xs
xsm
sm
md
lg

GLE Coupe เติมความสปอร์ต พร้อม 3 ความเร้าใจ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์








งานแฟรงค์เฟิร์ต มอเตอร์โชว์ 2019 หรือ IAA ครั้งนี้เมอร์เซเดส-เบนซ์ เตรียมเขย่าตลาดเอสยูวีครั้งใหม่ด้วยการเผยโฉม GLE Coupe ใหม่ออกสู่ตลาดพร้อมหน้าตาและรูปลักษณ์ที่สวยสปอร์ตขึ้นอย่างชัดเจน โดยเป็นการเปิดตัวตามหลังรุ่น GLE ใหม่แบบโมเดลเชนจ์ที่เพิ่งเปิดตัวออกมาเมื่อปี 2018 ในงานปารีส มอเตอร์โชว์




สำหรับรุ่นใหม่นี้จะพัฒนาอยู่บนพื้นฐานของ GLE ใหม่ ซึ่งถ้านับตั้งแต่สมัยยังใช้ชื่อ M-Class แล้วก็จะเป็นรุ่นที่ 4 แต่จะเป็นรุ่นแรกถ้านับเฉพาะชื่อ GLE เพราะการเปลี่ยนชื่อรุ่นจาก M-Class มาเป็น GLE นั้นเกิดขึ้นในปี 2015 ตอนช่วงการไมเนอร์เชนจ์ หรือปรับโฉมของเจนเนอเรชั่นที่ 3 ของ M-Class






GLE Coupe มากับตัวถังแบบ 5 ประตูท้ายลาดที่เพิ่มความสปอร์ตโดยตัวรถมีความยาว 4,939 มม.เพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิม 39 มิลลิเมตร กว้างขึ้น 7 มิลลิเมตร เป็น 2,010 มม. ขณะที่ระยะฐานล้อมีความยาวเพิ่มขึ้น 20 มม.โดยตัวเบาะหลังสามารถแยกพับในอัตราส่วน 40-20-40 พร้อมกับพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังที่มีความจุในระดับ 655 ลิตร และจะเพิ่มเป็น 1,790 ลิตร เมื่อพับเบาะหลังลงทั้งหมด ซึ่งเพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิม 70 ลิตร ส่วนใครที่คิดว่าเมื่อเป็นเวอร์ชันสปอร์ตแล้วรายละเอียดของแผงหน้าปัดในรุ่น GLE Coupe จะต้องเปลี่ยนจากรุ่นปกติ เราขอบอกว่าคิดผิด เพราะรถยนต์ทั้ง 2 รุ่นใช้ชุดมาตรวัดและแผงหน้าปัดเดียวกัน










ทางเลือกของเครื่องยนต์ในช่วงแรกที่มีทั้งเบนซินและเทอร์โบดีเซล คือ AMG GLE 53 4Matic+ Coupe ซึ่งใช้เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ 3,000 ซีซี เทอร์โบคู่ 435 แรงม้าที่ 6,100 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 53.1 กก.-ม.ที่ 1,800-5,800 รอบ/นาที มีโหมด EQ Boost ที่ช่วยเพิ่มกำลังของรถได้อีกถึง 22 แรงม้า และเพิ่มแรงบิด 25.6 กก.-ม.เพื่อรีดกำลังในช่วงการเร่งแซง และเมื่อจับคู่กับเกียร์ AMG Speed shift TCT 9 จังหวะและระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AMG Performance 4Matic+ แล้วให้อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม.ใน 5.3 วินาที













ขณะที่รุ่นเทอร์โบดีเซลใช้เครื่องยนต์รหัส OM656 เป็นบล็อก6 สูบเรียง 3,000 ซีซี เทอร์โบคู่มากับรหัส GLE Coupe 350 d 4Matic ที่มีกำลัง 272 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 60.8กก.-ม. และ GLE Coupe 400 d 4Matic ที่มีกำลังสูงสุด330 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 71.1 กก.-ม.




ขณะที่ช่วงล่างมีทั้งแบบ Airmatic ที่เป็นระบบช่วงล่างแบบถุงลมที่ให้ความนุ่มนวล แต่ก็มีอีกแบบที่เรียกว่า E-Active Body Control ที่ใช้พื้นฐานของระบบ Airmatic แต่มีการปรับปรุงให้สามารถทำงานได้ดีขึ้นโดยเฉพาะการตอบสนองในการขับขี่แบบสปอร์ต โดยสามารถเลือกปรับระดับความแข็ง-อ่อนของระบบถุงลมของแต่ละล้อได้อย่างอิสระ โดยระบบนี้จะมีจำหน่ายเป็นออพชั่น เพราะต้องมีการปรับเปลี่ยนระบบไฟฟ้าในรถยนต์ด้วย เพราะใช้งานกับระบบไฟแบบ 48V










เปิดตัวแน่นอนในงาน IAA ปีนี้ และหลังจากนั้นจะมีการส่งขายในตลาดยุโรป รวมถึงตลาดอื่นทั่วโลกในช่วงปลายปี 2019 และบ้านเราก็ต้องรอดูว่าจะมีเข้ามาเมื่อไร

















กำลังโหลดความคิดเห็น...