xs
xsm
sm
md
lg

“มิชลิน” ชี้มอเตอร์สปอร์ตคือเวทีพัฒนาผลิตภัณฑ์ชั้นยอด

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ค่ายยางชื่อดังจากฝรั่งเศส “มิชลิน” ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านมอเตอร์สปอร์ต ชี้เกมการแข่งขันคือเวทีพัฒนาผลิตภัณฑ์ชั้นยอดเพื่อส่งต่อเทคโนโลยีถึงมือผู้บริโภค ล่าสุด ประกาศสนับสนุนศึกมาราธอน เอเชียน เลอ มังส์ ซีรีส์ ยาวถึงปี 2021 ขณะที่ผลดวลความเร็วสนามช้างฯ เซอร์กิต ทีมแข่งอเมริกัน ยูไนเต็ด ออโตสปอร์ต ซิวแชมป์ไปครอง


มิชลินต่อยอดความเป็นผู้นำด้านมอเตอร์สปอร์ตผ่านการสนับสนุน เอเชียน เลอ มังส์ ซีรีส์ การแข่งรถยนต์มาราธอนทางเรียบแห่งเอเชียที่ริเริ่มขึ้นโดย Automobile Club de l'Ouest (ACO) จัดครั้งแรกตั้งแต่ปี 2013 ซึ่งรายการนี้ถือได้ว่าเป็นเรซระดับอินเตอร์เนชั่นแนล ที่นักแข่งจากทุกทีมต้องดวลความเร็วท่ามกลางอุปสรรคต่างๆ อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานถึง 4 ชั่วโมงเต็ม


สำหรับการแข่งขัน เอเชียน เลอ มังส์ ซีรีส์ มีจุดมุ่งหมายเพื่อดึงดูดทีมแข่งและนักแข่งจากประเทศในเอเชีย ทั้งจีน ญี่ปุ่น และจากทั่วโลกร่วมการแข่งขันชิงแชมป์ความทรหดอดทนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเซีย โดยทีมที่มีคะแนนสะสมสูงสุดในแต่ละรุ่น จะได้สิทธิ์เข้าร่วมแข่งขันในรายการ 24 Hours of Le Mans ที่ประเทศฝรั่งเศส


ดังนั้น เรซมาราธอนที่ยิ่งใหญ่แห่งเอเชีย จึงเสมือนเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาก่อนก้าวสู่เวทีระดับโลกที่ได้รับการยกย่องว่าทรหดอดทนทั้งคนทั้งรถที่มีชื่อเสียงที่สุด และเป็นความฝันของนักแข่งทุกคนที่จะเข้าร่วมในการแข่งขันรายการดังกล่าว
แพทริค ดีแอส

สำหรับประเทศไทยนั้น เอเชียน เลอ มังส์ ซีรีส์ เริ่มเข้ามาแข่งในประเทศไทยตั้งแต่ฤดูกาล 2015/2016 การแข่งขันแบ่งออกเป็นสามรุ่นคือ LMP2, LMP3 และ GT โดยใช้รูปแบบเดียวกับ FIA World Endurance Championship ซึ่งมีมิชลินเป็นผู้สนับสนุนยางอย่างเป็นทางการ และล่าสุด เพิ่งขยายสัญญายาวถึงปี 2021


แพทริค ดีแอส ผู้อำนวยการฝ่ายมอเตอร์สปอร์ต ประจำภาคพื้นเอเชียแปซิฟิคของมิชลิน กล่าวว่า สำหรับการแข่งขันที่แสนทรหดนี้ มิชลินจัดเตรียมยางกว่า 500 เส้นที่ทนทานและเหมาะสมให้รถแข่งทุกคัน ทั้งแบบที่ใช้บนพื้นผิวแทร็คแห้งและเปียก โดยนอกจากผลิตภัณฑ์คุณภาพที่ต้องรองรับแรงเสียดทานอย่างแสนสาหัสตลอดการแข่งขัน ทุกขั้นตอนจึงต้องผ่านการทำงานของมืออาชีพที่เชื่อถือได้


“สำหรับมิชลิน ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมยางรถยนต์ เราให้การสนับสนุนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็มีการเก็บข้อมูลการใช้ยางในทุกสนามแข่งขันที่มีสภาวะแตกต่างกัน และนำมาศึกษา วิเคราะห์ เพื่อพัฒนาต่อยอดไปสู่ผลิตภัณฑ์ในชีวิตประจำวัน ตลอดจนการสร้างสรรค์วัสดุจากเทคโนโลยีขั้นสูงสำหรับการสัญจรอย่างยั่งยืน”


