xs
xsm
sm
md
lg

ไฮลักซ์ รีโว่ ร็อคโค่ รถดี ขับสนุก ท่องเมืองรอง

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

โตโยต้า จับมือกับ ททท. พาลูกค้าไฮลักซ์ วีโก่ ร็อคโค่ เที่ยงเมืองรอง








จากที่บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เมื่อเดือนมีนาคม 2561 ที่ผ่านมา ภายใต้กิจกรรม “เที่ยวเมืองรองกับไฮลักซ์ รีโว่ ร็อคโค่” และด้วยเหตุนี้โตโยต้าจึงได้จัดคาราวานท่องเที่ยวสุด Exciusive 5 ภูมิภาค 5 เส้นทางตลอดปี 2561 ที่ผ่านมาเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยในจังหวัดเมืองรองของประเทศ ภายใต้โครงการ Amazing Thailand Go Local เที่ยวท้องถิ่นไทย ชุมชนเติบใหญ่ เมืองไทยเติบโต บวกกับต้องการกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวภายในประเทศไทย อันจะนำไปสู่การสร้างรายได้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่เกี่ยวเนื่อง ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นและกระจายรายได้ไปยังเศรษฐกิจชุมชุนให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น

เริ่มเดินทาง






และก่อนจะปิดทริปเส้นทางสุดท้ายของปีนี้ เอ็มจีอาร์ มอเตอริ่ง ได้ร่วมคาราวานในครั้งนี้ด้วยโดยไปกับลูกค้าผู้โชคดีที่ใช้รถของโตโยต้ามาร่วมขบวนแบบไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดใดเลย พร้อมได้ขับรถไฮลักซ์ รีโว่ ร็อคโค่ ไปตลอดทริป รวมแล้วเกือบ 40 คันทั้งลูกค้าและสื่อมวลชน มุ่งหน้าจังหวัดน่าน –แพร่ และเชียงราย







วัดภูเก็ต







วันแรกของการเดินทางเราเริ่มต้นที่จังหวัดน่าน จังหวัดเล็กๆ แต่ให้วิวธรรมชาติที่น่าประทับใจ เราใช้ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 101 มุ่งหน้าไปอำเภอปัว ระยะทาง 65 กม. พร้อมให้ผู้ร่วมทริปได้ทำความคุ้นเคยกับรถไฮลักซ์ รีโว่ ร็อคโค่ สถานที่แรกทุกคนเริ่มต้นด้วยการมนัสการหลวงพ่อพุทธเมตตา เสริมสิริมงคลที่วัดภูเก็ตร่วมแขวนตานตุง เสริมดวงรับปีใหม่






ลูกค้าร่วมแขวนตุง เสริมดวงรับปีใหม่
ลูกค้ามาเป็นครอบตรัวก็มี
ทำบุญร่วมกัน
แขวนตุง
เดินทางกันต่อ






หลังจากนั้นเราเดินทางกลับสู่ตัวเมืองจังหวัดน่าน ด้วยเส้นทางหมายเลข 1081 เข้าสู่เส้นทาง 1169 ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นถนนลอยฟ้าเพลิดเพลินกับเส้นทางสายธรรมชาติที่มีความสูงชันไต่ความชันขึ้นเรื่อย ๆ จากอยู่ข้างเขาจนสู่สันเขา พร้อมวิวธรรมชาติ 2 ข้างทางบรรยากาศสุดโรแมนติก








