xs
xsm
sm
md
lg

12 รุ่น รถใหม่เตรียมบุกตลาดไทยปีนี้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ในปีนี้บรรดาผู้บริหารค่ายรถยนต์ต่างคาดคะเนยอดขายของตลาดรวมเอาไว้ที่ 1 ล้านคัน ซึ่งถือว่าไม่น้อยสำหรับตลาดเล็กๆ อย่างประเทศไทย โดยหนึ่งในสิ่งที่ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันให้ยอดขายไปถึงเป้าหมายได้ นั่นก็คือ การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ ทีมงาน เอ็มจีอาร์ มอเตอริ่ง รวบรวมข้อมูลทั้งจากแหล่งข่าวและการทิศทางการเปิดตัวของรถยนต์ในตลาดโลก มานำเสนอ โดยเลือกรุ่นที่ถือว่าเป็นไฮไลต์ของปีนี้มาทั้งสิ้น 12 คัน จะเป็นแบรนด์ไหน รุ่นใดบ้าง เชิญติดตามกันได้





Honda Accord

ยืนยัน 1,000,000% สำหรับการทำตลาดอย่างเป็นทางการในเมืองไทยของ ฮอนด้า แอคคอร์ด เจเนอเรชันที่ 10 ในช่วงต้นปีนี้ (คาดว่า ประมาณมีนาคม) หลังจากที่เผยโฉมอย่างเป็นทางการครั้งแรกของภูมิภาคอาเซียนในงานมหกรรมยานยนต์เมื่อปลายปีที่ผ่านมา โดยมีการเปิดเผยข้อมูลบางส่วนว่าจะมากับเครื่องยนต์ 2 แบบคือ 2.0 ลิตร ไฮบริด กำลังสูงสุด 212 แรงม้า และ 1.5 ลิตร เทอร์โบ กำลังสูงสุด 194 แรงม้า (ตัวเลขแรงม้าตามสเปกอเมริกา ส่วนสเปกที่จำหน่ายในประเทศไทยอาจจะแตกต่างเล็กน้อย) จุดเด่น คือ การใส่ระบบความปลอดภัยเต็มรูปแบบในชื่อของ Honda Sensing







Toyota Corolla

หลังจากที่ทยอยเปิดตัวรุ่นตัวถัง 5 ประตู และตามด้วยเวอร์ชัน 4 ประตู ในตลาดโลกเป็นที่เรียบร้อย เจเนอเรชันที่ 12 ของรถยนต์ขายดีอันดับ 1 โตโยต้า “โคโรลล่า” ได้คิวเปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการในปีนี้ ซึ่งตลาดโลกเปิดตัวด้วยหลากหลายทางเลือก ทั้งเครื่องยนต์ 1.2 ลิตร เทอร์โบ, 1.8 ลิตร เบนซิน และ 1.8 ลิตร ไฮบริด , 2.0 ลิตร เบนซินและไฮบริด ส่วนเมืองไทย จะมีรุ่นที่ทำตลาดด้วยเครื่องยนต์ไฮบริด อย่างแน่นอน แต่จะมาครบทั้ง 3 ขนาดหรือไม่ คงต้องติดตาม สำหรับรูปที่เห็นเป็นเวอร์ชันอเมริกา แต่ถ้ามาบ้านเราไม่ชัวร์ว่าจะมีการปรับหน้าตาอีกหรือเปล่า








Mazda 3

โฉมใหม่ที่เป็นโมเดลเชนจ์ของ 3 ที่ถูกเปิดตัวครั้งแรกในงานแอลเอ มอเตอร์โชว์ เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยจะมีทั้งตัวถังซีดาน และแฮทช์แบ็ก พร้อมรูปลักษณ์ที่ถอดแบบมาจากรถยนต์ต้นแบบรุ่น RX-Vision ที่เปิดตัวในงาน Tokyo Motorshow 2015 ส่วนไฮไลต์ของตัวรถคือ เครื่องยนต์ใหม่ Skyactive-X ซึ่งเป็นเทคโนโลยีSpark-controlled compression ignition engineโดยในเครื่องยนต์เบนซินจะยังมีการติดตั้งหัวเทียนเหมือนเดิม แต่มีการปรับบทบาทใหม่ในการทำงานที่แตกต่างจากเครื่องยนต์เบนซินทั่วไป โดยจะเป็นรุ่น 1.5 ลิตร ส่วนที่เหลือเป็นเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 และ 2.5 ลิตร ในกลุ่ม Skyactive-G และรุ่นเทอร์โบดีเซล Skyactive-D ที่มีความจุกระบอกสูบ 2.0 ลิตร ที่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดทางเทคนิค สำหรับบ้านเรากลางปีนี้จะได้เห็นกัน










