xs
xsm
sm
md
lg

ปาเจโร สปอร์ต ตำนานแห่งรถอเนกประสงค์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ภายในบูธ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่งาน 1973 โตเกียว มอเตอร์โชว์ (พ.ศ. 2516) โลกยานยนต์ ได้เห็น “รถยนต์ที่ตอบสนองทุกการใช้งาน” ที่รองรับการขับขี่ทั้งแบบออนโรดและออฟโรดเป็นครั้งแรก ถึงแม้จะยังเป็นรถรุ่นต้นแบบและยังเป็นแบบหลังคาเปิด แต่ก็ครบครันทุกคุณสมบัติในการใช้งาน ทั้งเบาะนั่งที่สะดวกสบาย รูปลักษณ์การออกแบบที่ทันสมัยกว่าเดิม และมีโรลบาร์เสริมความปลอดภัย ทั้งนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เรียกรถยนต์รุ่นดังกล่าวว่า “ปาเจโร” ถ้าเทียบกับปัจจุบัน รถปาเจโรรุ่นต้นแบบดังกล่าวอาจถูกเรียกว่าเป็นรถบ้านหรืออาร์วี (Recreational Vehicle) แต่ก็ถือเป็นการปูรากฐานสู่การเป็นรถยนต์ในตำนานยุคใหม่และถ่ายทอดดีเอ็นเอสานต่อมาถึงรุ่นปัจจุบัน

ปาเจโร รุ่นต้นแบบถือเป็นต้นกำเนิดของรถยนต์ยุคใหม่ที่สามารถรองรับทุกการใช้งาน โดยได้รับการออกแบบให้มีความสะดวกสบายและสมรรถนะการขับขี่ที่เหมาะสมกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน แต่ขณะเดียวกันยังมีศักยภาพและความทนทานพร้อมสำหรับการบุกตะลุยไปบนเส้นทางขรุขระไม่แพ้รถออฟโรดขนานแท้ที่มักขาดความสะดวกสบายและสมรรถนะการขับขี่บนถนนปกติ




อย่างไรก็ตาม มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ไม่ได้ขึ้นสายการผลิตปาเจโรรุ่นต้นแบบแรก เนื่องจากต้องการปรับปรุงรถยนต์รุ่นนี้ให้มีความปลอดภัยมากขึ้น มีสมรรถนะที่ดีขึ้นและมีความหรูหราสะดวกสบายมากกว่าเดิม ต่อมาจึงมีการเปิดตัวรถต้นแบบรุ่นที่สองในปี พ.ศ. 2521 ก่อนที่จะมีความเชื่อมั่นในตลาดที่เปิดกว้างสำหรับรถประเภทนี้ ปาเจโร จึงได้รับการเปิดตัวสู่สาธารณชนอย่างเป็นทางการ



ปาเจโร รุ่นโปรดักชั่นแรกซึ่งเปิดตัวในปี พ.ศ. 2525 มีความแตกต่างจากรุ่นต้นแบบอย่างเห็นได้ชัด ด้วยการออกแบบที่ทันสมัย (ในเวลานั้น) มอบสุนทรียภาพดึงดูดสายตากว่าเดิม แต่ยังคงความแข็งแกร่งและความบึกบึน การใช้เวลาพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมช่วยให้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เปิดตัวปาเจโรที่มาพร้อมตัวถังแบบวากอนที่แข็งแกร่งและยังรองรับการบรรทุกได้มากขึ้น โดยรุ่นแรกมี 2 รูปแบบตัวถัง คือรุ่น 3 ประตูและ 5 ประตู ที่เพียบพร้อมคุณสมบัติทั้งความสะดวกสบาย หรูหรา สมรรถนะ และความปลอดภัยซึ่งถูกถ่ายทอดมาจนถึงรุ่นในปัจจุบันด้วยเช่นกัน