เอเชียน เลอ มังส์ ซีรีส์ ประจำฤดูกาล 2018/2019 มีคิวดวลความทรหดทั้งสิ้น 4 สนาม สนามแรกจัดที่เมืองเซี่ยงไฮ้ บนสังเวียนเซี่ยงไฮ้ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศจีน เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน 2018 สนามสองโยกไปที่สนามฟูจิ สปีดเวย์ ประเทศญี่ปุ่น และสนามสามที่ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ประเทศไทย ก่อนจะปิดท้ายที่สนามเซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์นี้


ขณะเดียวกันผลการแข่งขันสนามที่สาม ณ ช้างฯ เซอร์กิต ซึ่งตรงกับวันเด็กแห่งชาติของไทยและได้รับความสนใจจากผู้ชมเป็นอย่างมาก ยอดทีมแข่งทั่วทั้งเอเชียและยุโรปกว่า 30 ทีม ตบเท้าดวลความเร็วสุดโหดต่อเนื่อง 4 ชั่วโมง เกมสตาร์ทกันก่อนเที่ยงตั้งแต่เวลา 11.45 น.


หลังการขับเคี่ยวฟันฝ่าอุปสรรคมากมาย ทั้งสภาพภูมิอากาศที่แตกต่างจากสองสนามที่ผ่านมา เมื่อผ่าน 4 ชั่วโมงเต็ม แชมป์ในรุ่นสูงสุดยังสมราคา เป็นอดีตนักขับเอฟวันชาวสก็อต “พอล ดิ เรสต้า” ควง “ฟิลลิป แฮนสัน” ทีมเมทดาวรุ่งชาวอังกฤษพา ยูไนเต็ด ออโตสปอร์ต ยอดทีมแข่งอเมริกันผงาดคว้าแชมป์ได้สำเร็จ วิ่งไปได้ทั้งสิ้น 158 รอบสนาม คิดเป็นระยะทางรวมถึง 719.532 กิโลเมตร จากระยะทางต่อรอบของสนาม 4.554 กิโลเมตร


ส่วนอันดับ 2 ในสนามนี้ตกเป็นของ อัลการ์ฟ โปร เรซซิ่ง เวลาตามหลังแชมป์ถึง 2 นาที 18.044 วินาที (1 รอบสนาม) ด้านอันดับ 3 เป็นของรถแข่งหมายเลข 35 จาก เพนิส บาร์เตซ คอมเพติชั่น ทีมแข่งฝรั่งเศส
ยูไนเต็ด ออโตสปอร์ต ซิวแชมป์สนามช้างฯ

ขณะที่แชมป์ในคลาส LMP3 ตกเป็นของรถแข่งหมายเลข 2 จากยูไนเต็ด ออโตสปอร์ต ทีมแข่งอเมริกันที่ขับโดย เวย์น บอยด์ นักขับอังกฤษ จับคู่กับ แกเร็ตต์ กริสต์ นักขับแคนาเดียน และคริส บันคอมบ์ ทีมเมทชาวอังกฤษ โดยทั้งสามคนช่วยกันสร้างผลงานระดับมาสเตอร์ พาทีมเข้าป้ายเป็นคันแรกด้วยจำนวนรอบทั้งสิ้น 151 รอบสนาม


ด้านผลการแข่งขันในคลาส GT แชมป์ตกเป็นของรถแข่งเฟอร์รารี่ 488 จีที3 หมายเลข 11 คาร์ กาย ทีมแข่งญี่ปุ่นที่ขับโดย เจมส์ คาลาโด้ นักขับอังกฤษ, ทาเคชิ คิมูระ และ เคอิ คอซโซลิโน สองนักขับญี่ปุ่นที่ช่วยกันสร้างผลงานยอดเยี่ยม เข้าป้ายเป็นคันแรก ทำไปได้ทั้งสิ้น 146 รอบสนาม


สำหรับการแข่งขัน เอเชียน เลอ มังส์ ซีรีส์ 2018/19 สนามสุดท้าย เตรียมไปดวลความเร็วกันที่สนามเซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 22-24 กุมภาพันธ์นี้.



กำลังโหลดความคิดเห็น...