Mazda CX-8

ขณะที่อีกหนึ่งรุ่นยืนยันการทำตลาดอย่างเป็นทางการเช่นเดียวกับมาสด้า 3 โดยซีเอ็กซ์-8 จะเข้ามาเป็นเรือธงตัวใหม่ ด้วยเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.2 ลิตร พิกัดกำลัง 190 แรงม้า ขณะที่อีกทางเลือกหนึ่งในรุ่นเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.5ลิตร กำลังสูงสุด 190 แรงม้า และ ในรุ่นเทอร์โบ 230 แรงม้า ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าจะทำตลาดด้วยหรือไม่ เนื่องจาก ในประเทศมาเลเซียเองที่เป็นฐานการผลิตรถรุ่น ซีเอ็กซ์-8 มาจำหน่ายบ้านเรานั้น ยังทำตลาดด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตรเพียงรุ่นเดียว โดยมีกำหนดเปิดตัวในมาเลเซียราวกลางปี ดังนั้นการเปิดตัวในประเทศไทย น่าจะตามหลังมาเลเซียระยะหนึ่ง คาดว่าอย่างช้าคือช่วงปลายปี





Suzuki Jimny

ทันทีที่เปิดตัวในญี่ปุ่น และมีการนำคันจริงออกมาเปิดตัวในงาน Paris Motorshow รถยนต์รุ่นนี้กลายเป็นกระแสความสนใจของคนไทยทันทีเพราะมีข่าวว่าจะเข้ามาทำตลาดในบ้านเรา ซึ่งทีมงานได้รับคำยืนยัน 100% ว่าจะเปิดตัวในงานมอเตอร์โชว์ ต้นปีนี้ โดยเจนเนอเรชั่นที่ 4 ของจิมนี่มากับตัวถังทรงกล่องแบบ 3 ประตูของตัวรถ มีขนาดความยาว 3,395 มม. กว้าง 1,475 มม. สูง 1,725 มม.และระยะฐานล้อ 2,250 มม. ในญี่ปุ่น จิมนี่ จะมี 2 ทางเลือก โดยรุ่นธรรมดาจะจัดอยู่ในกลุ่ม K-Car ด้วยการใช้เครื่องยนต์ R06A แบบ 3 สูบDOHC 12 วาล์ว 660 ซีซี เทอร์โบ 64 แรงม้า ส่วนรุ่น Jimny Sierra นั้นจะใช้เครื่องยนต์รหัสเดียวกับ Ertiga ใหม่ที่เปิดตัวในอินโดนีเซีย เป็นรหัส K15Bแบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 1.5 ลิตร 102แรงม้าที่ 5,000 รอบ/นาที ซึ่งในไทยจะทำตลาดด้วยเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ที่คาดว่าจะมีราคาเปิดตัวประมาณล้านกว่าบาท





