xs
xsm
sm
md
lg

เอ็มจี เตรียมส่ง ซีดานเล็กใหม่ ลุยตลาดอีโคคาร์ คาดเป้าปีนี้ 42,000 คัน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ตลาดรถเล็ก อีโคคาร์และB-Segment ส่งสัญญาณฟื้นตัว เมื่อเจ้าพ่อ อีโคคาร์ ซูซูกิ ขยับปรับเพิ่มความสดใหม่ให้ตัวขาย “ซูซูกิ สวิฟท์” ด้วยการไมเนอร์เชนจ์ ขณะที่ “เอ็มจี” เตรียมส่งน้องใหม่ ลงสู่ตลาดด้วย “ซีดานขนาดเล็ก” คาดว่าน่าจะเป็น เอ็มจี 5 เจเนอเรชันที่สอง


ค่ายรถ เอ็มจี อีกหนึ่งค่ายที่มียอดขายเป็นบวกในปีที่ผ่านมาด้วยยอดขายรวมทั้งสิ้น 28,316 คัน เติบโตขึ้นถึง 7% เมื่อเทียบกับปี 2562 ซึ่งมียอดขายอยู่ที่ 26,516 คัน โดยแบ่งเป็นยอดขาย MG ZS 11,013 คัน ตามมาด้วย MG HS (รวม MG HS PHEV) จำนวน 6,008 คัน MG Extender 5,387 คัน MG3 จำนวน 4,856 คัน MG ZS EV และ MG EP จำนวน 826 คัน และรุ่นอื่นๆ 226 คัน


จากความสำเร็จในปีที่แล้ว เอ็มจี โดดเด่นในตลาดของรถยนต์แบบอเนกประสงค์ (เอสยูวี) โดยสามารถครองส่วนแบ่งได้เกือบหนึ่งในสี่ของตลาดรถประเภทนี้ และสามารถก้าวขึ้นเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าด้วยส่วนแบ่งตลาดที่มากกว่า 90% ดังนั้นในปี 2564 จึงได้วางเป้าหมายการขายเอาไว้ที่ 42,000 คัน เติบโตขึ้นเกือบ 50%

การจะเติบโตด้วยยอดขายที่เพิ่มขึ้นกว่า 12,000 คันต่อปี จะต้องมีปัจจัยสำคัญคือ รถยนต์รุ่นใหม่ ซึ่งทางเอ็มจี เปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นทางการว่า รถยนต์รุ่นใหม่ที่จะมาทำตลาดในปีนี้ จะเป็นรถยนต์นั่งแบบซีดานขนาดเล็ก เจาะตลาดกลุ่มเดียวกับ อีโคคาร์และบี-เซกเมนท์ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยอย่างชัดเจนว่าเป็นรุ่นใด



ทั้งนี้ รถยนต์รุ่นใหม่ดังกล่าว มีกำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงไตรมาสที่สามของปีนี้ โดยเป้าหมายการขายถูกตั้งเอาไว้ค่อนข้างสูง เนื่องจากเป็นรถขนาดเล็กที่มีจุดเด่นในด้านราคา สามารถแข่งขันกับคู่แข่งในเซกเมนท์เดียวกันได้ จากการขึ้นไลน์ประกอบในประเทศไทย


อย่างไรก็ตามแม้จะยังไม่มีการระบุชื่อรุ่นที่จะทำตลาด แต่จากการสำรวจรถใหม่ในตลาดโลกของทาง SAIC Motors ประเทศจีนมีการเปิดตัวรถเล็กรุ่นล่าสุดคือ เอ็มจี5 เจเนอเรชันที่สองเมื่อปลายปี 2020 โดยหัวใจบรรจุเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร 2 ทางเลือกพิกัดกำลังได้แก่ 120 แรงม้าในรุ่นพื้นฐาน และ 173 แรงม้าในรุ่นเทอร์โบ


ความเป็นไปได้ในการทำตลาดรุ่นนี้ในประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้นถึงขีดสุดทันทีเมื่อ สื่อจากออสเตรเลีย (Caradvice.com.au) ได้รายงานข่าวว่า เอ็มจี 5 เจเนอเรชันที่สอจะเข้ามาทำตลาดในออสเตรเลียอย่างแน่นอน โดยผลิตและส่งมาจากประเทศไทย และจะเป็นรถยนต์พวงมาลัยขวารุ่นแรกจากโรงงานของ SAIC-CP ที่เข้าไปจำหน่ายในออสเตรเลียอีกด้วย


นอกจากนั้น แผนการสำคัญในปีนี้ เอ็มจี วางแผนการขยายสถานีชาร์จไฟให้ครอบคลุมทั่วประเทศให้มากที่สุด โดยมีเป้าหมายขยายจุดชาร์จเร็วอีก 500 แห่ง ให้สำเร็จ ซึ่งคาดว่าจะใช้เม็ดเงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 1,500 ล้านบาท (จุดชาร์จละประมาณ 3 ล้านบาท) และจะเป็นการ่วมมือกับพันธมิตรที่คาดหมายว่าจะเป็น สถานีบริการน้ำมันที่จะมีการปรับโฉมเปลี่ยนมาเพิ่มจุดชาร์จไฟฟ้าได้ อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดในส่วนนี้ได้เพราะอยู่ระหว่างการเจรจากับหลายบริษัทฯ ที่ให้ความสนใจ


ทั้งนี้การกล้าลงทุนเพิ่มดังกล่าว เป็นผลโดยตรงมาจากกระแสตอบรับด้านยอดขายที่ดีเกินคาดหลังจากการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่น อีพี ที่มียอดจองเฉลี่ยมากกว่า 300 คันต่อเดือน ขณะที่กำลังการผลิตและส่งมอบมีเพียง 200 คันต่อเดือน เช่นเดียวกับรุ่น เอชเอส พีเอชอีวี ที่ได้รับการตอบอย่างดีจนมียอดจองค้างส่งมากกว่าหนึ่งเดือนแล้วในเวลานี้


“ในปีที่แล้ว เอ็มจี สามารถตั้งสถานี MG Super Charge ซึ่งเป็นสถานีชาร์จที่รองรับการชาร์จแบบ DC ได้ครบ 100 จุดชาร์จ ซึ่งอยู่ในระหว่างการทดลองระบบก่อนการเปิดใช้งาน และเป้าหมายในปีนี้คือเพิ่มสถานี MG Super Charge อีก 500 จุด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าทุกคน” นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว



เหนือสิ่งอื่นใดปีนี้ เอ็มจี ยังมีแผนการจะเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน แม้จะยังไม่สามารถระบุรุ่นได้ แต่เชื่อขนมกินได้เลยว่า เอ็มจี มีเซอร์ไพรส์มาให้ประชาชนชาวไทยได้สัมผัสอย่างแน่นอน