xs
xsm
sm
md
lg

รับน้องใหม่ MG Extender ปิกอัพไซส์ยักษ์ใหญ่สุดในไทย เริ่มต้น 549,000 บาท

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



วันนี้(7 ส.ค.) ค่ายรถยนต์ เอ็มจี เปิดตัว NEW MG EXTENDER ปิกอัพรุ่นแรก ภายใต้คอนเซปต์ “กระบะพันธุ์ยักษ์ ให้มากกว่าความแกร่ง” ชูจุดเด่นมิติตัวถังขนาดใหญ่ ขุมพลัง 2.0 ลิตร เทอร์โบ แปรผัน ให้กำลังสูงสุด 161 แรงม้า แรงบิด 375 นิวตันเมตร มาพร้อมระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART รองรับการสั่งการด้วยเสียงภาษาไทยครั้งแรกของโลก เคาะราคาเริ่มต้น 549,000-1,029,000 บาท








พงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 5 ปี ที่ผ่านมา บริษัทฯ ทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนและสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และแนะนำผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นกลุ่มรถยนต์นั่งเป็นหลัก ด้วยการชูจุดเด่นซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของรถยนต์เอ็มจี ทั้งในด้านการออกแบบ สมรรถนะของเครื่องยนต์ ระบบบังคับควบคุม ระบบความปลอดภัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าชาวไทย สำหรับการเปิดตัวรถกระบะ NEW MG EXTENDER ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งความท้าทายใหม่


“เราตั้งเป้าให้ NEW MG EXTENDER เป็นรถที่สามารถตอบโจทย์ของลูกค้าที่กำลังมองหารถสำหรับการใช้งานและใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว โดยจะทำตลาดในกลุ่มรถกระบะแบบตอนครึ่ง หรือ Giant Cab และแบบ 2 ตอน หรือ Double Cab ซึ่งถูกพัฒนาให้มีความโดดเด่นทั้งในเรื่องรูปลักษณ์ด้วยขนาดมิติตัวถังขนาดใหญ่จึงช่วยเพิ่มปริมาณการบรรทุกและภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางนั่งสบาย”









เครื่องยนต์ของ NEW MG EXTENDER เป็นแบบดีเซลคอมมอลเรล ไดเร็คอินเจ็คชั่น 2.0 ลิตร เทอร์โบ แปรผัน ให้กำลังสูงสุด 161 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิด 375 นิวตันเมตร พร้อมระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ และแบบธรรมดา 6 จังหวะ ที่สามารถปรับรูปแบบการขับขี่ได้ทั้ง ECO และ POWER ซึ่งให้ทั้งการประหยัดน้ำมันและประหยัดค่าบำรุงรักษา

ระบบช่วงล่างแบบ EUROPEAN TUNING SUSPENSION พร้อมการติดตั้งระบบความปลอดภัยครบครัน รวมทั้งยังเป็นรถกระบะที่มาพร้อมระบบดิสก์เบรก 4 ล้อ และระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะสำหรับรถยนต์เอ็มจี

“สำหรับ NEW MG EXTENDER มี 9 รุ่นย่อยครอบคลุมทั้งแบบกระบะตอนครึ่ง (Giant Cab) และแบบ 4 ประตู (Double Cab) ระบบส่งกำลังแบบธรรมดาและแบบอัตโนมัติ 6 จังหวะ ซึ่งมีให้เลือกทั้งระบบขับเคลื่อนแบบ 2 ล้อ (2WD) และแบบ 4 ล้อ (4WD) ให้เหมาะกับรูปแบบการใช้งานได้อย่างลงตัว” พงษ์ศักดิ์ กล่าว








NEW MG EXTENDER แตกต่างด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบโมเดิร์นดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ของเอ็มจีพร้อมมิติตัวถังขนาดใหญ่โดยมีทั้งแบบกระบะตอนครึ่ง (Giant Cab) ที่มีความยาวกระบะท้ายถึง 1,900 มิลลิเมตร ซึ่งยาวที่สุดในรถระดับเดียวกันจึงช่วยเพิ่มปริมาณการบรรทุกได้มากยิ่งขึ้น และแบบ 4 ประตู (Double Cab)