ลูกค้าได้ทดลองขับรถด้วยตัวเอง
ร้านกาแฟไทลื้อ

จากนั้นไปจิบกาแฟยามบ่ายที่ร้านกาแฟไทลื้อ ร้านกาแฟที่ตกแต่งตามสไตล์ของชุมชนชาวไทลื้อผสมล้านนาประดับไปด้วยผ้าทอไทลื้อที่ทางชุมชนผลิตและจัดจำหน่ายเองท่ามกลางความสวยงามกับทุ่งดอกไม้ ซึ่งถือได้ว่าเป็นจุดเช็คอินแนะนำสำหรับใครที่จะมาเที่ยวน่าน อำเภอปัว เป็นอำเภอที่มีชาวไทลื้ออยู่มากที่สุดและมีวัฒนธรรมประเพณีเป็นของตนเองโดยเฉพาะเรื่องการแต่งกายแบบพื้นบ้านถือเป็นจุดหนึ่งที่ไม่ควรพลาดกับการเช็คอิน หลังจากเก็บภาพกันอิ่มใจก็เดินทางกันต่อ
สวนดอกไม้ สวยงาม
ต้องเช็คอินที่นี้
มุมถ่ายรูปเยอะ
มีผ้าทอไทลื้อ จำหน่ายด้วย
ลูกค้าเพลิดเพลินกับวิวธรรมชาติ
สนุกสนาน
ขึ้นเขา ลงเขา
มื่อเย็น ริมแม้น้ำน่าน
เช้าเดินทางกันต่อ
มุ่งหน้าเมือง แพร่
มาเรียนรู้การทำผ้าหม้อห้อม






วันที่สอง ตื่นรับลมหนาวยามเช้า หลังรับประทานอาหารเสร็จ ขบวนคาราวานรีโว่ ร็อคโค่ มุ่งหน้าสู่จังหวัดแพร่ โดยใช้เส้นทางหมายเลข 101 รวมระยะทาง 115 กม. ร่วมทำกิจกรรมที่ศูนย์การเรียนรู้ย้อมผ้าหม้อห้อมป้าเหงี่ยม บ้านทุ่งโฮ้ง ที่ถือเป็นต้นกำเนิดของหม้อห้อมในประเทศไทย และเป็นสินค้าพื้นเมืองที่ขึ้นชื่อของทางภาคเหนือซึ่งในทริปนี้ผู้ร่วมทริปทุกท่านจะได้เรียนรู้และสัมผัสวิถีชีวิตชุมชนในการทำผ้ามัดย้อมแบบต้นฉบับ อีกทั้งยังได้ทดลองย้อมผ้าด้วยสีห้อมด้วยตัวเอง และสามารถอุดหนุนชุมชนด้วยการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่ตลาดทุ่งโฮ้งได้อีกด้วย






ป้าเหงี่ยม กำลังสอนการทำผ้าหม้อห้อม  บ้านทุ่งโฮ้ง
เริ่มทำ
ลองทำเองเลย
ตั้งใจกันทำมาก
ผลงาน
มีสินค้าขายด้วย ราคาถูกมาก
โชว์ผลงานของแต่ละตน
ไปกันต่อ




จากนั้นก็ต้องเติมพลังมื้อเที่ยงด้วยอาหารพื้นเมืองแพร่ ซึ่งเราได้เลือก ร้นปั๋นใจ๋ ร้านขนามจีนที่มีน้ำยาขนมจีนขึ้นชื่อหลากหลายอย่างโดยเฉพาะ “น้ำหมู” ขนมจีนใส สูตรเมืองแพร่คล้ายน้ำก๋วยจั๊บญวนที่ต้องลองชิมให้ได้ก่อนที่จะลุยเคลื่อนขบวนคาราวานต่อไปสู่จังหวัดเชียงราย ด้วยทางหลวงหมายเลข 1 ซึ่งเป็นเส้นทางที่ให้ผู้ร่วทริปได้ทดสอบสมรรถนะของไฮลักซ์ รีโว่ ร็อคโค่ ได้อย่างเต็มที่ไม่ว่าจะเป็นกำลังของเครื่องยนต์และอัตราเร่งพร้อมด้วยฟังก์ชั่นตัวช่วยในการขับขี่สำหรับทางลาดชันทั้งขึ้นและลงเขา ผู้ขับขี่ยังสามารถสัมผัสถึงความหนึบของช่วงล่างที่ออกแบบมาพิเศษเพิ่มสมรรถนะในการทรงตัวยึดเกาะถนน และเข้าโค้งบนถนนระหว่างจังหวัดตลอดระยะทาง 240 กม. นี้ได้อย่างดีเยี่ยม






