xs
xsm
sm
md
lg

เส้นทาง “นิสสัน” ผงาดสู่ผู้นำในยุครถยนต์พลังงานไฟฟ้า

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“อนาคตของการขับเคลื่อน คือ การใช้พลังงานไฟฟ้า การเชื่อมต่อ และระบบขับขี่แบบอัตโนมัติ” นี่คือคำประกาศของนิสสัน ที่จะขับเคลื่อนสู่อนาคตแบรนด์ยานยนต์พลังงานไฟฟ้ารายแรกของโลก หลังพิสูจน์ความชำนาญ ด้วยการส่งยานยนต์ไร้มลภาวะกว่า 380,000 คัน สู่ท้องถนนทั่วโลก และมีแผนส่งยานยนต์พลังงานไฟฟ้า 1 ล้านคัน สู่ผู้บริโภคทั่วโลก ภายในปี 2022

ทั้งได้รับการยอมรับจากทั่วโลกในฐานะยานยนต์พลังงานไฟฟ้า ด้วยรางวัลต่างๆ อาทิ รถยนต์ปลอดมลพิษโลก (World Green Car award) ปี 2018 ในงานแสดงรถยนต์นานาชาติ ที่นิวยอร์ค ปูทางให้นิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลีตี้ (Nissan Intelligent Mobility) เข้าสู่เอเชียและโอเชียเนีย เมื่อกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยนิสสัน ประกาศ เปิดจอง ลีฟ ใหม่ ในปี 2562 ในหลายประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย ฮ่องกง มาเลเซีย นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ เกาหลีใต้ และ ไทย โดยตลาด 2 ประเทศหลังสุด มียอดสั่งจองเข้ามาแล้ว

การเปิดตัว ลีฟ ใหม่ ในภูมิภาคนี้ แสดงให้เห็นถึงความต้องการของผู้บริโภคที่จะก้าวสู่ยุคยานยนต์พลังงานไฟฟ้า และการวิจัย พบว่า กว่า 40% ของผู้บริโภคไทย ต้องการซื้อรถพลังงานไฟฟ้าเป็นรถคันต่อไป และจากลูกค้า 3 ใน 4 ของฟิลลิปปินส์ คิดจะซื้อรถพลังงานไฟฟ้าเป็นรถคันต่อไปเช่นกัน หากได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ หากไม่มีความช่วยเหลือ ตัวเลขความต้องการนี้อาจจะลดลงกว่าครึ่ง
พร้อมกันนี้ ได้มีการสานความสัมพันธ์กับผู้นำอุตสาหกรรมต่างๆ โดยในไทย นิสสัน ได้ลงนามข้อตกลงความเข้าใจ หรือ MOU กับการไฟฟ้าภูมิภาคแห่งประเทศไทย เพื่อเพิ่มทางเลือกของการชาร์จพลังงาน สำหรับรองรับการมาของ ลีฟ ใหม่ ในปีงบประมาณนี้ และยังชักชวนผู้บริหารจากองค์กรชั้นนำเยี่ยมชมและเรียนรู้เกี่ยวกับยานยนต์ไฟฟ้า

พร้อมกันนี้ ได้มีการสานความสัมพันธ์กับผู้นำอุตสาหกรรมต่างๆ โดยในไทย นิสสัน ได้ลงนามข้อตกลงความเข้าใจ หรือ MOU กับการไฟฟ้าภูมิภาคแห่งประเทศไทย เพื่อเพิ่มทางเลือกของการชาร์จพลังงาน สำหรับรองรับการมาของ ลีฟ ใหม่ ในปีงบประมาณนี้ และยังชักชวนผู้บริหารจากองค์กรชั้นนำเยี่ยมชมและเรียนรู้เกี่ยวกับยานยนต์ไฟฟ้า




ลำดับเหตุการณ์สำคัญของนิสสัน ด้านการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ในรอบปีที่ผ่านมา มีดังนี้

มกราคม 2561

-ลีฟ ใหม่ ได้รับการจัดอันดับ 1 ใน 10 อันดับแรก ของรางวัลรถยนต์โลกแห่งปี (2018 World Car of the Year) โดยเข้ารอบ 4 คันสุดท้าย รถยนต์ไร้มลพิษโลก ปี 2018 นับเป็นครั้งที่ 5 จาก 14 ปี ที่ได้เข้ารอบสุดท้าย

