xs
xsm
sm
md
lg

ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ค 5 ประตูโฉมใหม่ เปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในโลก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ค โฉม 5 ประตูใหม่ ถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วในสหรัฐอเมริกา เน้นดีไซน์ภายนอกโฉบเฉี่ยวสไตล์ยุโรป ปรับช่วงล่างเน้นความสปอร์ตกว่ารุ่นซีดาน เสริมด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีดให้เลือก


ภายหลังจากที่ฮอนด้าปล่อยภาพทีเซอร์ของ ซีวิค แฮทช์แบ็ค 5 ประตูโฉมใหม่ไปก่อนหน้านี้ ล่าสุดมีการเผยโฉมอย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ชูจุดเด่นด้วยดีไซน์โฉบเฉี่ยวมากยิ่งขึ้น ด้วยแนวหลังคาลาดเทสไตล์รถคูเป้ ตั้งเป้าจับกลุ่มลูกค้าที่มีอายุน้อยกว่ารุ่นซีดาน โดยในตลาดสหรัฐฯ จะยังคงใช้เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร และเบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตร แต่เพิ่มทางเลือกด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีด หลังจากที่ถูกถอดออกไปในรุ่นซีดาน


ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ค ใช้พื้นฐานเดียวกับ ซีวิค เจเนอเรชันที่ 11 โดยมีดีไซน์ด้านหน้าถอดแบบมาจากรุ่นซีดาน แต่ปรับเปลี่ยนดีไซน์ด้านท้ายเน้นความสปอร์ตมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเปลี่ยนดีไซน์ไฟท้ายเป็นแบบแนวนอนต่างไปจากเดิมอย่างชัดเจน โดยฮอนด้าระบุว่าในรุ่น 5 ประตูมีการเพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้างขึ้นอีก 16% และเพิ่มความกว้างของประตูห้องเก็บสัมภาระท้ายขึ้นอีก 1.6 นิ้ว เสริมด้วยตัวถังสีใหม่อีก 2 สี ได้แก่ สีน้ำเงิน Boost Blue Pearl และสีเทา Smoky Mauve Pearl ให้เลือก

ภายในห้องโดยสารของรุ่น 5 ประตู ถูกยกมาจากรุ่นซีดานแทบทั้งหมด ติดตั้งหน้าจออินโฟเทนเมนท์ที่มีให้เลือกทั้งขนาด 7 นิ้ว และ 9 นิ้ว สามารถรองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สายได้ เสริมด้วยหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ LCD ขนาด 10.2 นิ้ว พร้อมระบบเสียงระดับพรีเมียมจาก BOSE ที่มีลำโพงถึง 12 ตำแหน่ง อีกทั้งยังเป็นครั้งแรกในรุ่นแฮทช์แบ็คที่มีการติดตั้งถุงลมนิรภัยคู่หน้าที่ออกแบบเป็นพิเศษเพื่อลดการกระทบกระเทือนไปยังสมอง รวมถึงถุงลมนิรภัยด้านข้างสำหรับผู้โดยสารตอนหลังด้วย


ด้านระบบความปลอดภัยมีการติดตั้ง Honda Sensing เวอร์ชั่นล่าสุดที่ใช้ระบบกล้องในการทำงาน มาพร้อมระบบช่วยขับขี่ขณะการจราจรหนาแน่น Traffic Jam Assist เป็นฟังก์ชั่นมาตรฐาน และระบบช่วยเบรกที่ความเร็วต่ำ Low Speed Braking Control ในรุ่นบน

ขณะที่ช่วงล่างของรุ่น 5 ประตูที่วางจำหน่ายในสหรัฐฯ ยังมีการปรับปรุงให้ต่างไปจากรุ่น 4 ประตู โดยพัฒนาช่วงล่างและพวงมาลัยให้สามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็วทันใจมากกว่า ขณะเดียวกันยังสามารถลดแรงสั่นสะเทือนจากพื้นถนนเข้ามายังห้องโดยสารลงได้ถึง 20% เช่น ในขณะขับขี่ผ่านทางข้ามทางรถไฟ เป็นต้น


ด้านขุมพลังในตลาดอเมริกาเหนือจะมีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ i-VTEC ขนาด 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 158 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 187 นิวตัน-เมตร และเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 180 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 240 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT เป็นมาตรฐาน และสามารถเลือกเป็นเกียร์ธรรมดา 6 สปีดได้ หลังจากที่ถูกถอดออกไปในรุ่นซีดาน

ส่วนกำหนดการวางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกาจะมีขึ้นภายในปี 2564 นี้














กำลังโหลดความคิดเห็น...