xs
xsm
sm
md
lg

แรงสุดๆ ยอดขายรถ เฉพาะ พ.ย.โต 21.2% ส่งยอด 11 ด.แตะ 928,158 คัน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ยอดขายรถแรงสุดๆ เฉพาะ พ.ย.โต 21.2% อยู่ที่ 94,643 คัน ส่งผลยอดรวม 11 ด.แตะที่ 928,158 คัน ขยายตัว 21% ชี้ความนิยมรถใหม่และผลจากมาตรการรัฐกระตุ้น ศก.ต่อเนื่องทั้งปี




นายสุรภูมิ อุดมวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยสถิติการขายรถประจำเดือน พ.ย.61 มียอดขายรวมทั้งสิ้น 94,643 คัน เพิ่มขึ้น 21.2% โดยเซกเมนต์ที่เติบโตสูงสุด ได้แก่ รถกระบะ Pure Pick Up เติบโต 30.8% อยู่ที่ 42,778 คัน ตามด้วยรถกระบะขนาด 1 ตัน* (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV) โต 27.5% ยอดขาย 48,612 คัน และรถเพื่อการพาณิชย์ เพิ่มขึ้น 26.9% ยอดขาย 59,197 คัน






ส่วนค่ายที่มียอดขายอันดับ 1 ได้แก่ โตโยต้า ยอดขาย 30,776 คัน เติบโต 41.2% ตามด้วยอีซูซุ ยอดขาย 16,777 คัน เพิ่มขึ้น 17.9% และฮอนด้า ยอดขาย 11,099 คัน เพิ่มขึ้น 7.1% ทั้งนี้ เป็นผลมาจากความนิยมในรถรุ่นใหม่และความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนกิจกรรมส่งเสริมการขายจากค่ายรถต่างๆ ที่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง






ด้านยอดขายสะสม 11 เดือน มีปริมาณการขาย 928,158 คัน เพิ่มขึ้น 21% ซึ่งอันดับยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลง โดยโตโยต้า ยังคงครองที่ 1 ด้วยยอด 283,961 คัน เพิ่ม 36% ตามด้วยอีซูซุ 155,941 คัน เพิ่มขึ้น 7.5% และที่ 3 ฮอนด้า ยอด 115,001 คัน เพิ่ม 1.5%






สำหรับเซกเมนต์ที่มีการเติบโตมากสุด ได้แก่ รถเพื่อการพาณิชย์ ที่โตขึ้น 23% ยอด 568,816 คัน ตามด้วยรถกระบะ Pure Pick Up เพิ่ม 22.8% ยอด 395,543 คัน และรถกระบะขนาด 1 ตัน (รวม Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV) เพิ่มขึ้น 21.2% ยอดขาย 452,952 คัน ส่วนรถยนต์นั่ง มีการเติบโต เพิ่มขึ้น 17.9% ยอดขาย 359,342 คัน ทั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่มีมาอย่างต่อเนื่องทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นในด้านการลงทุนและการใช้จ่ายส่งผลให้ยอดขายสะสมตั้งแต่ต้นปีเติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด





ส่วนตลาดรถยนต์ในเดือนธันวาคมนี้ คาดว่ามีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน เนื่องจากเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเมืองในประเทศมีสัญญาณดีขึ้น รวมถึงแผนการลงทุนของภาครัฐมีความชัดเจนมากขึ้น ประกอบกับการจัดงานThailand International Motor Expo 2018 ในช่วงต้นเดือนธันวาคม และความต่อเนื่องของกิจกรรมส่งเสริมการขาย ซึ่งจะส่งผลในเชิงบวกต่อตลาดรถยนต์ แต่อย่างไรก็ตามความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯกับจีนยังคงมีอยู่ แต่ยังไม่ส่งผลต่อตลาดรถยนต์มากนัก