-เปิดตัว ลีฟ ใหม่ ที่งานมอเตอร์โชว์ สิงคโปร์


กุมภาพันธ์ 2561

-เปิดประเด็นเรื่องอนาคตการขับเคลื่อน ในงาน นิสสัน ฟิวเจอร์ส พร้อมจัดแสดง ลีฟ ใหม่, หุ่นอีโปโร, โน๊ต อี-พาวเวอร์ และระบบขับเคลื่อนแบบ อี-พาวเวอร์ รวมถึงโครงข่ายพลังงานแบบ Vehicle-to-Home

-แผนเปิดตัว ลีฟ ใน 7 ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย ภายในปี 2562 และมีแผนเปิดตัวในตลาดอื่นๆ ในภูมิภาคอีกด้วย

มีนาคม 2561

-วางแผนจำหน่ายยานยนต์พลังงานไฟฟ้า และยานยนต์ระบบอี-พาวเวอร์ จำนวน 1 ล้านคัน ในปี 2565 ตามแผนระยะกลาง M.O.V.E. 2022 ดังนี้

1.การพัฒนารถไฟฟ้าอีก 8 รุ่น โดยพัฒนาจากนิสสัน ลีฟ ใหม่


2.เปิดตัวรถไฟฟ้าในจีน ภายใต้แบรนด์ท้องถิ่น


3.เปิดตัวรถไฟฟ้าขนาดเล็ก หรือ “เคย์คาร์” ในญี่ปุ่น


4.เสนอรถไฟฟ้าแบบครอสโอเวอร์ ที่ได้แรงบันดาลใจจากรถต้นแบบ นิสสัน ไอเอ็มเอ็กซ์


5.รถไฟฟ้า ภายใต้แบรนด์ อินฟินิตี้ (INFINITI) เริ่มจากปีงบประมาณ 2564


6.เสนอส่งรถ 20 รุ่น สู่ 20 ตลาด พร้อมเทคโนโลยีการขับแบบอัตโนมัติ


7.เชื่อมต่อ 100% รถของแบรนด์ นิสสัน, อินฟินิตี้ และ ดัทสัน ที่ขายในตลาดหลักภายในระยะเวลาแผน




เมษายน 2561

-นิสสัน ลีฟ ใหม่ ได้รับรางวัล “รถยนต์สีเขียวแห่งปี 2018” (2018 World Green Car) ในงาน แสดงรถยนต์นานาชาติ ที่นิวยอร์ค เป็นรถพลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกที่ได้รับรางวัลดังกล่าว

พฤษภาคม 2561

-นิสสัน มุ่งมั่นก้าวสู่ยุคยานยนต์พลังงานไฟฟ้า ที่ไคดา ฟอรั่ม (KAIDA forum) เพื่อสร้างการยอมรับยานยนต์และเทคโนโลยีแบตเตอรี่พลังงานไฟฟ้า ให้เข้าถึงลูกค้าได้ง่ายขึ้น

มิถุนายน 2561

-ประกาศวิสัยทัศน์แห่งอนาคตของยานยนต์ ที่งานอินโนฟเฟส อันบาวด์ (Innovfest Unbound) มุ่งมั่นวางแผนสนับสนุนยานยนต์พลังงานไฟฟ้า เพื่อใช้สำหรับการคมนาคมและการเป็นเจ้าของยานพาหนะรูปแบบใหม่ ในการเชื่อมต่อรถเข้ากับโครงข่ายพลังงาน ช่วยให้เมืองและชุมชนจัดการพลังงานได้ดียิ่งขึ้น

กรกฎาคม 2561

-ตอกย้ำความจำเป็นในการร่วมมือกันเพื่อผลักดันสู่ยุคของการใช้พลังงานไฟฟ้า ในงานการประชุมรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ฟิลลิปปินส์

สิงหาคม 2561

-การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ลงนามในข้อตกลงความเข้าใจกับนิสสัน เพื่อประกาศความร่วมมือในการสร้างจุดชาร์จไฟภายในบ้าน เพื่อโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการเปิดตัว ลีฟ ใหม่ ในไทย

