xs
xsm
sm
md
lg

10 ข่าวดังแห่งปี’61 ในแวดวงยานยนต์

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


กำลังจะผ่านพ้นไปสำหรับปี พ.ศ. 2561 ซึ่งปีนี้มีเรื่องราวทั้งดี ทั้งร้าย เรียกได้ว่า ครบทุกรสชาติ สุข เศร้า เคล้าน้ำตา ไม่ว่าจะเป็นฝั่งผู้บริโภคหรือผู้ผลิต และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทีมงาน MGR Motoring สรุปและรวบรวมไฮไลต์ 10 ข่าวที่น่าสนใจ และฮือฮา ในแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์ มานำเสนอ




-จุดติดรถยนต์ไฟฟ้า


กลายเป็นกระแสที่มาแรงแห่งปี ด้วยหลากหลายแบรนด์ที่เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า 100% พร้อมจำหน่าย เช่น เกีย โซล อีวี, ฮุนได ไอโอนิค, นิสสัน ลีฟ, บีวายดี อี6 ซึ่งรายนี้มียอดขายถึงกว่า 100 คัน โดยมีการซื้อไปทำเป็น แท็กซี่ วีไอพี รับ-ส่ง ที่สนามบิน อีกทั้งยังมีในส่วนของรถยนต์ไฟฟ้าชนิด ปลั๊กอินไฮบริด และไฮบริด เข้ามาทำตลาดเพิ่มนับรวมๆแล้วราว 10 รุ่น โดยโตโยต้า เป็นรายแรกที่ทุ่มลงทุนครั้งใหม่ด้วยมูลค่าราว 20,000 ล้านบาท กับโครงการประกอบรถไฮบริด ภายใต้การสนับสนุนของบีโอไอ ขณะที่รายอื่นๆ ต่างยื่นเพื่อขอการสนับสนุนการลงทุนด้วยเช่นเดียวกัน


เหนืออื่นใด ทางด้านสถานีชาร์จไฟ มี EA หรือ กลุ่มบริษัทพลังงานบริสุทธิ์ เข้ามาเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ ด้วยการประกาศสร้างสถานีและจุดชาร์จไฟฟ้าสาธารณะจำนวน 1,000 จุด ภายในสิ้นปีนี้ เรียกว่ามาพร้อมกันทั้งรถยนต์ไฟฟ้าและสถานีชาร์จไฟฟ้า





-นิสสัน ลีฟ เปิดตัว 1.99 ล้านบาท


นิสสัน โหมโรงสร้างกระแสตั้งแต่ปลายปีที่แล้วให้กับรถยนต์ไฟฟ้าขายดีในต่างประเทศของตัวเอง “นิสสัน ลีฟ” พร้อมกับประกาศว่าจะทำตลาดในเมืองไทยอย่างแน่นอน โดยมีบอกล่วงหน้าว่าจะเปิดตัวไม่เกิน มีนาคม 2562 และมีการเจรจากับรัฐบาลไทยตลอดทั้งปี แต่แล้วจู่ๆ นิสสันประกาศเปิดตัวพร้อมเปิดราคา นิสสัน ลีฟ ที่ 1,990,000 บาท พร้อมรับจองทันที โดยมี 33 โชว์รูมได้สิทธิ์ในการจำหน่าย แต่กว่าจะส่งมอบได้ต้องรอถึง เมษายน ปี2562 ซึ่งจากการตั้งราคาดังกล่าวเกิดคำวิจารณ์ว่า ราคาแพงเกินไป เนื่องจาก ลีฟ ที่จำหน่ายในญี่ปุ่นมีราคาราว 1-1.2 ล้านบาทเอง





-ยอดขายรถยนต์ 1 ล้านคัน


ข่าวดีที่สุดแห่งปีนี้ กับยอดขายรถยนต์รวมที่ระดับ 1 ล้านคัน แม้ว่า จะยังไม่สิ้นปีและยังไม่มีการรายงานตัวเลขยอดขายอย่างเป็นทางการ แต่จากการคาดคะเนของผู้บริหารค่ายรถยนต์ทุกค่ายต่างมองไปในทิศทางเดียวกันว่า ในปี 2561 นี้ ยอดขายรถยนต์จะสามารถไปยืนอยู่ที่ระดับ 1 ล้านคันได้อย่างแน่นอน โดย 11 เดือนที่ผ่านมามียอดขายสะสม 928,158 คัน เติบโต21% และในเดือนธันวาคมมักจะเป็นเดือนที่มียอดขายสูงที่สุด ดังนั้นทุกค่ายจึงมั่นใจว่ายอดขายรถยนต์จะสามารถทะลุ 1 ล้านคันอย่างแน่นอน





