โตโยต้า ไฮเอช รถตู้ที่ได้รับความนิยมจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก มาเป็นเวลายาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ โดยมียอดขายมากกว่า 6.24 ล้านคัน ใน 150 กว่าประเทศ และวันนี้ โตโยต้า ได้มีการปรับโฉม ไฮเอช ใหม่ ให้มีคุณสมบัติครบเครื่องมากขึ้นกว่าเดิม
นายทาคา โอะอิชิกาวะ หัวหน้าวิศวกรที่รับผิดชอบโครงการนี้ กล่าวว่า “การออกแบบและพัฒนา ไฮเอช ใหม่ ยึดหลักแนวคิด “Hiace Pride” กับการเป็นพันธมิตรที่ซื่อสัตย์ ในการสร้างความพึงพอใจ ความภาคภูมิใจ และความปลอดภัยให้แก่เจ้าของรถ โดยการออกแบบในรุ่นนี้ สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มใหม่ ที่ให้ความแข็งแกร่ง ทนทาน สะดวกสบายและปลอดภัย ทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานที่หลากหลายแบบ
ภายนอก ปรับให้มีความทันสมัย แข็งแกร่งมากขึ้น โดยไฟหน้าเป็นแนวตั้งแบบ LED Daytime Running พร้อมไฟตัดหมอกที่กันชนหน้า ไฟท้ายจัดรวมเข้าเป็นชุดเดียวกัน พร้อมเส้นสายที่พาดผ่านตั้งแต่หัวจดท้าย ทำให้ดูบึกบึนยิ่งขึ้น
ที่สำคัญ การเปลี่ยนโครงสร้างตัวถังจาก Cab Over เป็น semi-bonnet cab ทำให้ต้องนำเครื่องยนต์มาอยู่ด้านหน้า ช่วยลดแรงสะเทือนและความร้อนจากเครื่องยนต์ให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ทั้งช่วยเพิ่มความปอลดภัยเมื่อมีการชนด้านหน้า และช่วยซ่อมบำรุงสะดวกและง่ายขึ้น
ภายในของ ไฮเอช ใหม่ ได้ขยายพื้นที่ให้กว้างขึ้น ทำให้สะดวกในการโดยสารและจัดเก็บสัมภาระ ประตูมีขนาดใหญ่ ทำให้เข้า-ออก หรือขนสัมภารสะดวกขึ้น ที่จัดเก็บสัมภาระใต้เบาะนั่งมีขนาดใหญ่ ขยายพื้นที่เหนือศีรษะให้กว้างขึ้น ทั้งอัพเกรดฟังก์ชั่นต่างๆ ที่จัดวางในตำแหน่งที่เหมาะสม และสะดวกในการใช้งาน ช่วยผู้ขับขี่และผู้โดยสารลดความเมื่อยล้าหากต้องเดินทางไกล
นอกจากนี้ ได้ตกแต่งอุปกรณ์ภายในให้เหมาะสำหรับการใช้งาน สำหรับเวอร์ชั่น Commuter ออกแบบให้รองรับผู้โดยสารได้มากกว่า 17 คน ทำให้เป็นรถตู้ที่มีที่นั่งมากสุดสำหรับการใช้งานแบบรถโดยสาร ส่วนรุ่น Tourism เน้นตกแต่งด้วยฟังก์ชั่นพิเศษ ที่ให้ความสะดวกสบายให้แก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ส่วนเวอร์ชั่น Van เน้นการออกแบบให้มีพื้นที่ภายในขนาดใหญ่ รองรับการบรรทุกสิ่งของในจำนวนมาก
ด้านขุมพลังของ ไฮเอช ใหม่ มีให้เลือกทั้งแบบ มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์ดีเซลแบบ 1GD-FTV ขนาด 2.8 ลิตร และเครื่องยนต์เบนซิน แบบ 7GR ขนาด 3.5 ลิตร ให้ประสิทธิภาพในการขับขี่ที่ดี ประหยัดน้ำมัน มาพร้อมพวงมาลัยแบบแปรผันและช่วงล่างหน้าแมคเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังเป็นแหนบแผ่นซ้อน ช่วยเรื่องการทรงตัวและรองรับน้ำหนักสำหรับการโดยสารหรือการขนสัมภาระได้อย่างดี
ส่วนด้านความปลอดภัย “ไฮเอช ใหม่” ได้การรับรองมาตรฐานความปลอดภัย Euro NCAP ระดับ 5 ดาว ด้วยโครงสร้าง ตัวถัง TNGA (Toyota New Global Architecture) ทำให้น้ำหนักเบาแข็งแกร่งมากขึ้น พร้อมระบบ Toyota safety Sense อาทิ ระบบควบคุมการทรงตัว (Vehicle Stability Control), ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน(Hill Start Assist) , ระบบเบรก ABS,ไฟสัญญาณเตือนขณะเบรกหรือลดความเร็วกะทัดหัน (Emergency Brake Signals) พร้อมถุงลมนิรภัย SRS
สำหรับ “ไฮเอช ใหม่” ที่เปิดตัวในครั้งนี้ มีให้เลือก 3 เวอร์ชั่น ได้แก่ Commuter, Tourism, Van ทั้งแบบหลังคามาตรฐานและหลังคาสูง โดยเปิดตลาดในฟิลิปปินส์เป็นประเทศแรกในโลก จากนั้นจะทยอยเปิดในประเทศและภูมิภาคอื่นๆ ต่อไป โดยเฉพาะใน ภูมิภาคเอเชียตะวันออกกลาง, แอฟริกา, โอเชียเนีย, เม็กซิโก และละตินอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดหลักของรถรุ่นนี้ ส่วน ไฮเอท รุ่นปัจจุบัน ก็ยังคงมีขายอยู่ในญี่ปุ่น เนื่องจากผู้บริโภคยังมีความต้องการรุ่นนี้อยู่ ด้านในไทย คาดว่ามีการทำตลาดอย่างแน่นอน ส่วนจะเป็นปีนี้ หรือปีหน้า นำเข้าหรือประกอบในประเทศคงต้องจับตาดูกันอีกที


