xs
xsm
sm
md
lg

กระทรวงท่องเที่ยวฯประสานพลังเอกชน หนุนนักแข่งรถคนแรกในประวัติศาสตร์ชาติไทยไปสู้ศึก”เวิลด์แแรลลี่แชมเปี้ยนชิพ”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา (ที่ 2 จากซ้าย)
กระทรวงท่องเที่ยวฯประสานพลัง ร.ย.ส.ท.พร้อมภาคเอกชน หนุน เอส “นราศักดิ์ อิทธิริทพงษ์ “นักแข่งคนแรกในประวัติศาสตร์ชาติไทยไปเวทีโลก ในรายการเวิลด์แแรลลี่แชมเปี้ยนชิพ 2022 เผยโอกาสนี้ไทยได้ประกาศศักยภาพทั้งด้านการท่องเที่ยวและศักยภาพของคนไทยรวมถึงตอกย้ำการเป็นฐานกำลังสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในระดับโลก

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันโอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม มีนโยบายส่งเสริมด้านการกีฬามาตลอด ไม่ว่าจะเป็นกีฬาแบบทีมหรือแบบเดี่ยว หากมีความสามารถรัฐบาลพร้อมให้การส่งเสริมอย่างเต็มที่ อาทิ ล่าสุด น้องเทนนิสก็ได้คว้ารางวัลเหรียญทองจากกีฬาโอลิมปิคที่ประเทศญี่ปุ่น เช่นเดียวกับนักกีฬากอล์ฟนั้นล้วนโดดเด่นในเวทีโลกจากการรายการแข่งขัน LPGA ขณะที่ “ นราศักดิ์ อิทธิริทพงษ์ “ก็มีผลงานโดดเด่นในช่วงที่ผ่านมาจากกีฬาด้านมอเตอร์สปอร์ต โดยสามารถคว้าตำแหน่งแชมป์ประเทศไทยหลายรายการ กระทั่งได้รับเชิญจากทีมชั้นนำของประเทศเบลเยี่ยมให้ไปร่วมทำการแข่งขันเวิลด์แแรลลี่แชมเปี้ยนชิพ 2022 ( World Rally Championship: WRC ) ซึ่งสนามแรกคาดว่าจะเริ่มในช่วงประมาณเดือนเมษายนศกหน้านี้ที่ประเทศกรีซ ในฐานะที่ดูแลกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ทางกระทรวงฯพร้อมให้การส่งเสริมให้นักกีฬาของไทยโดดเด่นในเวทีระดับโลก


“ นราศักดิ์ไม่ใช่แค่เป็นตัวแทนของไทย แต่ถือเป็นตัวแทนของภูมิภาคนี้ กระทรวงฯพร้อมที่จะสนับสนุน และส่งแรงใจให้น้องนราศักดิ์ที่จะถือธงชาติไทยไปทำการแข่งขัน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าน้องจะได้รับโอกาสอันดีในการคว้าชัยถึงระดับติด 1 ใน 5 ซึ่งนั่นหมายความว่า เราจะสามารถประชาสัมพันธ์ประเทศไทยได้เป็นอย่างดีผ่านสายตาคนทั่วโลกที่รับชมและติดตามการแข่งขันเวิลด์แรลลี่กว่าปีละพันล้านคน ซึ่งถ้ามีโอกาสช่วงก่อนการแข่งขันผมจะนำน้องนราศักดิ์ไปขอคำอวยพรจากท่านนายกรัฐมนตรีด้วยเช่นกัน” นายพิพัฒน์ กล่าว

ด้านราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (ร.ย.ส.ท.) โดยนายสนธยา คุณปลื้ม ในฐานะนายกสมาคมฯและ พฤฒิรัตน์ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ ประธานคณะกรรมการกีฬายานยนต์ กล่าวว่า ในส่วนของร.ย.ส.ท. นั้นเป็นหน่วยงานโดยตรงที่จะสนับสนุนนักกีฬาในกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ต ไม่ว่าจะเป็นด้านการแข่งขัน หรือประสานเรื่องด้านงบประมาณ ถือเป็นภาระกิจโดยตรงของสมาคมฯอยู่แล้ว ซึ่งการที่นักแข่งชาวไทยได้มีโอกาสไปแข่งขันในรายการระดับโลกอย่าง WRC ก็เป็นการแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยเรามีศักยภาพไม่แพ้ใครในเกมกีฬาประเภทนี้ โดยสมาคมฯพร้อมผลักดันให้มีการแข่งขันระดับโลกให้เกิดขึ้นที่ประเทศไทย เช่นเดียวกับการแข่งขันโมโตจีพี ทั้งนี้การที่ภาครัฐให้การสนับสนุนมากยิ่งขึ้นได้ส่งผลดีต่อการยกระดับกีฬาอาชีพด้านมอเตอร์สปอร์ตให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ประการสำคัญการคือที่ “เอส” นราศักดิ์ได้มีโอกาสไปแข่งขันในเวทีโลกครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดประตูอีกบานให้วงการมอเตอร์สปอร์ตบ้านเราก้าวไปอีกขั้น