Mitsubishi Eclipse cross

จากเดิมที่มีการคาดหมายว่าจะลุยไทยเมื่อปีที่แล้ว แต่สุดท้ายต้องขยับมาเปิดตัวในปีนี้ สำหรับโมเดลใหม่ล่าสุดที่จะเข้ามาเจาะตลาดเอสยูวี ขนาดคอมแพกต์ อย่าง “มิตซูบิชิ อีคลิปส์ ครอสส์” ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่ารุ่น เอเอสเอ็กซ์ แต่เล็กกว่าเอาท์แลนเดอร์ โดย อีคลิปส์ ครอสส์ เปิดตัวอย่างเป็นทางการช่วงต้นปี 2017 งานเจนีวา มอเตอร์โชว์ ก่อนที่จะทำตลาดในญี่ปุ่นเมื่อมีนาคม 2018 ซึ่งมากับ 2 ทางเลือกหลักคือ เบนซิน ขนาด 1.5 ลิตร พ่วงเทอร์โบ และขนาด 2.0 ลิตร ที่มีกำลังสูงสุดเท่ากันคือ 150 แรงม้า ส่วนเมืองไทยจะทำตลาดด้วยเครื่องยนต์ตัวไหนรอลุ้นตอนเปิดตัวกันอีกครั้งหนึ่ง





MG กระบะ

หลังจดๆ จ้องๆ จ่อคิวทำตลาดมาหลายปี สุดท้ายได้ฤกษ์ไฟเขียวพร้อมลุยเต็มตัวสำหรับ กระบะน้องใหม่ล่าสุดที่จะแปะยี่ห้อ เอ็มจี ในการทำตลาด ซึ่งต้นฉบับที่จำหน่ายในเมืองจีนนั้นคือ แม็กซัส ที 60 รถกระบะแบบสี่ประตู ที่พกพาเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.8 ลิตร และอีกทางเลือกในรุ่นเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร ส่วนเวอร์ชันที่จะทำตลาดในประเทศไทยนั้น ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาว่าจะใช้เครื่องยนต์ตัวใด โดยจะทำตลาด เจาะกลุ่มกระบะอเนกประสงค์แบบ 4 ประตู และคาดว่าจะไม่ใช่หน้าตาแบบที่เห็นอยู่เวลานี้ โดยโมเดลกระบะรุ่นใหม่นี้ สอดคล้องกับแผนการลงทุนที่จะใช้ไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวาเพื่อส่งออกไปทั่วโลก





เชฟโรเลต เบลเซอร์-แคปติวา???

ยังเป็นปริศนาที่เริ่มมีความไม่แน่นอนเข้ามา หลังจากที่ข่าวก่อนหน้ามีการคาดคะเนว่า เชฟโรเลต จะทำตลาดเมืองไทยด้วย เอสยูวีรุ่นใหม่ นั่นก็คือ เบลเซอร์ แต่จนแล้วจนรอด ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ จนกระทั่งเวลานี้ เริ่มมีกระแสข่าวใหม่ว่า รถยนต์เอสยูวีรุ่นใหม่ของเชฟโรเลตที่จะเปิดตัวในปีนี้นั้นอาจจะเป็น แคปติวา เจเนอเรชันที่สอง เนื่องจาก ด้วยความที่ จีเอ็ม บริษัทฯ มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายรุ่น จึงสามารถหยิบเอารถรุ่นใดก็ได้ในเครือแล้วมาสวมชื่อพร้อมใหม่ให้สอดคล้องกับตลาดแต่ละแห่ง จึงมีความเป็นไปได้ว่า เชฟโรเลตจะนำเอา Baojun 530 (ชื่อที่ขายในจีน) หรือ Wuling SUV (ชื่อที่จำหน่ายในอินโดนีเซีย) รถขนาดคอมแพกต์เอสยูวีอีกหนึ่งรุ่น มาแปะสัญลักษณ์โบว์ไท แล้วขายในนามของ แคปติว่า โฉมใหม่ หลังจากที่ทำการเปิดตัวรุ่นดังกล่าวในโคลัมเบียเมื่อพฤศจิกายนที่ผ่านมานี้







