xs
xsm
sm
md
lg

10 กลยุทธ์ ตำนานสร้างยอด 10 ล้านคัน “ฟอร์ด มัสแตง”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ตลอดช่วง 50 ปีที่ผ่านมา วงการโฆษณาได้มีวิวัฒนาการและเปลี่ยนแปลงมาหลายยุคสมัย เห็นได้จากโฆษณาใบปลิวในสมัยแรกๆ ของฟอร์ด มัสแตง ซึ่งในมุมมองของผู้บริหารฝ่ายโฆษณาแล้ว การขาย ฟอร์ด มัสแตงรุ่นแรกๆ ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะเป็นรถขนาดกะทัดรัด สไตล์สปอร์ต สมรรถนะแรง ที่มาพร้อมราคาที่เข้าถึงได้ แถมยังมีตัวเลือกในการตกแต่งที่หลากหลาย ทำให้รถรุ่นนี้ เป็นรถที่โดนใจลูกค้าในยุคกลางทศวรรษ 1960




เดิมทีคนมองว่า มัสแตงเป็นรถสปอร์ตราคาดี ถูกใจคนรุ่นใหม่ในยุคเบบี้บูมเมอร์ ที่กำลังมองหารถยนต์ที่แตกต่างจากรถซีดานคันใหญ่ๆ ที่คนรุ่นพ่อแม่ของพวกเขาขับ หลังจากฟอร์ดดำเนินการผลิตและเปิดตัวรถ ในช่วงต้นปี 1964 ก็เห็นได้ชัดว่า ไม่ใช่เพียงคนรุ่นใหม่เท่านั้น ที่เสาะหารถยนต์สไตล์ใหม่ๆ เพราะดนตรี วัฒนธรรม และแฟชั่นก็ล้วนพลิกกลับตาลปัตรจากยุค 1950 ทศวรรษแห่งกฎระเบียบอันเคร่งครัด ดูเหมือนว่า ทุกคนต้องการที่จะเป็นอิสระจากกรอบนั้น มีผู้ซื้อมัสแตงกว่า 400,000 คัน ในปีแรกของการขาย เพียงวันแรกวันเดียว ก็ทำยอดขายได้ถึง 22,000 คัน และเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ทีเดียว






“นับตั้งแต่วันแรกที่เปิดขาย มัสแตงก็ได้รับขนานนามว่าเป็น ‘รถที่ถูกออกแบบให้คุณออกแบบได้เอง’ ด้วยอุปกรณ์แต่งรถหลากหลายและสีที่มีให้เลือกมากมาย” จอห์น คลอร์ นักเขียนและผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ของมัสแตง กล่าว “ลูกค้าสามารถตกแต่งได้ตามใจตัวเอง จึงไม่มีคันใดที่ซ้ำกันเลย”







ใบปลิวโฆษณารูปแบบต่างๆ จึงถูกสร้างขึ้นอย่างหลากหลาย เพื่อดึงดูดลูกค้าทุกกลุ่มที่มองหาโพนี่คาร์ที่ตอบโจทย์ความเป็นเอกเทศและไลฟ์สไตล์ของพวกเขา ฟอร์ดใส่ใจผู้บริโภคทุกคนอย่างไม่มีตกหล่นในแคมเปญ



นอกจากจะเป็นภาพสะท้อนค่านิยมในแต่ละยุคผ่านโฆษณา มัสแตงยังเป็นชุมชนที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ และรถสปอร์ตระดับตำนานที่ขายดีที่สุดในระยะเวลา 50 ปีที่ผ่านมา ซึ่งขายได้กว่า 8.7 ล้านคัน หลายคันเป็นรุ่นดั้งเดิมจากยุค 1960 ที่ยังโลดแล่นอยู่บนถนนและเป็นรถในดวงใจของหลายคนจนถึงทุกวันนี้





ฉลองมัสแตงคันที่ 10 ล้าน กับ 10 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ “โพนี่คาร์” ในตำนาน