ระบบกันสะเทือนด้านหน้าอิสระปีกนกคู่ (Double Wishbone) ด้านหลังแหนบแบบซ้อนแผ่น (Leaf Spring Suspension) ทำงานควบคู่กับช่วงล่างแบบ BRIT Dynamic ซึ่งให้ความนุ่มนวลในการขับขี่ในความเร็วต่ำ และให้ความมั่นคงในการขับขี่ที่ความเร็วสูงเพิ่มความปลอดภัยและมั่นใจในการใช้งาน

ในขณะที่ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ (Projector) พร้อม DaytimeRunning Lights บันไดข้าง และกล้องมองหลังพร้อมเซนเซอร์ขณะถอยติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานตั้งแต่ในรุ่น Giant Cab แบบยกสูง








ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย และเก็บเสียงดีเยี่ยมด้วยการออกแบบฉนวนกันเสียง 9 จุด โดยการออกแบบภายในสร้างความรู้สึกแข็งแกร่งสอดคล้องกับรูปลักษณ์ภายนอก ใช้โทนสีเข้มและเพิ่มความเรียบหรูด้วยวัสดุ ให้สัมผัสนุ่ม (SOFT TOUCH) พร้อมแผงหน้าปัดดีไซน์สปอร์ต นอกจากนี้ยังมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก ครบครัน อาทิ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น หน้าจอสีระบบสัมผัสขนาดใหญ่ 10 นิ้ว กุญแจระบบ Smart Key พร้อมปุ่ม Push Startและระบบปรับอากาศอัตโนมัติ โดยในรุ่น Double Cab ยังมาพร้อมเบาะปรับไฟฟ้าคู่หน้า เบาะหลังพับได้และช่องปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง


NEW MG EXTENDER ในรุ่น Double Cab จะมีให้เลือกทั้งแบบขับเคลื่อน 2 ล้อ (2WD) และขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) ซึ่งมีโหมดการขับขี่ให้เหมาะกับสภาพถนน 3 รูปแบบ คือ 2H, 4H และ 4L









ที่สำคัญ นี่คือครั้งแรกของโลกกับสมาร์ทปิกอัพ ที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART NEW MG EXTENDER มาพร้อมระบบปฏิบัติการ i–SMART เอกสิทธิ์เฉพาะสำหรับผู้ใช้รถยนต์เอ็มจี ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่กับรถสามารถเชื่อมต่อกันได้ เพื่อความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสั่งการหรือ SMART Command ผ่านระบบสั่งการด้วยเสียงภาษาไทย ที่สามารถสั่งการให้โทรออก เปิด-ปิดหรือควบคุมระบบปรับอากาศ หน้าต่างฝั่งคนขับ ตลอดจนวิทยุภายในรถ รวมทั้งค้นหาจุดสนใจ และสามารถตรวจผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลได้อีกด้วย

นอกจากนี้ยังสามารถควบคุมหรือสั่งการระบบต่างๆ ผ่านหน้าจอทัชสกรีนภายในรถหรือเลือกสั่งการบนสมาร์ทโฟนผ่าน MG Mobile Application การเชื่อมต่อ หรือ SMART Connectที่สามารถเลือกฟังเพลงผ่าน Online Music ค้นหาร้านอาหารและที่พักรวมทั้งเรียกดูข้อมูลข่าวสารและเหตุการณ์ปัจจุบันจากเว็บไซต์ดังได้บนหน้าจอในรถและการตรวจเช็กรถ หรือ SMART Check โดยสามารถสั่งล็อกหรือปลดล็อกประตูตรวจสอบตำแหน่งและค้นหารถ แจ้งความผิดปกติ และแจ้งสถานะการทํางานของรถรวมถึงระบบช่วยค้นหาศูนย์บริการ นัดหมาย และบันทึกการดูแลรักษารถยนต์ตามระยะ









