xs
xsm
sm
md
lg

ซูซูกิ เออร์ทิก้า 1.5 ลิตร ทางเลือกคุ้มค่า ราคาโดน (คลิป)

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เจเนอเรชั่นที่สอง ของซูซูกิ เออร์ทิก้า เผยโฉมอย่างเป็นทางการมาด้วยความเปลี่ยนแปลงมากมายหลายประการ หลังจากที่โมเดลแรก สร้างยอดขายได้ในระดับหนึ่งแต่ยังไม่เป็นที่น่าพึงพอใจ มาใหม่คราวนี้ทางทีมผู้บริหารซูซูกิ ทราบถึงความต้องการของลูกค้าชาวไทยมากขึ้น จึงจัดให้แบบครบครัน




เหนืออื่นใด มากับราคาที่ต้องบอกว่า น่าทึ่งเป็นอย่างยิ่ง กับค่าตัว 655,000 และ 695,000 บาท ทำไมเราจึงบอกว่าน่าทึ่ง ตามทีมงานเอ็มจีอาร์ มอเตอริ่ง ไปร่วมการทดลองขับ ซูซูกิ เออร์ทิก้า กับเส้นทางเชียงราย-สามเหลี่ยมทองคำ แล้วมาหาคำตอบกัน







ใหม่หมดทั้งโครงสร้าง-เครื่องยนต์


ยอมรับว่า รอบนี้ ซูซูกิ จัดการเปลี่ยนใหม่หมดทั้งคันจริงๆ สำหรับเจ้า เออร์ทิก้า ขอเริ่มจากโครงสร้างตัวถังก่อนเป็นลำดับแรก ใช้เทคโนโลยีชื่อ Heartect แบบเดียวกันกับของ สวิฟท์ ซึ่งจะเด่นในเรื่องของ การบิดตัวน้อยและมีความแข็งแกร่งมากขึ้นแต่น้ำหนักเบาลง








ด้านการออกแบบดีไซน์ภายนอก สลัดทิ้งคราบเดิมของเออร์ทิก้าไปหมดสิ้น มากับไฟหน้ารูปทรงใหม่แนวเดียวกับรถยุโรป กระจังหน้าลายเส้นขวางดูหรูหรา ส่วนด้านหลังดีไซน์ไฟท้ายมาด้วยรูปทรงตัว L ตามสมัยนิยม โดยเป็น LED แบบ Light guides

การออกแบบภายใน ดูจะเป็นสิ่งที่โดดเด่นที่สุดของเออร์ทิก้า เจเนอเรชั่นนี้ ด้วยการใส่ลายไม้ที่คอนโซลหน้า เพื่อเพิ่มความหรูหรา พร้อมพวงมาลัยทรง D เชฟ ท้ายตัด ให้ความรู้สึกแบบสปอร์ต ซึ่งมีข้อดีคือ ไม่ติดขาเวลาขับ










ส่วนระบบปรับอากาศยังเป็นแบบมือหมุน และหน้าจอใหญ่ ขนาด 7 นิ้ว แต่ใช้งานจริงมีเพียงการแสดงผลเล็กๆ เท่านั้น โดยเป็นเพียงวิทยุและระบบเชื่อมต่อผ่านบลูทูธ คำแนะนำของเราคือ ควรเปลี่ยนตั้งแต่ออกรถเลยเพื่อความบันเทิงที่สมบูรณ์










เบาะนั่งมีทั้งสิ้น 3 แถว 7 ที่นั่งเป็นผ้า ซึ่งมีข้อดีคือ ไม่ร้อนเวลาที่จอดรถตากแดด พร้อมกับมีระบบแอร์สำหรับที่นั่งตอนหลัง โดยมีคอยล์เย็นแยกต่างหากจากชุดแอร์ทางด้านหน้า ส่วนอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอื่นๆ ถือว่าครบ ทั้งช่อง USB , ช่องเสียบไฟ 12V , ที่วางแก้วน้ำ 8 ตำแหน่ง และช่องเก็บของเอนกประสงค์ทางด้านหลัง





เครื่องยนต์ตัวใหม่ รหัส K15B ขนาด 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 105 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 138 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ที่อนาคตอาจจะปรับเปลี่ยนเป็น 5 สปีดหรือแบบอื่นได้ อัตราการบริโภคน้ำมันตามการเคลมของซูซูกิระบุว่า ในเมือง 12.7 กม./ลิตร นอกเมือง 18.5 กม./ลิตร และเฉลี่ย 15.9 กม./ลิตร

ด้านอุปกรณ์เสริมความปลอดภัยมาเต็มทั้งถุงลมนิรภัยคู่หน้า , ระบบเบรก ABS, EBD, BA, ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESP , ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HHC และระบบกุญแจนิรภัยแบบ Immobilizer







ทรงตัวดี ขับสบายสไตล์ครอบครัว


ในส่วนของการขับ เริ่มต้นด้วยตำแหน่งสารถี ขึ้นรถมาได้ก็จัดแจงเบาะนั่งให้เหมาะสม ดูภาพรวมของภายในห้องโดยสารแล้วรู้สึกว่า กว้างขวางดี ลายไม้อาจจะไม่ถูกใจวัยรุ่นสักเท่าไหร่ หน้าจอเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เห็นที่แรกแล้วประทับใจ แต่เมื่อลองกดเปิด กลับกลายเป็นความผิดหวัง เพราะมันไม่ใช่จอใหญ่