ปาเจโร สร้างชื่อเสียงโด่งดังตั้งแต่เริ่มต้นทำตลาด ผู้ขับขี่ชื่นชอบระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ตลอดจนสมรรถนะ ความปลอดภัยและความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร ในเจนเนอเรชั่นแรกมาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ ช่วงล่างด้านหน้าแบบดับเบิลวิชโบนพร้อมทอร์ชันบาร์ พวงมาลัยไฟฟ้าและเบาะที่นั่งกันสะเทือนซึ่งเป็นฟังก์ชั่นที่ผู้ขับขี่หลายคนชื่นชอบเนื่องจากมีความสะดวกสบายได้แม้ขณะขับขี่บนทางขรุขระและถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อ






หลังจากเปิดตัวไม่นาน ปาเจโรกลายเป็นรถยนต์ยอดนิยมของผู้ขับขี่ทุกกลุ่ม ตั้งแต่ผู้ที่ต้องการรถยกสูงสำหรับใช้งานในชีวิตประจำวันที่มีสมรรถนะ ความสะดวกสบาย ความปลอดภัย ความกว้างขวางและการบรรทุกหนักที่ยอดเยี่ยมไปจนถึงผู้ที่ต้องการสมรรถนะบนทางออฟโรดที่เหนือชั้น โดยประสบความสำเร็จอย่างสูงจนกระทั่งถูกนำพิสูจน์คุณภาพในรายการแข่งขันสุดหฤโหดอย่างการแข่งขันแรลลี่ครอสคันทรีระดับโลกในปี พ.ศ. 2526



ปาเจโร ร่วมแข่งขันได้เพียง 3 ปีก็สามารถคว้าแชมป์ได้สำเร็จในปี พ.ศ. 2528 และยังสามารถรักษาตำแหน่งแชมป์อย่างต่อเนื่องอีก 11 ครั้ง จึงส่งผลให้เป็นหนึ่งในรถอเนกประสงค์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลก ตลอดระยะเวลาของการพัฒนารถแข่งภายในศูนย์การออกแบบและเทคโนโลยีของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส และการเข้าร่วมการแข่งขันบนทะเลทรายและบุกป่าฝ่าดงที่ว่ากันว่าทุรกันดารที่สุดในโลกรวมระยะทางหลายแสนกิโลเมตร ถูกถ่ายทอดสู่ผลิตภัณฑ์ที่สมบูรณ์แบบที่จัดจำหน่ายในโชว์รูมมิตซูบิชิในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีทั้งจากสนามแข่งหรือจากห้องทดลอง ปฏิเสธไม่ได้ว่า ปาเจโร คือหนึ่งในรถอเนกประสงค์ที่มีเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำหน้ามากที่สุดเมื่อเทียบกับคู่แข่งในระดับเดียวกัน





ความสำเร็จในการแข่งขันแรลลี่ที่หฤโหดที่สุดในโลก พิสูจน์สมรรถนะทั้งบนถนนในเมืองและป่าเขาทำให้ ปาเจโร ได้รับการยกย่องว่าเป็นยนตรกรรมอเนกประสงค์แห่งทศวรรษที่ 1990 อย่างแท้จริงและยากที่จะหาคู่แข่งมาต่อกรได้
ถึงแม้จะได้รับความนิยมสูง มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ยังคงเดินหน้าปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้เกิดเซ็กเมนท์พีพีวีขึ้นมาใหม่ ซึ่งเป็นยานยนต์ที่มีคุณสมบัติเสมือนกับ ปาเจโร รุ่นแรกเริ่ม ทั้งด้านความแข็งแกร่ง ทนทาน สมรรถนะ และความปลอดภัย แต่ยกระดับความหรูหรามากยิ่งขึ้น โดยในปี พ.ศ. 2539 ปาเจโร สปอร์ต ก็ถือกำเนิดขึ้นพร้อมกับดีเอ็นเอของรุ่นดั้งเดิม แต่รองรับการใช้งานในเมืองได้ดียิ่งกว่า


