xs
xsm
sm
md
lg

ชิมลางสั้นๆ “มิตซูบิชิ ไทรทัน” ไมเนอร์เชนจ์ เกียร์ออโต้ 6 สปีดใหม่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในโลก ที่ประเทศไทย สำหรับ “มิตซูบิชิ ไทรทัน” โฉมไมเนอร์เชนจ์ เจเนอเรชันที่ 5 ของรถปิกอัพในตระกูล L200 แห่งค่ายมิตซูบิชิ ซึ่งนับเป็นการไมเนอร์เชนจ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก โดยเฉพาะรูปร่างหน้าตาภายนอก ส่วนจะมีอะไรเปลี่ยนไปขนาดไหน และสัมผัสแรกที่ทีมงาน เอ็มจีอาร์ มอเตอริ่ง ได้ทดลองขับเป็นอย่างไรบ้าง เชิญติดตามกันได้

หน้า-ท้ายใหม่ ปรับช่วงล่าง เกียร์ใหม่

รูปร่างภายนอกอย่างที่กล่าวไปมีการปรับเปลี่ยนใหม่หมด แต่จะเป็นการปรับเฉพาะในรุ่นขับ 2 ยกสูง และรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อเท่านั้น โดยจะเปลี่ยนครบหมดทั้ง 3 รูปแบบตัวถัง ไม่ว่าจะเป็นดับเบิลแค็บ, เมกา แค็บ และ ซิงเกิล แค็บ ส่วนรุ่นความสูงปกติยังคงทำตลาดด้วยหน้าตาแบบเดิม แต่จะมีการปรับหน้ามาเป็นแบบใหม่หรือไม่ ทางมิตซูบิชิบอกว่า อยู่ระหว่างการตัดสินใจ




หน้าตาใหม่ของ ไทรทัน นั้น มาในทิศทางการออกแบบของรุ่นปาเจโร สปอร์ต และเอ็กซ์แพนเดอร์ โดยไฟหน้ารูปทรงเรียว กระจังหน้าใหญ่เพื่อรับลม ส่วนไฟท้าย เดินเส้นไฟในดีไซน์เดียวกับปาเจโร สปอร์ต แต่มีขนาดเล็กกว่า ซึ่งในความรู้สึกของเรา ดูดุดันและสวยงามขึ้นกว่าเดิมอย่างชัดเจน


นอกเหนือจากการปรับโฉมภายนอกแล้ว มิตซูบิชิ ยังจัดเต็มในส่วนอื่นๆ อีกหลายรายการ เราจะไล่เลียงไปตามลำดับ เริ่มจาก เกียร์อัตโตมัติจาก 5 สปีด มาเป็นรุ่น 6 สปีด ระบบช่วงล่าง มีการเปลี่ยนขนาดของโช้คอัพใหม่ จากเดิม เส้นผ่าศูนย์กลาง 42.7 ซม. มาเป็นขนาด 45 ซม. และเปลี่ยนค่า K ของแหนบที่ใช้รองรับ โดยทำให้นุ่มขึ้นกว่าเดิม ขณะที่ระบบเบรกเปลี่ยน คาลิปเปอร์เบรก จากขนาด 60.6 ตัวเดียว มาเป็นขนาด 45.4 สองตัว เพื่อช่วยเพิ่มการจับจานเบรกให้มั่นคงยิ่งขึ้น

ภายในห้องโดยสาร ปรับเปลี่ยนดีไซน์ของคอนโซลกลางใหม่หมด รวมถึงหน้าปัดแสดงผล ติดตั้งช่องดูดแอร์จากทางด้านหน้ามาเป่าที่ด้านหลัง เพิ่มมือจับเวลาขึ้นรถสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง และเพิ่มช่องเสียบ USB อีก 2 ช่อง พร้อมที่วางโทรศัพท์ทางด้านหลัง กล้องมองรอบคัน และระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ



