xs
xsm
sm
md
lg

ขับรถไหว้พระกับฝูง “ปอร์เช่”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ทริปนักข่าวผู้หญิงสายรถยนต์
บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการในเมืองไทย จัดกิจกรรม Porsche x Ladies media exclusive trip ให้กับนักข่าวผู้หญิงสายรถยนต์ ลองขับรถปอร์เช่หลากรุ่น หลายแบบ บนเส้นทางกรุงเทพฯ-อยุธยา พร้อมพาล่องเรือรอบเกาะเมืองเก่าและไหว้พระทำบุญควบคู่กันไปด้วย



ประจำรถใคร -  ใครนั่งกับใคร
สำหรับรุ่นรถที่ทางปอร์เช่ นำมาให้นักข่าวได้ลองมีด้วยกัน 4 รุ่น คือ คาเยนน์ อี-ไฮบริด, มาคันน์, พานาเมร่า 4 อี-ไฮบริด และพานาเมร่า 4 อี-ไฮบริด เอ็กซ์เซ็คคูทีฟ ..เพื่อไม่ให้มีปัญหาในการแย่งชิงรถ ทางปอร์เช่เลยให้นักข่าวจับฉลากว่าใครได้รถรุ่นอะไร และนั่งกับใคร สำหรับผู้เขียนจับได้คาเยนน์ อี-ไฮบริด ขับคู่กับนักข่าวสาวจากสำนัก acarnewsonline.com
ก่อนจะเริ่มทดลองขับ ก็มีบรรยายเกี่ยวกับรถ  กิจกรรมที่จะทำ เส้นทาง กันก่อน
กิจกรรม Porsche x Ladies media exclusive trip เริ่มต้น ณ ศูนย์บริการ Porsche Centre Bangkok โดยฝูงปอร์เช่ เริ่มทยอยมุ่งหน้าสู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ขับตามกันมา สำหรับคาเยนน์ อี-ไฮบริด ที่ผู้เขียนจับฉลากได้เป็นเอสยูวีคันโต ทีเดียว หากเทียบกับรถที่บ้าน แต่ก็ต้องยอมรับว่าหลังเข้าประจำตำแหน่งทั้งคนขับและผู้โดยสาร รู้สึกถึงความหรูหรา นั่งสบาย กว้างขวาง ทันทีที่เหยียบคันเร่งเครื่องยนต์ก็พร้อมที่จะทำงาน อัตราเร่งตอบสนองรวดเร็วทันใจ ทุกช่วงการขับขี่ ต้องบอกว่าขับง่ายไม่รู้สึกว่ารถใหญ่แต่อย่างใด พวงมาลัยเบาคอนโทรลง่ายยิ่งตอนขับขี่ในเมือง รถค่อนข้างเยอะ คล่องตัวมาก ช่วงล่างนุ่มนวล หลังจากนั้น ลองเปลี่ยนมาเป็นโหมดสปอร์ต ตัวรถลดต่ำลงมานิดหน่อย แต่รู้สึกได้ถึงการทรงตัว การยึดเกาะถนนที่มากขึ้นกว่าเดิม ความเร็วแรงก็มาแบบเต็มๆ จัดจ้านไม่แพ้รถสปอร์ตกันเลย
จับฉลากรถที่จะได้ขับรุ่นอะไร

คู่หูของทริปนี้  กับพาหนะของเรา


รวมแล้วหลายสิบล้านบาท 555
หน้าตาฝูงปอร์เช่ พาหนะของพวกเรา
แวะตามจุดต่างๆ
ขับไปเรื่อย ๆ
ลงเรือ ไหว้พระ
นั่งเรือไปไหว้พระกัน
นั่งเรือชมวิวข้างทางริมแม่น้ำ

เมื่อเดินทางถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พวกเราลงเรือเพื่อร่วมกิจกรรมล่องเรือรอบเกาะเมืองเก่าอยุธยา งานนี้ทุกคนได้ไหว้พระทำบุญในวัดเก่าแก่และเป็นโบราณสถานคู่เมืองอยุธยามาหลายร้อยปี


เริ่มต้นวัดแรกที่วัดแคราชานุวาส อันเป็นวัดสำคัญที่หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด ได้มาจำพรรษาเป็นวัดแรก เมื่อครั้งเดินทางมาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปัจจุบันเป็นที่ประดิษฐานของหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด ปางธุดงค์ และเป็นที่ตั้งของวิหาร ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งกุฏิเดิมของหลวงปู่ทวด

วัดแคราชานุวาส อันเป็นวัดสำคัญที่หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด ได้มาจำพรรษาเป็นวัดแรก เมื่อครั้งเดินทางมาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
วัดเชิงท่า วัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งซ้ายของคลองเมือง หรือแม่น้ำลพบุรีเดิม

วัดที่ 2 คือ วัดเชิงท่า วัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งซ้ายของคลองเมือง หรือแม่น้ำลพบุรีเดิม โดดเด่นด้วยงานจิตรกรรมฝาผนังอันเก่าแก่สวยงาม "วัดเชิงท่า" มีชื่อเรียกมากมาย ทั้งวัดตีนท่า วันติณ วัดคลัง หรือวัดโกษาวาสน์ เป็นวัดเก่าสร้างขึ้นในรัชสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 หรือพระเจ้าอู่ทอง แต่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าใครเป็นผู้สร้าง