ปาเจโร สปอร์ต เจนเนอเรชั่นแรก โดดเด่นด้วยช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระและทอร์ชั่นบีม ส่วนช่วงล่างด้านหลังเป็นแบบคานแข็ง ก่อนที่จะถูกเปลี่ยนเป็นคอยล์สปริงในรุ่นต่อมาเพื่อช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและความคล่องตัวในการขับขี่ และรุ่นที่ 2 เปิดตัวในปี พ.ศ. 2551 และมีห้องโดยสารที่ประณีตหรูหรายิ่งขึ้นไปอีก แต่ยังรักษาศักยภาพการขับขี่บนถนนและฝ่าอุปสรรคทางออฟโรด รวมถึงความปลอดภัยที่เหนือชั้นที่สุดในระดับเดียวกันไว้เช่นเดิม


ปาเจโร สปอร์ต รุ่นที่ 3 (รุ่นปัจจุบัน) ซึ่งเปิดตัวออกสู่ตลาดประเทศไทยในปี พ.ศ. 2558 มีความล้ำสมัยที่สุดและครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา เริ่มจากการออกแบบที่แตกต่างจากรุ่นก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง ด้วยการยกระดับงานดีไซน์ด้วยการถ่ายทอดเอกลักษณ์การออกแบบล่าสุด “Dynamic Shield” ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ไม่เพียงมีตัวถังที่ใหญ่ แข็งแกร่ง และบึกบึน งานออกแบบยังสะท้อนแนวคิด “รูปลักษณ์ที่สอดคล้องกับการใช้งาน” ผสมผสานการปกป้อง สมรรถนะการขับขี่ และสุนทรียภาพไว้ที่รูปลักษณ์ด้านหน้า






ภายในห้องโดยสารของ ปาเจโร สปอร์ต หรูหราและอเนกประสงค์ยิ่งขึ้นด้วยคอนโซลกลางเสริมด้วยวัสดุนุ่มบริเวณด้านข้าง มาตรวัดแบบ High Contrast พร้อมการแสดงผลแบบอนิเมชั่นสามมิติและระบบฟอกอากาศภายในห้องโดยสารเทคโนโลยีนาโนอิ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกอื่นๆ ยังรวมถึงช่องชาร์จไฟฟ้า 220V AC ช่องเก็บสมาร์ทโฟนสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร เบรกมือไฟฟ้า ช่องระบบปรับอากาศดีไซน์ใหม่สำหรับผู้โดยสารแถวที่ 2 และ 3 ตลอดจนระบบกุญแจอัจฉริยะและปุ่มสตาร์ท มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต มีพื้นที่บรรทุกสัมภาระที่กว้างขวางที่สุดรุ่นหนึ่งในเซ็กเมนท์เดียวกัน



ความหรูหราและสะดวกสบายใน มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ยังรวมถึงระบบปรับอุณภูมิอัตโนมัติดูอัลโซน แยกปรับซ้าย-ขวา พวงมาลัยแบบปรับขึ้นลงและเข้าออกได้ เบาะนั่งคู่หน้าสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารแบบปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง หน้าจอบนเพดานสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติและระบบปรับอากาศด้านหลัง


มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ยังให้ความสำคัญกับการออกแบบตามหลักกายศาสตร์เพื่อรองรับการใช้งานที่สะดวก สบายด้วย T-Shaped High Console ที่จัดวางทุกฟังก์ชั่นให้อยู่ในตำแหน่งที่สะดวกต่อการใช้งานรวมถึงหน้าจอทัชสกรีน 7 นิ้วและระบบนำทางให้ผู้ขับขี่ควบคุมได้ง่ายดาย พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นมีสวิตช์ควบคุมระบบล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติและสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียง พร้อมแพดเดิลชิฟท์ควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย ระบบที่ก้าวล้ำหน้ามอบความสบายในการขับขี่ อย่างระบบล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติ Adaptive Cruise Control (ACC) ช่วยรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าถึงแม้รถคันหน้าจะชะลอความเร็วหรือหยุดรถ ระบบนี้จะช่วยรักษาระยะห่างที่ปลอดภัยไว้ได้