สำหรับระบบความปลอดภัย จัดมาให้เพียบ ระบบช่วงลงทางลาดชัน (HDC), ระบบเตือนวัตถุท้ายรถ (RCTA), ระบบเตือนวัตถุในจุดอับสายตาและช่วยเตือนเมื่อเปลี่ยนเลน,ระบบอัลต้าโซนิค ป้องกันการเร่งความเร็วสูงขณะออกตัว(UMS), ระบบตรวจจับวัตถุทางด้านหน้ารถ (FCM) เพื่อลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุ โดยจะทำงานแบ่งเป็น 3 ระดับ คือ เตือนด้วยเสียง-ไฟสัญญาณ, เพิ่มเบรกเบาๆ และ เพิ่มเป็นเบรกหนัก ทั้งนี้ การทำงานจะขึ้นกับความเร็วที่ใช้


ด้านฟังก์ชันเกี่ยวกับการขับขี่ มีการเปลี่ยนมาใช้ปุ่มกลมเพื่อปรับโหมดการขับ โดยเพิ่มโหมด 4HLc ให้ใช้งานเมื่อรถต้องการแรงบิดสูงในรอบต่ำ รวมถึงเพิ่มโหมดการขับแบบออฟโรด ให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับแบบการขับขี่ได้ถึง 4 แบบ ได้แก่ Gravel ทางฝุ่นลูกรัง, MUD&SNOW ทางโคลนหรือหิมะ, SAND ทางฝุ่นทราย และ ROCK ทางหิน (เฉพาะโหมด4LLcเท่านั้น)


-ลองขับสั้นๆ กับทางฝุ่นและวิบาก

เรียนตามตรง เราได้ลองขับ 2 สถานี ตามที่ทีมงานมิตซูบิชิเซตไว้ให้ (ดูคลิปประกอบ) ด้วยระยะทางเพียงเท่านั้นและเวลาสั้นๆ ไม่กี่นาที จึงยังไม่สามารถสรุปออกมาได้ว่าเป็นอย่างไร มีเพียงความรู้สึกแรกสัมผัสเท่านั้น ที่พอจะบอกได้คร่าวๆ ว่า ดูดซับแรงสะเทือนได้ดีระดับหนึ่ง



ในสถานีที่สองนั้น เป็นการขับในโหมดขับเคลื่อน 4 ล้อ เพื่อลองระบบต่างๆ พบว่า ระบบช่วยลงทางลาดชันนั้นใช้งานได้ดี จับเร็วโดยไม่มีอาการหวาดเสียวแต่อย่างใด ถัดจากนั้นเป็นการขับผ่านอุปสรรคต่างๆ ทั้งเนินเอียง เนินสลับ เพื่อดูกำลังและการบิดตัวของรถ ซึ่งบอกตรงๆ ว่า ไม่ได้ยินเสียงการบิดตัวของตัวถัง นั่นหมายความว่า มีการประกอบที่ดี สมกับที่โรงงานมิตซูบิชิไทยเป็นฐานการผลิตปิกอัพเพื่อส่งออกไปทั่วโลก

สำหรับจุดสุดท้าย มิตซูบิชิ ให้นักแข่งแรลลี่ระดับตำนามมาขับ ไทรทัน ให้เรานั่งในเส้นทางสั้นๆ ที่ต้องบอกว่า ขับได้อร่อยเหาะ มีล้อลอยบ้างในบางจังหวะ ซึ่งเราถามทางหัวหน้าวิศวกรชาวญี่ปุ่นของมิตซูบิชิว่า สนใจจะทำปีกอัพสมรรถนะสูงบ้างหรือไม่ คำตอบคือ “อยากที่จะทำ” ส่วนจะทำเมื่อไหร่และการทดลองขับแบบเต็มรูปแบบจะมีพร้อมให้เราได้ทดลองขับวันใด คงต้องรอติดตามตอนต่อไป





กำลังโหลดความคิดเห็น...