1. สเปเชียล ฟัลคอน เป็นรหัสลับที่ ลี ไออาโคคา (Lee Iacocca) ใช้ในการเรียกโปรเจกต์พัฒนามัสแตง ก่อนที่ ฟอร์ด จะอนุมัติให้ผลิตรถรุ่นนี้

2. เวิลด์แฟร์ 1964 เฮนรี่ ฟอร์ด ที่ 2 เปิดตัวมัสแตงโฉมใหม่ให้โลกได้ยลโฉมเป็นครั้งแรกที่นั่น เมื่อวันที่ 17 เมษายน 1964

3. 22,000 คัน คือ ยอดรถที่ถูกสั่งซื้อภายในวันแรก ในปีแรกรถสปอร์ตระดับตำนานรุ่นนี้ มียอดสั่งซื้อทั้งหมดถึง 419,000 คัน





4. 29,545 ไมล์ ด้วยความยาวเฉลี่ย 15.6 ฟุตของรถรุ่นนี้ ถ้านำรถมัสแตงทั้ง 10 ล้านคันมาจอดต่อกัน ก็จะเป็นระยะทางยาวกว่า 29,545 ไมล์ อีกเพียง 1,200 ไมล์ก็จะยาวเท่ากับเส้นรอบวงโลกเลยทีเดียว


5. รุ่นงัดข้อ หลังจากที่ แคร์รอล เชลบี้ (Carroll Shelby) เปิดตัว จีที 350 รถรุ่นแรกของยุคมัสเซิลคาร์ ก็ได้สร้างแรงบันดาลใจให้รถรุ่นต่อๆ มาอย่าง บอสส์ (Boss), มาค 1 (Mach 1), โคบร้า เจ็ท (Cobra Jet), เอสวีโอ/เอสวีที (SVO/SVT), เชลปี้ จีที 500 (Shelby GT500) และมัสแตง บูลลิทท์




6. ม้า หรือ เครื่องบินกันแน่? หลังเลือกชื่อที่จะนำมาเรียกรถรุ่นนี้อยู่หลายชื่อ ไม่ว่าจะเป็น คูการ์ (Cougar) สติเลทโต (Stiletto) และอัลลิโกร (Allegro) สุดท้าย ชื่อมัสแตง กลับมาวิน ซึ่งเป็นชื่อที่ได้รับแรงบันดาลใจมากจากเครื่องบินรบในสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่เมื่อทีมงานเริ่มทำแบรนดิ้ง ชื่อโพนี่คาร์ กลับกลายเป็นชื่อที่ติดตลาดมากกว่า


7. จะซีดาน หรือ แวกอน ดี? เมื่อใกล้ถึงเวลาเปิดตัวในปี 1964 ฟอร์ด ยังพิจารณาอยู่ว่า มัสแตงควรจะเป็นรถ ซีดาน หรือ แวกอนดี แต่สุดท้ายก็ลงเอยด้วยการออกแบบให้เป็นรถคูเป้และรถเปิดประทุน ซึ่งยังคงเอกลักษณ์ความมาโฉบเฉียวจนถึงทุกวันนี้





8. มัสแตง โกลด์ จีที 500 ซูเปอร์ สเน็ค รุ่นปี 1967 ขายได้กว่า 1.3 ล้านเหรียญสหรัฐ ในเดือนพฤษภาคมปี 2013 แต่ท้ายลาดรุ่นบุกเบิกปี 1968 ซึ่งขับโดย สตีฟ แมคควีน ในภาพยนตร์ “บูลลิทท์” อาจทำลายสถิตินั้น


9. แยกร่างม้าป่า นอกจากการเปิดตัวในปี 1964 ในโอกาสครบรอบ 50 ปี ของมัสแตง เมื่อปี 2014 ฟอร์ด แยกชิ้นส่วนรถเป็น 6 ชิ้น และประกอบขึ้นใหม่เพื่อตั้งโชว์บนจุดชมวิวชั้น 86 ของอาคารเอ็มไพร์สเตท

10. 8 สิงหาคม 2018 คือ วันที่รถมัสแตงคันที่ 10 ล้าน ทะยานออกจากโรงงานแฟลตร็อค รัฐมิชิแกน





กำลังโหลดความคิดเห็น...