-ฮาร์ลี่ย์ เดวิดสัน ตั้งฐานผลิตในไทย


เป็นเรื่องราวใหญ่ในระดับโลกสำหรับข่าวการย้ายฐานการผลิตรถจักรยานยนต์ของ ฮาร์ลี่ย์ เดวิดสัน มายังประเทศไทย เนื่องจากประเด็นดังกล่าวถูกเปิดเผยโดย “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา ที่กล่าวถึงการค้าที่ไม่เป็นธรรมกับสหรัฐและยกตัวอย่างเรื่องของ ฮาร์ลี่ย์ เดวิดสัน ย้ายมาผลิตในประเทศไทย ทั้งที่เรื่องนี้ทางฮาร์ลี่ย์ เดวิดสัน ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ จนกระทั่งโรงงานแล้วเสร็จในช่วงปลายปีนี้ ทางฮาร์ลี่ย์ เดวิดสัน จึงประกาศปรับราคารถจักรยานยนต์ใหม่ ให้สอดคล้องกับการผลิตในประเทศไทย โดยไม่มีการแถลงข่าวตั้งโรงงานแต่อย่างใด





-ลัมโบร์กินี่ เปลี่ยนตัวแทน


เรียกว่าไม่เหนือความคาดหมาย หลัง “นิชคาร์” ตัวแทนจำหน่ายรายเดิมของแบรนด์ ลัมโบร์กินี่ โดนคดีเกี่ยวกับการนำเข้ารถยนต์ผิดกฎหมายและหลีกเลี่ยงภาษี ทำให้ธุรกิจต้องหยุดชะงักไปชั่วขณะหนึ่ง เป็นเหตุให้ทางบริษัทฯ แม่ของ ลัมโบกินี่ เปิดให้ผู้ที่สนใจยื่นข้อเสนอเข้าไปเพื่อเป็นตัวแทนจำหน่ายรายใหม่ ซึ่งทาง “เรนาสโซ มอเตอร์” ที่อยู่ภายใต้การดูแลของ อภิชาต ลีนุตพงษ์ ได้รับสิทธิ์ในการทำตลาด แม้จะเป็นบริษัทฯ น้องใหม่ แต่ด้วยชื่อเสียงและความสำเร็จจากการปั้นแบรนด์ ดูคาติ ทำให้ได้รับความไว้วางใจให้มารับหน้าที่ดูแลแบรนด์ ลัมโบกินี่ในเมืองไทยต่อไป





-ทาทา ถอยทัพยุติผลิต


ทาทา มอเตอร์ส ยักษ์ใหญ่จากอินเดีย ประกาศยุติการประกอบรถยนต์ในประเทศไทย หลังจากประสบปัญหาการขาดทุนจากการดำเนินกิจการ โดยจะยังทำตลาดต่อไปด้วยอาศัยการนำเข้าแทนการประกอบรถยนต์ ซึ่งในช่วงแรกข่าวยังไม่ชัดเจน ทำให้มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าจะเป็นยุติการทำตลาดทั้งหมด ดังนั้นทาง ทาทา จึงออกแถลงการณ์ ยืนยันว่า ยังคงดำเนินธุรกิจรถยนต์ในเมืองไทยต่อไป เพียงแต่ปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำตลาดใหม่ พร้อมกับปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ทั้งหมด โดยจะไม่กระทบกับการดูแลลูกค้าแต่อย่างใด





-ชื่นชม ไทยจัดโมโตจีพีครั้งแรก


ปลุกกระแสกีฬามอเตอร์สปอร์ตให้คึกคักกับการดีงอีเวนท์การแข่งขันระดับโลกให้มาจัดที่เมืองไทยได้สำเร็จเป็นครั้งแรกกับ “โมโตจีพี” หรือ การแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมทั้งจาก แฟนสองล้อชาวไทย ที่เข้าชมงานมากกว่า 3 แสนคนในช่วงเวลา 3 วันของการจัดงาน และนักแข่งรวมถึงทีมงานผู้จัดการแข่งขันโดย “ไทยจีพี” ได้รับรางวัล โมโตจีพี กรังด์ปรีซ์ ออฟ เดอะ เยียร์ หรือ สนามแข่งขันที่ดีที่สุดแห่งปี ไปครองได้ทั้งที่เป็นการจัดแข่งครั้งแรก