เรื่องหน้าจอนี้เราถามทางทีมผู้บริหารซูซูกิ ได้รับคำตอบว่า จากข้อมูลประสบการณ์ที่ผ่านมาลูกค้าส่วนใหญ่จะเปลี่ยนและเลือกจอเอง โดยโชว์รูม เปิดโอกาสให้เทิร์นวิทยุติดรถได้เลย ดังนั้น จึงมองว่า ติดตั้งมาให้แบบนี้ก็เพียงพอ ทำให้ราคาขายไม่สูงมาก ลูกค้าน่าจะมีความรู้สึกที่ดีกว่า เป็นอันเข้าใจตรงกันตามนี้

สำหรับการขับ บอกก่อนว่ามีสมาชิกโดยสารมาด้วยรวมทั้งสิ้น 4 คน ความรู้สึกเกี่ยวกับการเร่ง จัดว่าสมตัวกับพละกำลังที่มีอยู่ ไม่ได้ขับสนุกหรือปรู๊ดปร๊าดแต่อย่างใด เป็นรถขับสบายๆ จังหวะเร่งแซงทำได้ในระดับที่น่าพอใจสำหรับรถเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร คิกดาวน์สามารถทำได้ในทุกย่านความเร็วรวมถึงความเร็ว 120 กม./ชม. ยังเร่งขึ้นได้อีก


การทรงตัวเป็นหัวข้อที่เรียกว่า เออร์ทิก้า ทำได้ประทับใจเรา ความเร็วส่วนใหญ่ที่ใช้วิ่งอยู่ราว 100-120 กม./ชม. บางช่วงบางตอนกดหนักไปแตะถึง 160 กม./ชม. ได้ รถค่อนข้างนิ่ง ขับแล้วมั่นใจว่าเกาะถนน ส่วนจังหวะเข้าโค้ง เราเข้าด้วยความเร็วปกติ ถือว่าสอบผ่านสำหรับรถในประเภทนี้ ไม่มีอาการน่าหวาดหวั่นแต่อย่างใด

การรับแรงสั่นสะเทือน สิ่งนี้มักจะเป็นเรื่องที่ต้องแลกมาเมื่อรถคันไหน เกาะถนนนิ่งๆ เมื่อต้องมาเจอทางที่เป็นหลุมบ่อหรือไม่เรียบ เราจะรับรู้ถึงผิวถนนที่ย่ำแย่นั้นได้เป็นอย่างดี และเออร์ทิก้า ก็สามารถสะท้อนความรู้สึกของแรงสะเทือนจากผิวถนนเหล่านั้นได้ค่อนข้างชัดเจน ส่วนหนึ่งอาจจะมาจากยางประกอบกับช่วงล่างหลังที่เป็นทอร์ชั่น บีม


การบังคับควบคุมพวงมาลัย ยังเป็นแบบแรคแอนด์พิเนี่ยน ไม่ใช่ไฟฟ้า ดังนั้นเวลาที่เราขับจึงยังมีความรู้สึกว่า มีระยะฟรีอยู่บ้าง แต่คงไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด ด้วยรัศมีวงเลี้ยวแคบสุดเพียง 5.2 เมตรเท่านั้น แถมน้ำหนักการหมุนยังเบามือ คุณผู้หญิงขับได้สบาย คล่องตัวเมื่อใช้งานในเมืองอย่างไม่ต้องสงสัย





เมื่อย้ายเป็นผู้โดยสารแถวหลัง มีแอร์ด้านบนให้ปรับ รับประกันความเย็นสบาย เนื่องจากมีคอยล์เย็นแยกส่วนออกมาเพื่อรองรับทางด้านหลังโดยเฉพาะ ซึ่งผลลัพท์ของการมานั่งด้านหลังคือ ผู้เขียนหลับ มาตื่นอีกครั้งเมื่อถึงจุดหมายที่ต้องสลับตำแหน่งการนั่งอีกครั้ง โดยคันของเราตอนนี้เหลือสมาชิก 3 คน









เราย้ายมาประจำการในตำแหน่งผู้โดยสารทางด้านหน้า รอบนี้ได้เห็นความเร็วของการขับขี่ที่ระดับ 160 กม./ชม. อีกครั้งและความเร็วส่วนใหญ่อยู่ในระดับ 120 กม./ชม.ขึ้นไป เนื่องจากเป็นทางตรงยาวๆ ถนนเรียบขับสบายๆ แต่ชีวิตไม่ง่ายเสมอไป







หลังจากทางตรงยาวเจอโค้ง คนขับเข้าโค้งมาด้วยความเร็วระดับ 100 กม./ชม. แล้วที่ปลายโค้งนั้นมีไฟแดงติดตั้งอยู่ คนขับถึงกับต้องเบรกฉุกเฉิน ได้รับรู้ถึงการทำงานของระบบเบรก ABS และระบบช่วยเสริมแรงเบรกBA และกระจายแรงเบรก EBD ทำให้รถหยุดสนิทได้ทันตรงเส้นของไฟแดงพอดี แน่นอนว่ามีอาการหัวทิ่มหัวตำกันอย่างไม่ต้องสงสัย








เหมาะกับใคร


คนที่กำลังมองหารถครอบครัว สมาชิก 5-7 คน กับงบประมาณไม่เกิน 7 แสนบาท เออร์ทิก้า ตอบได้ตรงใจ ทั้งยังมีพื้นที่เหลือๆ สำหรับใส่ของทางด้านหลังได้อย่างสะดวกสบาย อาจจะรวมไปถึงเหล่าพ่อค้า-แม่ค้า ตามตลาดนัดที่จำเป็นต้องใช้รถเล็กบรรทุกของแบบมิดชิด เพื่อความคล่องตัวและปลอดภัยของสินค้า เจ้าเออร์ทิก้าก็ดูเหมาะสมดี






กำลังโหลดความคิดเห็น...