Mercedes-Benz A class และ CLA

ค่ายดาวสามแฉก จะมีรถเปิดตัวหลากหลายรุ่นตามทิศทางตลาดโลกอย่างไม่ต้องสงสัย สำหรับเมืองไทยรุ่นที่น่าจับตาคงเป็น เอ-คลาส โฉมใหม่ล่าสุด ที่เปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้ว รวมถึงซีแอลเอ ที่เพิ่งจะเปิดตัวในงาน CES ที่ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา ในวันที่ 8 มกราคมนี้ โดยทั้ง 2 รุ่นนี้มีการแชร์โครงสร้างพื้นฐานร่วมกันรวมถึงเครื่องยนต์ด้วย แต่จะแยกกันทำตลาด มีทั้งเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.3 ลิตร เทอร์โบ, 2.0 ลิตร เทอร์โบ ซึ่งจะมีการเซตอัพกำลังให้แตกต่างกันออกไปเพื่อเพิ่มทางเลือกในรุ่นย่อย โดยมีรุ่นท็อปสุดคือ A35 AMG กำลัง 302 แรงม้า และทางเลือกในรุ่นเทอร์โบดีเซล 1.5 ลิตร ส่วนเมืองไทยจะเปิดตัวเมื่อไหร่และจะทำตลาดด้วยเครื่องยนต์พิกัดใดบ้าง อดใจรออีกหน่อย






BMW ซีรีส์ 3

คอมแพ็กต์ซีดานรุ่นสำคัญของบีเอ็มดับเบิลยูเปิดตัวโฉมใหม่ออกสู่ตลาดกับรหัสใหม่อย่าง G20 ซึ่งจะเข้ามาแทนที่รุ่นเดิมคือ F30 โดยการทำตลาดในยุโรปจะเริ่มส่งมอบรถได้ในเดือนมีนาคม 2018 และตอนนี้ยังมีแค่ตัวถัง 4 ประตูเท่านั้น ซึ่งมีขนาดตัวถังใหญ่ขึ้นจากรุ่นเดิมในหลายมิติ เช่น ความยาว 4,709 มม. (+85 มม.) และระยะฐานล้อ 2,851 มม. (+41 มม.) ส่วนรุ่นแวกอนยังไม่มีการเปิดตัวออกมา โดย 3 Series ใหม่จะมากับทางเลือกของเครื่องยนต์ที่หลากหลายเช่น 320d ที่ใช้เครื่องยนต์ 4 สูบ 2.0 ลิตร เทอร์โบดีเซล 190แรงม้า ตามด้วย 330i เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ4 สูบ 2.0 ลิตร เทอร์โบ 258 แรงม้า ส่วนรุ่นที่แรงขึ้นมาคือ M340i และ M340i xDrive M Performance เครื่องยนต์ 6 สูบ 3.0 ลิตร เบนซินเทอร์โบ 382 แรงม้า ซึ่งใช้เวลา 4.2 วินาทีในการทำอัตราเร่ง 0-96 กม./ชม. ส่วนรุ่นพื้นฐานของเบนซินคือ 320i แบบ 4 สูบ 2.0 ลิตร เทอร์โบ 184แรงม้า






Porsche 911

911 เจเนอเรชั่นที่ 8 มากับรหัสพัฒนา 992ภายนอกได้รับการออกแบบใหม่ แต่ยังคงเอกลักษณ์ของปอร์เช่ 911 เอาไว้ได้เช่นเดิม ตัวถังภายนอกผลิตด้วยอะลูมิเนียม ส่วนสิ่งที่เปลี่ยนไปของตัวถัง 992 เริ่มจากซุ้มล้อได้รับการขยายความกว้างกว่าโฉมก่อนหน้า เพื่อรองรับล้ออัลลอยคู่หน้า ขนาด 20 นิ้ว และคู่หลัง 21 นิ้ว ตัวถังด้านท้ายขยายกว้าง เสริมความแข็งแกร่งดุดันด้วยชุดสปอยเลอร์หลังปรับระดับได้โดยรุ่นที่ทำตลาดมีทั้งแบบขับเคลื่อนล้อหลัง และแบบ 4 ล้อที่ใช้ชื่อว่า Carrera4 ซึ่งทั้ง 2 แบบจะมีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 ความแรงบนพื้นฐานของขุมพลัง 6 สูบนอน 3.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ซึ่งถ้าเป็นรุ่นธรรมดาจะมีกำลัง 385 แรงม้า และรุ่น S จะมีกำลัง 450 แรงม้า โดยเลือกส่งกำลังได้ทั้งจากเกียร์ธรรมดา 7 จังหวะ หรือ PDK แบบ 8 จังหวะซึ่งเข้ามาแทนที่รุ่นเดิมที่มี 7 จังหวะ