ภายในเรือนไม้นี้ เป็นที่ถ่ายทำละครเรื่อง บุพเพสันนิวาส


จากตำนานคำบอกเล่าถึงประวัติความเป็นมาของวัดนี้ว่า มีเศรษฐีผู้หนึ่ง มีบุตรสาวสวยอยู่ 1 คน ด้วยความมั่งคั่งของฐานะจึงได้สร้างเรือนไม้อันวิจิตรไว้ให้บุตรสาวออกเรือน แต่แล้วอยู่มาวันหนึ่งบุตรสาวคนสวยของเศรษฐีได้หนีออกจากบ้านไปกับผู้ชาย ครั้นบุตรสาวหนีออกจากบ้านไปแล้ว เศรษฐีก็ตกอยู่ในอาการเศร้าโศก ตั้งหน้าเฝ้าคอยหวังว่าสักวันหนึ่งบุตรสาวของตนต้องกลับบ้าน รอแล้วรอเล่ารออยู่หลายปีบุตรสาวก็ไม่กลับมาสักที เศรษฐีจึงยกเรือนหอถวายให้กับวัด ซึ่งเป็นวัดประจำตระกูลของเศรษฐีนั่นเอง จึงได้ชื่อว่า วัดคอยท่า ภายหลังก็กลายเป็นชื่อ วัดเชิงท่า





โดดเด่นด้วยงานจิตรกรรมฝาผนังอันเก่าแก่สวยงาม
เรือนไม้แห่งนี้  ละครดัง บุพเพสันนิวาส ได้มาถ่ายทำที่นี่บางตอน
บริเวณวัดยังมีโบราณสถานสำคัญประจำวัด  ได้แก่ ปรางค์ห้ายอดสมัยอยุธยา
วัดนางกุย เที่ยวชมอุโบสถ์หลังเก่าของวัด (จิ๊กโก๋ประจำวัด คอยให้รายละเอียดเกี่ยวกับวัด แถมฝากเลขเด็ดก่อนเรือออกอีกด้วย )

วัดสุดท้ายคือ วัดนางกุย เที่ยวชมอุโบสถหลังเก่าของวัด ซึ่งเป็นโบราณสถานที่มีรูปพระนารายณ์ทรงครุฑอยู่หน้าโบสถ พร้อมด้วยเสมาคู่ เจดีย์ และพระปรางค์เก่าแก่สมัยต้นกรุงศรีอยุธยา พร้อมนมัสการหลวงพ่อยิ้ม ซึ่งประดิษฐานข้างพระประธาน ในโบสถ์ที่สร้างขึ้นใหม่ จากนั้นขึ้นฝั่งที่ร้าน The Wine Ayudhya เพื่อรับประทานอาหารตำหรับไทยอยุธยา จากนั้นขับรถปอร์เช่เข้าสู่ตัวเมืองเก่าเพื่อชมบรรยากาศวัดวาอารามและโบราณสถานโดยรอบเป็นการปิดท้ายก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ กันอย่างหน้าตาอิ่มบุญ





สาธุ
ไหว้พระขอพร
ถ่ายรูปหมู่สักหน่อย
วิวสองข้างทางระหว่างล่องเรือไปวัด

สำหรับรถคาเยนน์ อี-ไฮบริด คันที่ได้ลองขับ เป็นรถยนต์ไฟฟ้าแบบปลั้กอิน-ไฮบริด มาพร้อมขุมพลังแบบ E-Performance ที่ผสานการควบคุมของเครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.0 ลิตร เสริมด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ให้พละสูงสุด 462 แรงม้า แรงบิด 700 นิวตันเมตร อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน 29.4-31.2 กม./ลิตร อัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าที่ 20.9 - 20.6 กิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร สามารถชาร์จเต็มภายใน 2.6 ชั่วโมง ผ่านระบบการติดต่อสื่อสาร PCM พร้อมสั่งการระบบปรับอากาศจาก Porsche Connect app ที่เชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือ


จอดโชว์ความหล่อ

ส่วนระบบส่งกำลัง เป็นเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ Tiptronic S ที่ปรับแต่งเพื่อให้ความนุ่มนวลและปรับเปลี่ยนอัตราทดได้อย่างรวดเร็ว ผสานการทำงานกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ all-wheel drive ที่ควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านอุปกรณ์ map-controlled multiplate clutch ช่วยบังคับควบคุมรถได้ทุกรูปแบบ




กลับเข้ากรุงเทพ

นอกจากนี้ เสริมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและระบบช่วยเหลือการขับขี่อย่างมากมาย อาทิ จอแสดงผลแบบใหม่ head-up display, ระบบดิจิทัลช่วยเหลือผู้ขับขี่ Porsche InnoDrive พร้อมระบบ adaptive cruise control, เบาะนั่งคู่หน้าพร้อมระบบนวดไฟฟ้า massage seats, ล้ออัลลอยน้ำหนักเบา ขนาด 22 นิ้ว


ภายในรถ


ทั้งหมดเป็นข้อมูลคร่าวๆ ของ คาเยนน์ อี-ไฮบริด รถเอสยูวี รถอเนกประสงค์ที่ตอบสนองการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว ด้วยสมรรถนะที่จัดจ้าน พร้อมอัตราสิ้นเปลืองที่ประหยัดจนเกินคุ้ม แถมยังชาร์ทไฟได้ง่ายจากที่บ้าน…ที่สำคัญยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตามสไตล์รถรักษ์โลกอีกด้วย





ช่องเสียบชาร์จไฟฟ้า

ส่วนราคาก็ไม่แพงเกินไปเมื่อเทียบกับคุณสมบัติที่มาให้ครบ แลกกับค่าตัว 6.3 ล้านบาท ถือว่าคุ้มค่าและสมเหตุสมผลสำหรับเจ้า คาเยนน์ อี-ไฮบริด คันนี้






พร้อมกลับบ้าน


กำลังโหลดความคิดเห็น...