อโณทัย เอี่ยมลำเนา (คนขวาสุด)
ทางด้านอโณทัย เอี่ยมลำเนา รองประธานบริหาร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด(มหาชน) กล่าวว่าการที่ “ นราศักดิ์ อิทธิริทพงษ์ “ ได้รับเชิญให้ร่วมแข่งขันในรายการ เวิลด์แรลลี่แชมเปี้ยนชิพในครั้งนี้ ถือเป็นนักแข่งชาวไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ชาติไทยที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมแข่งขันในรายการระดับเวิลด์แรลลี่ ซึ่งถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่แสดงถึงศักยภาพของกีฬามอเตอร์สปอร์ตในประเทศไทยที่รุดหน้าไปอีกขั้น และนำมาซึ่งการพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนาคต

"สำหรับกรังด์ปรีซ์กรุ๊ปฯ เราพร้อมให้การสนับสนุนโครงการนี้ โดยคุณพ่อผมคือ ดร.ปราจินท่านรักในกีฬามอเตอร์สปอร์ต และได้มีโอกาสเข้าร่วมการแข่งขันรายการระดับนานาชาติมาแล้ว ประการสำคัญที่ผ่านมากว่า 4 ทศวรรษ เราคือองค์กรสื่อด้านยานยนต์ที่บุกเบิกและเติบโตมาพร้อมกับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ดังนั้นเราจึงพร้อมให้การสนับสนุนทุกช่องทางเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญนี้ของประเทศไทยเราก้าวสู่ตำนานมอเตอร์สปอร์ตโลก"

นราศักดิ์ อิทธิริทพงษ์
ด้านนราศักดิ์ อิทธิริทพงษ์ กล่าวว่าการได้รับเชิญให้ร่วมแข่งขันในรายการ เวิลด์แรลลี่แชม เปี้ยนชิพ 2022 ( WRC 3 ) กับทีมชั้นนำของประเทศเบลเยี่ยมครั้งนี้ เกิดขึ้นจากไดรเวอร์ฮันเตอร์จากประเทศเบลเยี่ยม ได้มาทาบทามให้ไปร่วมแข่งในรายการดังกล่าวนี้ โดยเริ่มจากการไปขับทดสอบที่สนามทดสอบประเทศฝรั่งเศสในช่วงปี 2019 เมื่อผ่านเกณฑ์ตนจึงได้เข้าร่วมทีมชั้นนำของเบลเยี่ยมและเตรียมไปร่วมการแข่งขันในรายการแข่งขันเวิลด์แรลลี่ในปี 2022 นี้ ซึ่งทางทีมได้ให้การสนับสนุนด้านเทคนิค, ทีมวิศวกร รวมทั้งรถแข่งตลอดฤดูกาลแข่งขัน ทั้งนี้งบประมาณการแข่งขันคาดว่าเป็นจำนวนเงินมากกว่า 80 ล้านบาท

"ผมภูมิใจที่ได้มีโอกาสทำฝันให้เป็นจริง สามารถก้าวสู่การเป็นนักแข่งคนแรกในประวัติศาสตร์ชาติไทยที่ได้ขับรถคลาส WRC ในรายการแข่งขันเวิลด์แรลลี่แชมเปี้ยนชิพ ( WRC ) หนึ่งเดียวในอาเซียนและคนที่ 2 ในเอเชีย ตอนนี้สถานการณ์โควิดเริ่มคลี่คลายทางทีมได้เตรียมเรียกไปเก็บตัวเสริมทักษะ ในช่วงปลายปีนี้ที่ยุโรปโดยโค้ชผู้ฝึกสอนระดับโลก เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันในช่วงปีหน้า โอกาสนี้ผมจะขอนำมอเตอร์สปอร์ตให้ร่วมเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่จะร่วมส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยในรูปแบบ ” Sport tourism ” เนื่องจากรายการเวิลด์แรลลี่แชมเปี้ยนชิพมีการแข่งขันกว่า 12 ประเทศในแต่ละปี มีผู้ชมถึงปีละกว่าพันล้านคน แม้จะเป็นก้าวเล็กๆ แต่ก็ขอร่วมเป็นก้าวสำคัญของประเทศชาติ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่จะมีธงชาติไทยไปโบกสะบัดที่สนามแข่งระดับโลกที่ WRC ครับ"