Audi E-tron

หลังใช้ชื่อนี้ในการปูทางสู่การทำให้ตลาดรู้จักว่ามันคือรถยนต์แห่งอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าผ่านทางต้นแบบรุ่นต่างๆ แล้ว ในที่สุดออดี้ก็เปิดตัวคันจริงที่พร้อมขายออกมาแล้วโดยใช้ชื่อ E-Tron เลย และรุกตลาดในปี 2019 ด้วยการพัฒนาเอสยูวีขนาดกลางกึ่งใหญ่ขึ้นมาด้วยตัวถังที่มีความยาว 4,900 มม. และระยะฐานล้อ 2,923 มม. และเพิ่มสมรรถนะในการขับเคลื่อนให้เป็นรถยนต์พลังไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่ในเป็นตัวเก็บกระแสไฟฟ้า หรือ BEV และถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์รุ่นแรกของค่าย ที่ทางออดี้ยังไม่เปิดเผยถึงกำลังขับเคลื่อนของมอเตอร์ไฟฟ้าชุดนี้ ซึ่งจะมีติดตั้งบนเพลาหน้าและหลังด้วยการขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อ แต่บอกแค่ว่าจะใช้เวลาในการทำอัตราเร่ง 0-96 กม./ชม. ใน5.5 วินาที และมีความเร็วสูงสุด 200 กม./ชม.โดยการชาร์จ 1 ครั้งสามารถวิ่งได้ระยะทาง 402 กม. ส่วนราคาขายน่าจะอยู่ราวๆ 79,900 ยูโรหรือประมาณ 3 ล้านกว่าบาทในตลาดยุโรป แต่หากเข้าเมืองไทยจะเพิ่มขึ้นราวเท่าตัวตามพิกัดอัตราภาษี







Jaguar i-pace

ทีมงานเอ็มจีอาร์ มอเตอริ่ง ได้ไปขับทดสอบ จากัวร์ ไอ-เพซ รถยนต์ไฟฟ้าชนิดแบตเตอรี่ 100% มาเป็นที่เรียบร้อยแล้วพร้อมได้รับคำยืนยันอย่างเป็นทางการว่า ไอ-เพซ จะเข้ามาทำตลาดในเมืองไทยปีนี้ โดยคาดว่าจะสามารถเปิดตัวได้ในช่วงต้นปี ซึ่ง ไอ-เพซ ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ชุด ขับหน้าและขับหลัง พิกัดกำลังรวมกัน 400 แรงม้า แรงบิดสูงสุดถึง 696 นิวตันเมตร ตั้งแต่รอบ 0 อัตราเร่ง 0-96 กม./ชม.ในเวลา 4.5วินาที ส่วนแบตเตอรี่เป็นแบบลิเทียมไอออนมีขนาด 90 kWh ชาร์จไฟเต็มสามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุด 480 กม. และหากใช้ชุดชาร์จไวจาก 0-80% จะใช้เวลาเพียง 40 นาที เท่านั้น สนนราคาจำหน่ายในยุโรปเริ่มต้นที่ 63,495 ปอนด์ หรือราว 2.8 ล้านบาท

ทั้ง 12 รุ่นดังกล่าวนี้ จะเข้ามาทำตลาดในเมืองไทยอย่างแน่นอน แต่จะมาแล้วทำให้ยอดขายพุ่งขึ้นไปได้ตามเป้าหมายหรือไม่ ยังเป็นเรื่องที่ต้องรอชมกันต่อไป ส่วนใครที่กำลังเล็งอยู่ เตรียมกำเงินของคุณเอาไว้ให้ดี เพราะรถบางรุ่นหากจองช้าจะยิ่งได้รถช้า แว่วว่า บางคนเริ่มจองแล้วทั้งที่ยังไม่เห็นราคาหรือมีการเปิดตัวแต่อย่างใด







กำลังโหลดความคิดเห็น...