-ฟอร์ด เจอหลายเด้ง ดี-ไม่ดี


จะเรียกว่าเป็นปีทองของฟอร์ด ก็พูดได้ไม่เต็มปากนัก ทั้งที่ยอดขายรถปิกอัพก้าวขึ้นมาอยู่ในอันดับ 3 ของเซกเมนท์นี้อย่างน่าชื่นชม พร้อมกับกระแสความแรงด้านยอดขายกระบะทรงสมรรถนะ อย่าง “ฟอร์ด เรนเจอร์ แรพเตอร์” ที่เข้ามาบุกเบิกตลาดใหม่ โดยมีค่าตัวที่ 1,699,000 บาท สร้างความฮือฮาว่า ราคาแพงขนาดนี้จะขายได้หรือ แต่กลับกลายเป็นว่า ขายดีเกินความคาดหมาย แต่ก็มาสะดุดขาตัวเอง ในเรื่องเกียร์ จนทำให้ ฟอร์ด ประเทศไทย ต้องออกประกาศหยุดการส่งมอบชั่วคราวเพื่อตรวจสอบปัญหาที่เกิดกับระบบเกียร์ และเมื่อแก้ไขเรียบร้อยแล้ว จึงเดินหน้าขายต่อไปได้ โดยมีการเพิ่มการรับประกันให้กับลูกค้าด้วย


ขณะที่คดีประวัติศาสตร์คดีแรกของเมืองไทยของฟอร์ด ที่มีการฟ้องร้องดำเนินการพิจารณาคดีแบบกลุ่ม ในคดีความเกี่ยวกับปัญหาเรื่องของระบบเกียร์ในรถยนต์รุ่น เฟียสต้า และโฟกัสที่ ทางลูกค้ารวมตัวกัน ฟ้องร้องดำเนินคดีกับ ฟอร์ด ประเทศไทย ซึ่งศาลได้มีคำพิพากษาตัดสินมาแล้ว ให้ทางกลุ่มลูกค้าชนะคดี และฟอร์ด จะต้องชดใช้ค่าชดเชย เป็นมูลค่ารวมกว่า 23 ล้านบาท ให้กับลูกค้าจำนวน 296 ราย อย่างไรก็ตามคดีนี้ยังไม่สิ้นสุดโดยอยู่ระหว่างการอุทธรณ์





-มาสด้า ฟ้องลูกค้า


นับเป็นประเด็นสำคัญที่กระแสสังคมให้ความสนใจอย่างยิ่ง เมื่อมีการเปิดเผยจากลูกค้าว่า โดนทางด้านบริษัท มาสด้า ประเทศไทย ฟ้องร้องดำเนินคดี ด้วยมูลค่าความเสียหาย 95 ล้านบาท แต่สุดท้ายสามารถเจรจาไกล่เกลี่ยบรรลุข้อตกลงกันได้ ทำให้ทาง บริษัท มาสด้า ประเทศไทย ถอนฟ้องเป็นอันว่าคดีนี้ยุติลง ซึ่งมูลเหตุแห่งการฟ้องร้องดังกล่าว มาสด้าแจงว่าเกิดจากการที่ลูกค้าที่ถูกฟ้องนั้นแนะนำข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงแก่ลูกค้าคนอื่นๆ ทำให้มาสด้า ตัดสินใจฟ้องร้องเพื่อให้ลูกค้ายุติการกระทำนั้น





-เฮเก้อ...ปรับเงื่อนไขจัดไฟแนนซ์รถใหม่


ทันทีที่มีข่าวประกาศเรื่องของรัฐบาลให้เอกชนปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดสินเชื่อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ใหม่ ให้มีความเป็นธรรมมากขึ้นโดยอิงจากระบบการผ่อนบ้าน ที่มีการลดต้นลดดอก ซึ่งในระหว่างที่ยังไม่มีการบังคับใช้ (เริ่มบังคับใช้ 1 ก.ค. 2561) ส่งผลให้ลูกค้าบางส่วนชะลอการตัดสินใจ แต่เมื่อผ่านช่วงเวลาดังกล่าวไปแล้วทุกอย่างเข้าสู่ภาวะปกติ เพราะในทางปฏิบัติทุกอย่างยังคงเหมือนที่ผ่านมา ผู้บริโภคจ่ายเท่าเดิม เป็นความเข้าใจผิดของผู้บริโภคที่นึกว่าดอกเบี้ยจะลดลง อย่างไรก็ตามยังมีสิ่งที่เปลี่ยนไปในแง่ดีบ้างคือ กรณีผิดนัดชำระหนี้ ที่ให้ไฟแนนซ์เรียกเก็บค่าใช้จ่ายในการทวงถามได้ตามจริงเท่านั้น และลดเพดานเบี้ยปรับสูงสุดจาก 17% เหลือ 15%


สำหรับเหตุการณ์ในปีหน้าจะตื่นเต้นเร้าใจ หรือเรื่องให้ดราม่าในวงการรถยนต์หรือไม่ต้องติดตาม





กำลังโหลดความคิดเห็น...