ทั้งนี้ WRC มีผู้ชมทั่วโลกตามสถิติของสหพันธ์รถยนต์ระหว่างประเทศ หรือ FIA (Fédération Internationale de l'Automobile ) ทั้งผ่านสื่อโซเชี่ยลทุกประเภทรวมทั้งชาแนล( Channel )พิเศษของ WRC , สื่อทีวีกว่า 150 สถานีทั่วโลกรวมทั้งผ็ชมในสนามรวมจำนวนแต่ละปีกว่าพันล้านคน ซึ่งในอนาคตอันใกล้มีความเป็นไปได้ว่าประเทศไทยจะถูกบรรจุชื่อให้เป็นอีก 1 ในสนามการแข่งขันของรายการ “เวิลด์แรลลี่แชมเปี้ยนชิพ” เนื่องจากประเทศไทยมีศักยภาพความพร้อมหลายด้าน ทั้งสภาพภูมิประเทศและโครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน ภาพรวมทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่ได้รับนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก

โดยงบประมาณค่าใช้จ่ายในโครงการเวิลด์แรลลี่ ( WRC3 ) ครั้งนี้จะอยู่ที่ประมาณ 60-80 ล้านบาทต่อปี ( การแข่งขัน 6+1 สนาม )

นราศักดิ์ อิทธิริทพงษ์
นราศักดิ์ อิทธิริทพงษ์ : ประวัติการแข่งขันโดยสังเขป

เอส”นราศักดิ์ อิทธิริทพงษ์” มีประสบการณ์ด้าน Motorsport มากว่า 20 ปี โดยชื่นชอบรถและการแข่งขันในเกมกีฬามอเตอร์สปอร์ตมาตั้งแต่สมัยเป็นเยาวชน บวกรวมกับที่ครอบครัวดำเนินธุรกิจอู่ซ่อมรถ พร้อมกับที่บิดา (สมปอง อิทธิริทพงษ์) ได้ลงแข่งขันในแรลลี่ในประเทศไทย ในช่วงที่เอสอายุ 11 ปีได้ติดตามบิดาไปในรายการแข่งขันอยู่ราว 2 ปี จากนั้นก็พัฒนาฝีมือจนมีทักษะ จากนั้นจึงได้เข้าร่วมการแข่งขันแรลลี่ตั้งแต่อายุ 13 ปี ภายใต้กฎระเบียบพิเศษของร.ย.ส.ท. และเริ่มคว้าแชมป์ตอนช่วงอายุ 14 ปี และขยับรุ่นใหญ่ขึ้นตามลำดับ จนสามารถขยับมาแข่งในรุ่นใหญ่ช่วง

อายุ 18-21 ปี ตามมาตรฐานของ FIA และได้เข้าแข่งขันในระดับภูมิภาคจนสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศได้จากการแข่งระดับเอเชียแปซิฟิคที่ประเทศมาเลเซีย ในช่วงปี 2003-2005 ในช่วงเดียวกันนั้นก็มีไดรเวอร์ฮันเตอร์มาจากทีมซูบารุโปรไดรฟ์จากออสเตรเลียมาทาบทามให้ไปทดสอบและเตรียมตัวแข่งให้กับทีมโรงงานของซูบารุที่ประเทศออสเตรเลีย และก็จุดถึงอิ่มตัวหลังจากได้ไปร่วมทีมญี่ปุ่นซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก จนมาถึงจุดเปลี่ยนอีกครั้งในชีวิต ด้วยความรักในมอเตอร์สปอร์ตและแรงหนุนของครอบครัวจึงหันกลับมาสร้างผลงานการแข่งขันอีกครั้งในการแข่งขันประเภททางเรียบพร้อมคว้าชัยชนะอีกหลายรายการ 


กำลังโหลดความคิดเห็น...