จุดพักรถ ถ่ายรูปกันหน่อย
เท่ เท่
มาถึงเชียงราย ก็ต้องอาหารเหนือซิคะ
มีของรางวับแจกด้วย ระหว่างทางมีเกมให้เล่น สนุก สนุก
เดินทางขึ้นดอยอินทรีย์




วันที่สามหลังจากพักผ่อนกันอย่างเต็มที่พร้อมตะลุยเส้นทางกันต่อในจังหวัดเชียงราย เริ่มเคลื่อนขบสนคาราวานวันสุดท้ายด้วยเส้นทางทาง 1211 ขึ้นไปยังดอยอินทรีย์ซึ่งอยู่ในโครงการพัฒนาป่าไม้ในปี 2550 (โครงการพระสงฆ์ช่วยงานด้านป่าไม้) ระยะทาง 25 กม. สักการะพระพุทธรูปปางไสยาสน์ที่วัดพุทธอุทยานดอยอินทรีย์ ก่อนที่ขบวนคาราวานไฮลักซ์ รีโว่ ร็อคโค่ จะตะลุยเส้นทางออฟโรด ซึ่งผู้ร่วมทริปสามารถทดสอบสมรรถนะของไฮลักซ์ รีโว่ ร็อคโค่ และพาทุกคนไปร่วมทำกิจกรรมสร้างฝายชะลอน้ำดอยอินทรีย์ ถือเป็นต้นน้ำของลำน้ำกกเพื่อร่วมกันอนุรักษ์พื้นที่ป่าต้นน้ำของจังหวัดเชียงรายหนึ่งในแนวทางเกษตรยั่งยืนและเกษตรกินทรีย์โครงการเดินตามรอยเท้าพ่อในรัชกาลที่ 9



ลุยโคลน
ลุยน้ำ
ช่วยกันสร้างฝายชะลอน้ำ
ทำกิจกรรม สร้างฝายชะลอน้ำ
สนุกสนาน
มาดอยผามี แวะกินข้าว






จากนั้นมุ่งหน้าสู่ดอยผาหมีจุดแลนด์มาร์คอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงราย เพื่อรับประทานอาหารกลางวันท้องถิ่นและจิบกาแฟในบรรยากาศท่ามกลางหุบเขาที่บ้านผาหมี ซึ่งในปัจจุบันกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้รวมตัวกันพัฒนาหมู่บ้านผลักดันให้เป็นที่รู้จักจนเกิดเป็นจุดท่องเที่ยวเพื่อเป็นการสร้างรายได้ให้กับชุมชน ในโอกาสนี้ กิจกรรม “Go Local by REVO ROCCO” หรือ เที่ยวเมืองรองกับ ไฮลักซ์ รีโว่ ร็อคโค่ จึงขอสนับสนุนชุมชนโดยการมอบป้ายบอกแหล่งท่องเที่ยวและรั้วแสดงจุดจอดรถสำหรับท่องเที่ยวมอบให้แก่ชุมชนบ้านผาหมี เพื่อสนับสนุนให้เศรษฐกิจชุมชนบ้านผาหมีแข็งแรงยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นอีกวัตถุประสงค์ที่สำคัญอย่างหนึ่งของโครงการ “Go Local by REVO ROCCO” ในทุกเส้นทางตลอดปีนี้ที่เราทำมา จากนั้นแวะซื้อของฝากประจำจังหวัดและเดินทางกลับ เป็นการสิ้นสุดการเดินทางตลอด 3 วัน





มอบป้ายบอกแหล่งท่องเที่ยวและรั้วแสดงจุดจอดรถ สำหรับนักท่องเที่ยว
ร้านอาหารพื้นเมือง