ปาเจโร สปอร์ต ยังมาพร้อมระบบอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยอัจฉริยะ (ETACS) ระบบนี้ควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในตัวรถ ทั้งใบปัดน้ำฝนปรับความเร็วอัตโนมัติ ระบบหน่วงเวลาเปิด-ปิดระบบไฟฟ้า ระบบไฟหน้าอัตโนมัติ ระบบสัญญาณไฟเลี้ยวเพื่อเปลี่ยนช่องทาง ระบบเตือนลืมปิดไฟหรี่ ระบบสัญญาณไฟกระพริบเมื่อหยุดรถฉุกเฉิน ระบบล็อกประตูรถอัตโนมัติตามความเร็ว ระบบไฟนำทางหลังดับเครื่องยนต์และเมื่อกดรีโมท ระบบกุญแจนิรภัยและกุญแจอัจฉริยะ


มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ครบครันด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยเชิงรุกเพื่อการป้องกัน ไม่ว่าจะเป็นระบบเตือนการชนด้านหน้าตรงพร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (FCM) ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะเมื่อเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรงและรวดเร็ว (UMS) ระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตา (BSW) กล้องมองภาพรอบคัน (Muti Around Monitor) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล (ASTC) ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA) และระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (HDC) เทคโนโลยีความปลอดภัยเพื่อการปกป้องประกอบด้วยถุงลมนิรภัย 7 ลูก และโครงสร้างตัวถังนิรภัยเหล็กกล้า (RISE) ที่ใช้เหล็กกล้าที่มีความแข็งแรงและมีแรงดึงสูงเพื่อสร้างคุณสมบัติการดูดซับแรงกระแทกจากทุกทิศทาง ด้วยประสบการณ์องค์ความรู้ทางเทคโนโลยีจากสนามแข่งที่มีความท้าทายที่สุดในโลก มิตซูบิชิ





ปาเจโร สปอร์ต ถูกยกระดับให้มีสมรรถนะที่ดีที่สุดในระดับเดียวกัน ด้วยเครื่องยนต์บล็อกอลูมิเนียม พละกำลังสูงสุด 181 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 430 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดซึ่งช่วยเสริมประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ได้อย่างเต็มที่
ระบบขับเคลื่อน Super Select 4WD-II ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส มีทั้งหมด 4 โหมด ประกอบด้วย โหมด 2H ระบบขับเคลื่อนสองล้อ (2WD High-Range) โหมด 4H ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ Full Time – All Wheel Control (4WD High-Range) โหมด 4HLc ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตราทดความเร็วสูง (4WD High-range with Locked Transfer) และโหมด 4LLc ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตราทดความเร็วต่ำ (4WD Low-Range with Locked Transfer) ระบบนี้ยังมาพร้อมโหมดออฟโรดที่หลากหลายและเฟืองท้ายดิฟล็อกที่สืบทอดมาจากตำนานในสนามแข่ง


การผสมผสานสุนทรียภาพ เทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่ พละกำลังและการขับเคลื่อนทำให้มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต เป็นหนึ่งในรถอเนกประสงค์ที่ครบเครื่องที่สุดและตอบสนองการใช้งานได้อย่างรอบด้านที่สุดในตลาด ใครเล่าจะคิดว่าการเริ่มต้นพัฒนาจากปาเจโรแบบไร้หลังคาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2516 จะจุดประกายให้เกิดรถอเนกประสงค์ที่นับว่าเป็นหนึ่งในรถพีพีวีที่ดีที่สุดในปัจจุบัน





กำลังโหลดความคิดเห็น...