-ประกาศอนาคตของการขับเคลื่อน คือ การใช้พลังงานไฟฟ้า การเชื่อมต่อ และการขับขี่อัตโนมัติ ที่งาน บล็อกนัน ทูมอโรว์ (Blognone Tomorrow) ในกรุงเทพฯ

-แสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับอนาคตของยานยนต์ และการใช้งานในชีวิตประจำวันที่งาน บล็อกนอน ทูมอโรว์ (Blognone Tomorrow) ในกรุงเทพฯ โดย วินเซนต์ วิจเนน รองประธานอาวุโส นิสสัน เอเชีย และโอเชียเนีย กล่าวว่า เราเข้าใจผู้คนในยุคมิลเลนเนี่ยล ที่คาดหวังการเชื่อมต่อตลอดเวลา ทั้งระหว่างการขับขี่และโดยสาร ซึ่งผลการวิจัย ชี้ว่า กว่า 40% ของผู้บริโภคไทย เปิดใจที่จะซื้อรถไฟฟ้าเป็นรคันต่อไป

กันยายน 2561

-เสนอวิสัยทัศน์ของอนาคตของการขับเคลื่อน ที่การประชุมฟอรั่มเศรษฐกิจโลกอาเซียนปี 2018 (World Economic Forum on ASEAN 2018) ที่กรุงฮานอย เวียดนาม

-ร่วมมือกับวูแมนฟอรั่ม สิงคโปร์ เพื่อผลักดันการยอมรับการใช้งานของยานยนต์พลังงานไฟฟ้า

ตุลาคม 2561

-เผยยอดขายหนึ่งในสามของออสเตรเลียจะมาจากยานยนต์ไฟฟ้า โดยนิสสัน ได้เตรียมพร้อมด้วยการเปิดตัว ลีฟ ใหม่ กลางปี 2562 มาพร้อมฟังก์ชั่น e-Pedal, Apple CarPlay และ Android Auto ระยะการขับขี่สูงถึง 270 กิโลเมตรต่อการชาร์ต 1 ครั้ง จากแบตเตอรี่ขนาด 40kWh

-ประกาศ " พลังงานไฟฟ้า การเชื่อมต่อ และระบบขับขี่อัตโนมัติ คืออนาคตของยานยนต์" ที่ งาน อนาไลซิส เอเชีย (Analyse Asia) พ็อดคาสท์ธุรกิจที่ให้ความสำคัญไปที่อนาคตของการเคลื่อนที่ในเอเชีย

-รัฐมนตรีด้านการค้าของมาเลเซียเยี่ยมชมสำนักงานใหญ่ระดับโลกของนิสสัน เพื่อปูทางสู่การเปิดตัวลีฟ ที่มาเลเซียในอนาคต

พฤศจิกายน 2561

-เปิดรับจองนิสสัน ลีฟ ใหม่ ที่เกาหลี

-ลีฟ ใหม่ จัดแสดง ในงานกัวลาลัมเปอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์ โชว์ 2018 (Kuala Lumpur International Motor Show 2018)

-นิสสัน ลีฟ ได้รับรางวัลนวัตกรรมสีเขียวแห่งปี (Car of the Year Green Innovation award) จาก Drive.com.au ที่ออสเตรเลีย

ธันวาคม 2561

-เปิดตัว นิสสัน ลีฟ ใหม่ ครั้งแรก พร้อมรับจอง ในงานมหกรรมยานยนต์ 2018 ที่ประเทศไทย

แม้ในปีที่ผ่านมา ได้เกิดความคืบหน้ามากมายเกี่ยวกับการขับเคลื่อนไปสู่เรื่องของยานยนต์พลังงานไฟฟ้าในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย แต่ยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่พร้อมจะเกิดขึ้นในปีนี้ อันสืบเนื่องจากผู้ขับขี่ในภูมิภาค นิสสันเองได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในปีที่ผ่านมาอย่างไร้ข้อสงสัย พร้อมแสดงความมุ่งมั่นของบริษัทฯที่จะผลักดันยานยนต์พลังงานไฟฟ้าให้กับผู้กำหนดนโยบาย รวมถึงการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมและผู้บริโภคในทิศทางที่ถูกต้อง


กำลังโหลดความคิดเห็น...