ซึ่งขบวนไฮลักซ์ รีโว่ ร็อคโค่ จะตะลุยเส้นทางออฟโรด บุกป่า ลุยน้ำ ขึ้นเขา-ลงเขา ทำให้ทุกคนสามารถทดสอบสมรรถนะของรถได้อย่างเต็มที เพื่อขึ้นไปสร้างฝายชะลอน้ำดอยอินทรีย์ถือเป็นป่าต้นน้ำของลำน้ำกก หลังจากนั้นมุ่งหน้าสู่ดอยผาหมี ซึ่งในปัจจุบันกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้รวมตัวกันพัฒนาหมู่บ้านผลักดันให้เป็นที่รู้จักจนเกิดเป็นจุดท่องเที่ยวเพื่อเป็นการสร้างรายได้ให้ชุมชนโดยการมอบป้ายบอกแหล่งท่องเที่ยวและรั้วแสดงจุดจอดรถสำหรับนักท่องเที่ยวมอบให้แก่ชุมชนบ้านผาหมี ก่อนแยกย้ายกันกลับบ้าน




สำหรับตัวรถที่ใช้ในการขับขี่ทางโตโยต้าเตรียมให้ไว้ 2 แบบคือเครื่อง 2.4 L (2GD) และ 2.8L (1GD) มีทั้งขับเคลื่อน 4 ล้อ และ 2 ล้อ และ 4 ประตู 2 ประตู







ทานข้าวเสร็จ หามุมถ่ายรูปสวย สวย
หน้าร้าน






เส้นทางการขับรถจากจังหวัดน่าน มาแพร่ ถึงจังหวัดเชียงราย ระยะทางประมาณ 400 กม. เส้นทางการขับขี่มีหลายรูปแบบ มีทั้งทางหลวงไฮเวย์ ทางขึ้นเขา ทางก่อสร้าง และทางแบบวิ่งสวนเลน ขับกันตั้งแต่เช้าจนเย็น เครื่องยนต์รหัส GD มีแรงบิดสูงตั้งแต่ รอบต่ำ ทำให้ออกตัวง่ายไม่ต้องใช้รอบสูง จึงทำให้ประหยัดน้ำมัน และทนทาน อัตราการกินน้ำมันทำได้ถึง 14.7 กม./ลิตร ซึ่งเมือเทียบกับเส้นทางที่มาแบบโหด ๆ แบบนี้ ถือว่าประหยัดมาก มีโหมดการขับขี่ให้เลือกอีกด้วย เช่น ECO mode เหมาะกับการใช้งานแบบในเมืองรถติด ๆ และมี POWER mode สำหรับนักซิ่ง ไว้ขับแบบ SPORT โดยที่ไม่ต้องไป modify ใด ๆ ซึ่งโหมดการขับขี่ต่าง ๆ ถือว่าเหมาะกับการใช้งานในเมืองไทยที่มีทั้งรถติดและต้องมีการเร่งแซงอยู่บ่อย ๆ ตามสภาพการจราจร



เดินทางกลับบ้าน






การขับขี่ง่าย ช่วงออกตัวหรือแร่งแซงทันใจ การเข้าโค้งได้ดีมั่นใจ รวมถึงช่วงล่างที่มีการปรับจูนมาให้เหมาะกับถนนในเมืองไทย จึงสามารถขับขี่ไปได้ทุกทีทุกสถานการณ์ได้อย่างนุ่มนวลและควบคุมง่ายตามที่ใจต้องการ ภายในห้องโดยสารเงียบและกว้างขวางนั่งสบายทั้งด้านหน้า-ด้านหลัง บวกกับอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมาครบครัน




ถือว่างานนี้ลูกค้านอกจากได้เที่ยวฟรี พักฟรี กินฟรี แล้ว ยังได้ทดสอบขับรถ ไฮลักซ์ รีโว่ ร็อคโค่ ด้วย ตามโครงการ “Go Local by REVO ROCCO” รถดีขับสนุกท่องเมืองรอง









มุ่งหน้ากลับบ้าน


กำลังโหลดความคิดเห็น...