในญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นถือว่าเป็นประเทศที่มีข้อจำกัดค่อนข้างเยอะเรื่องของการใช้รถยนต์พลังไฟฟ้าส่วนตัว แม้ว่ารัฐบาลจะประกาศนโยบายในเรื่องความเป็นกลางทางคาร์บอน หรือ Carbon Neutrality ที่จะบังคับใช้ในปี 2050
ว่ากันว่าเหตุผลที่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในญี่ปุ่นไม่เติบโตเท่าที่ควรนั้น มีทั้งเรื่องนโยบายในเรื่องของการขยายจุดชาร์จสาธารณะที่ไม่มีความชัดเจนจากทางภาครัฐและเทศบาลเมือง และนั่นทำให้คนญี่ปุ่นเลือกที่จะใช้รถยนต์ทางเลือกอื่นที่มีความยุ่งยากน้อยกว่า เช่น ไฮบริดในรูปแบบต่างๆ

ส่วนอีกเรื่องคือข้อจำกัดในเรื่องพื้นที่ ซึ่งการมีรถยนต์สักคนในประเทศญี่ปุ่นถือเป็นภาระ และการติดตั้ง Wall Box ตามบ้านเรือนดูจะเป็นเรื่องวุ่นวายระดับชาติด้วยเช่นกัน เพราะกฎหมายไม่ได้มีการออกแบบมาเพื่อรองรับกับการครอบครองและใช้งานรถยนต์ประเภทนี้

ทั้งหมดถือเป็นข้อจำกัดที่ BYD จะต้องพบเช่นเดียวกับแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าที่มีขายอยู่ในตลาดอย่าง Nissan หรือ Tesla


กำลังโหลดความคิดเห็น