ระบบความปลอดภัยครบครัน มาพร้อมโครงสร้างตัวถังแบบ FSF (Full Space Frame) แบบ Ultra-high Strength Body ด้วยโครงสร้างที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง Thermoforming Steel ในบริเวณเสา A ไปจนถึงเสา B และโครงสร้างโดยรวมใช้เหล็กแบบ High Strength Steel ที่มีความแข็งแกร่งสูง ช่วยเพิ่มความปลอดภัย และเสริมความมั่นคงในการขับขี่ พร้อมรับทุกสภาพการใช้งาน และปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วยดิสก์เบรก 4 ล้อ และระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรป AdvancedSynchronized Protection System ที่ทำงานประสานเป็นหนึ่งเดียว ประกอบด้วย

o ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรกฉุกเฉิน ABS (Anti-lock Braking System)
o ระบบช่วยเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA (Electronic Brake Assist)
o ระบบช่วยกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake Force Distribution)
o ระบบควบคุมการทรงตัว SCS (Stability Control System)
o ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล TCS (Traction Control System)
o ระบบตรวจสอบความผิดปดติของลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitor System)
o ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAS (Hill Start Assist System)
o ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC (Hill Descend Control System)
o ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection)
o ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning System)









นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบกุญแจนิรภัยแบบ Immobilizer ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ถุงลมนิรภัยด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัยรวม 6 ตำแหน่ง พร้อมเข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับพร้อมผ่อนแรงอัตโนมัติรวมถึงกล้องมองภาพ รอบทิศทาง สัญญาณเตือนกะระยะด้านหลังและด้านหน้าและกล้องมองหลังช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่

NEW MG EXTENDER มีให้เลือกทั้งแบบกระบะตอนครึ่ง (Giant Cab) และแบบ 4 ประตู (DoubleCab) ซึ่งมีทั้งระบบขับเคลื่อนแบบ 2 ล้อ (2WD) และแบบ 4 ล้อ (4WD)ครอบคลุมทั้งเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม 5 สีให้เลือก คือ สีขาว Artic WHITE สีดำBLACK Knight สีเงิน SILVER Metallic สีแดง Scarlet RED และ สีเทา Metal Ash GREY โดยมีทั้งหมด 9 รุ่นย่อย ดังนี้






NEW MG EXTENDER รุ่น GIANT CAB (กระบะตอนครึ่ง)

o NEW MG EXTENDER GC 2.0 C 6MT ราคา 549,000 บาท
o NEW MG EXTENDER GC 2.0 D 6MT ราคา 619,000 บาท
o NEW MG EXTENDER GC 2.0 GRAND D 6MT ราคา 659,000 บาท
o NEW MG EXTENDER GC 2.0 GRAND D 6AT ราคา 719,000 บาท
o NEW MG EXTENDER GC 2.0 GRAND X 6MT ราคา 729,000 บาท

NEW MG EXTENDER รุ่น DOUBLE CAB (4 ประตู)

o NEW MG EXTENDER DC 2.0 GRAND D 6MT ราคา 759,000 บาท
o NEW MG EXTENDER DC 2.0 GRAND D 6AT ราคา 819,000 บาท
o NEW MG EXTENDER DC 2.0 GRAND X 6AT ราคา 879,000 บาท
o NEW MG EXTENDER DC 2.0 GRAND 4WD X 6AT ราคา 1,029,000 บาท






ทั้งนี้ อุปกรณ์ที่ติดตั้งจะแตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น พร้อมขายทั่วประเทศ วันที่ 16 สิงหาคมนี้ สำหรับ NEW MG EXTENDER จะเปิดตัวต่อสาธารณชนอย่างเป็นทางการในงาน Big Motor Sale2019 ระหว่างวันที่ 16-25 สิงหาคมนี้ ที่ไบเทค บางนา และที่โชว์รูมรถยนต์ เอ็มจี ทั้ง 110แห่งทั่วประเทศ พร้อมการบริการหลังการขาย “Passion Service” ที่เพิ่มความสะดวกมากขึ้นด้วย














กำลังโหลดความคิดเห็น...